ไลฟ์สไตล์

สธ.สนับสนุน 'กระชาย' สมุนไพรเพื่อช่องปาก

สธ.สนับสนุน 'กระชาย' สมุนไพรเพื่อช่องปาก

06 พ.ย. 2558

ดูแลสุขภาพ : สธ.สนับสนุน 'กระชาย' สมุนไพรเพื่อช่องปาก

 
                      ที่ผ่านมาคนไทยร้อยละ 70 มีปัญหาสุขภาพช่องปาก ทั้งฟันผุและโรคปริทันต์ หากไม่ทำการรักษา นอกจากจะมีอาการปวดแล้ว เชื้อโรคจากเหงือกและฟันที่เป็นโรคอาจลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ และจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ ในปีงบประมาณ 2559 นี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นในการป้องกันฟันผุ โดยส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยใช้สูตร 2 : 2 : 2 คือ แปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อลดคราบจุลินทรีย์สะสมในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุและเหงือกอักเสบ การแปรงฟันให้ทั่วทุกซี่ทุกด้านนาน 2 นาที และการไม่รับประทานอาหารหลังแปรงฟันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เพราะจะทำให้คราบจุลินทรีย์ในช่องปากเพิ่มขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อเหงือกและฟัน
 
                      ในส่วนของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ พบว่ามีสมุนไพรหลายชนิด ที่มีสรรพคุณดูแลช่องปาก และป้องกันฟันผุได้ผลดี โดยเฉพาะ “กระชาย” ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า ในกระชายมีสารชื่อแพนดูราทิน เอ (Panduratin A) มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดคราบจุลินทรีย์ หรือ Biofilm จากเชื้อที่ทำให้เกิดฟันผุ 4 ชนิด คือ Streptococcus mutans, Streptococcus sanguinis, Streptococcus pyogenes และ Actinomyces viscosus ให้ผลเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน มีฤทธิ์ลดการเกิดโรคปริทันต์ ลดเชื้อราในช่องปาก สามารถกำจัดเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส มิวแทนส์ (Streptococcus mutans) ได้ภายใน 2 นาที โดยทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้คิดค้นวิจัย และนำมาใช้เป็นยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากจากกระชาย และพบว่าสามารถช่วยลดกลิ่นปากได้ร้อยละ 70-90% พิสูจน์ผลด้วยเครื่องตรวจวัดกลิ่นลมหายใจ (Oral Chroma) ซึ่งในขณะนี้ในประเทศมีใช้เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และที่คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
 
                      ส่วนการนำกระชายมาทำเป็นน้ำยาบ้วนบากไว้ใช้ในครัวเรือนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพียงนำกระชาย 1 กำมือ โขลกให้ละเอียดและต้มกับน้ำ 1 ลิตร กรองเอาแต่น้ำมาผสมกับเกลือ 1 หยิบมือ แล้วต้มต่อจนเกลือละลาย จากนั้นให้นำมาอมหลังแปรงฟัน ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงบ้วนทิ้ง หรือหากกลืนลงท้องก็ไม่มีอันตราย
 
                      นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรพื้นบ้านอีก 4 ชนิดที่แนะนำ คือ ผักคราดหัวแหวน กานพลู มีสารสำคัญออกฤทธิ์เป็นยาชา บรรเทาอาการปวดฟัน โดยในกรณีฉุกเฉินเบื้องต้น สามารถใช้ดอกของผักคราดหัวแหวน ซึ่งมีลักษณะเป็นช่อสีเหลือง มาขยี้และอุดฟัน หรือนำดอกมาตำผสมเหล้าโรงเล็กน้อย แล้วชุบสำลีอุดฟันที่ปวด นอกจากนี้ยังมีข่อย และต้นแก้ว ซึ่งปัจจุบันมีการนำมาใช้ผสมในยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
 
 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
 
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
 
โทร.0-3721-1289