ไลฟ์สไตล์

จากขายเพชรสู่กล้วยไข่สายศร เส้นทางสู้ชีวิต 'อัมพวัน ผลแสง'

จากขายเพชรสู่กล้วยไข่สายศร เส้นทางสู้ชีวิต 'อัมพวัน ผลแสง'

05 พ.ย. 2558

หนักเอาเบาสู้ : จากขายเพชรสู่กล้วยไข่สายศร เส้นทางสู้ชีวิต 'อัมพวัน ผลแสง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                      ใครจะไปนึกว่าเด็กสาวจากเมืองลับแลอุตรดิตถ์ จบด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จากนั้นมาทำงานอยู่ร้านขายเพชรใจกลางกรุงพักใหญ่ ก็กลับมาสนใจทำตลาดผลิตผลทางการเกษตรอย่างกล้วยไข่อินทรีย์ที่ไม่มีใครเคยคิดจะทำ ด้วยการนำมาขึ้นห้างโมเดิร์นเทรด หลังประสบความสำเร็จในการส่งออกไปยังจีนและญี่ปุ่น หวังเจาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “กล้วยไข่สายศร”
 
                      สำหรับ “อัมพวัน ผงแสง” หรือใบเฟิร์น ที่ปัจจุบันหันมาดูการตลาดโมเดิร์นเทรด เฮลตี้ บันนาน่า ผู้ผลิตและจำหน่ายกล้วยไข่อินทรีย์รายใหญ่ใน อ.หนองแค จ.สระบุรี อย่างเต็มตัว หลังประสบความสำเร็จจากการทำตลาดต่างประเทศด้วยการส่งออกไปจีน  ก่อนหันมารุกตลาดภายในประเทศในปัจจุบัน โดยเน้นความสดใหม่ ผลสวยงาม รสชาติดี ปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “กล้วยไข่สายศร” ที่มุ่งวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก
 
                      “กล้วยไข่สายศรนั้น เป็นกล้วยที่พัฒนาพันธุ์มาจากกล้วยไข่กำแพงเพชรโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วิจัยเกี่ยวกับกล้วยไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้กล้วยไข่ที่ดีที่สุดและเป็นกล้วยไข่ของไทยเอง เพื่อเสริมศักยภาพในการส่งออกให้มากยิ่งขึ้น"
 
                      จากผลงานการวิจัยในครั้งนั้นทำให้ได้กล้วยไข่ชนิดใหม่รวม 5 ชนิด ได้แก่ กล้วยไข่เกษตรศาสตร์ 1-5 ซึ่งได้จดทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ชนิดที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกนั้นเป็นพันธุ์เกษตรศาสตร์ 2 เพราะมีจุดเด่นมากที่สุดคือ ผลอ้วนป้อมและยาว ปลายผลทู่มน เนื้อแน่น เนื้อเป็นสีเหลือง คล้ายกล้วยหอม รสหวานหอมประมาณ 22–23 องศาบริกซ์ การเรียงตัวของผลในแต่ละหวีมีความสวยงาม มีปริมาณผลผลิตแต่ละเครือมากกว่าพันธุ์อื่น ทำให้ได้รับความนิยมจากเกษตรกร รวมทั้งสวนสายศรด้วยเช่นกัน  ซึ่งทางสวนสายศรได้นำมาปลูกเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วบนเนื้อที่การปลูกกว่า 300 ไร่ ประมาณ 1.2 แสนต้น มีผลผลิตหมุนเวียนตลอดทั้งปีเฉลี่ย 1 หมื่นลูกต่อวัน
 
 
จากขายเพชรสู่กล้วยไข่สายศร เส้นทางสู้ชีวิต 'อัมพวัน ผลแสง'
 
 
                      แม้ผลผลิตจะมีจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ เมื่อมุ่งเป้าวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าแทนขายแบกะดินหรือส่งให้พ่อค้าคนกลางไปจำหน่ายต่อ เพราะไม่ต้องการลงไปแข่งกับตลาดของเกษตรกรโดยตรง ซึ่งมีตลาดอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ดูดี มีความสวยงาม โดดเด่นเป็นที่ดึงดูดใจของลูกค้า
 
                      “ในเรื่องของตลาดโมเดิร์นเทรด บริษัทได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่สวยงามทันสมัย ทั้งยังต้องรักษาคุณภาพกล้วยเอาไว้ ผู้บริโภคซื้อไปรับประทานเอง หรือซื้อไปเป็นของฝากก็ต้องดูดี น่าซื้อ ทรงคุณค่า ซึ่งบรรจุภัณฑ์ก็จะเป็นตัวช่วยอีกทางที่จะช่วยดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี กล้วยไข่สายศรจึงมุ่งจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก เพราะเราไม่ต้องการไปแย่งตลาดระดับล่าง”
 
                      ใบเฟิร์นยอมรับว่า ในการทำตลาดในช่วงแรกจะใช้วิธีจัดบูธจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ตามห้างสรรพสินค้าในเทศกาลต่างๆ ในลักษณะเช่าพื้นที่ทำให้เรารู้ว่าจุดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าบริเวณใดที่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ดี กลุ่มลูกค้าเป็นใคร กลุ่มคนรักสุขภาพ เล่นกีฬา วัยเด็กหรือผู้ใหญ่ เนื่องจากกล้วยไข่สายศรมีราคาเริ่มต้นหวีละ 50 บาท ขณะเดียวกัน ใน กูร์เมต์ มาร์เก็ต สยามพารากอน ราคากล้วยสายศรตั้งราคาตั้งแต่หวีละ 79 บาท 89 บาท และ 99 บาท ซึ่งได้รับการต้อนรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
 
                      นับเป็นอีกก้าวของ อัมพวัน ผงแสง หรือใบเฟิร์น ในการรุกตลาดกล้วยไข่บนห้างโมเดิร์นเทรด ภายใต้แบรนด์สายศร ทั้งปลีกและส่ง สนใจกล้วยไข่คุณภาพส่งออก โทร.08-1953-0595 ได้ตลอดเวลา
 
 
 
-------------------
 
(หนักเอาเบาสู้ : จากขายเพชรสู่กล้วยไข่สายศร เส้นทางสู้ชีวิต 'อัมพวัน ผลแสง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)