ไลฟ์สไตล์

ชื่นชมความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกของเด็กไทย

ชื่นชมความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกของเด็กไทย

05 พ.ย. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ชื่นชมความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกของเด็กไทย

 
        ประสบความสำเร็จในการเผยแพร่พระปรีชาสามารถด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและบทเพลงพระราชนิพนธ์ ให้เป็นที่รับรู้ในหมู่เยาวชนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี สำหรับโครงการโปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เพื่อค้นหานักดนตรีเยาวชนคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศมาบ่มเพาะความสามารถด้านดนตรีคลาสสิก รวมถึงการประกวดเรียบเรียงดนตรีจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ล่าสุดคัดเลือกเยาวชน 21 คนให้ร่วมการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับวงออร์เคสตราโปรมูสิกา ในคอนเสิร์ต “บทเพลง 4 ฤดู ความสุขของคนไทย ใต้ร่มพระบารมี Vivaldi The Four Seasons” โดยมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่จะเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวของฤดูกาลต่างๆ ทั้งหมด 4 บทเพลง ได้แก่ แผ่นดินของเรา, เกาะในฝัน, รัก และลมหนาว พร้อมด้วยบทเพลงคลาสสิก The Four Seasons ของศิลปินนักแต่งเพลงระดับโลก Antonio Vivaldi ซึ่งมี อาจารย์ทัศนา นาควัชระ ผู้อำนวยการโครงการฯ เป็นผู้อำนวยเพลงและเดี่ยวไวโอลิน และน้ำมนต์ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย ร่วมขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท เมื่อเร็วๆ นี้
 
        วาปี ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า ในปีแรกโครงการได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากเยาวชนผู้มีความรู้ความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกเป็นอย่างดี เราจึงจัดทำโครงการ โปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ ปีที่ 2 ขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนมาเข้าร่วมอบรมและฝึกฝนความสามารถด้านดนตรีคลาสสิกแล้ว ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่โครงการจัดให้มีการประกวดการเรียบเรียงดนตรีจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยขอพระราชทานบรมราชานุญาตเชิญ บทเพลงพระราชนิพนธ์ 4 บทเพลง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และแสดงความสามารถด้านการเรียบเรียงเสียงประสาน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรีให้เกียรติเป็นคณะกรรมการคัดเลือกเยาวชนในโครงการดังกล่าว ได้แก่ ฯพณฯ องคมนตรี พลเรือเอก หม่อมหลวง อัศนี ปราโมช, พลเรือตรีวีระพันธ์ วอกลาง, อาจารย์วิรัช อยู่ถาวร, อาจารย์ดนู ฮันตระกูล, อาจารย์พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, อาจารย์ทัศนา นาควัชระ, อาจารย์กิตติคุณ สดประเสริฐ และอาจารย์อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ ซึ่งผลงานเรียบเรียงเสียงประสาน บทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้ง 4 บทเพลง ได้แก่ แผ่นดินของเรา, เกาะในฝัน, รัก และลมหนาว ได้นำมาใช้ในการบรรเลงการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งนี้ด้วย
 
        อาจารย์ทัศนา นาควัชระ นักไวโอลินมืออันดับต้นของเมืองไทย ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ โปร มูซิกา จูเนียร์ แคมป์ กล่าวถึงรายละเอียดโครงการที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของไทย โดยเฟ้นหาเยาวชนที่สนใจและมุ่งมั่นศึกษาดนตรีคลาสสิกทั่วประเทศ และจัดให้มีการเวิร์กช็อปและออดิชั่นทั่วทั้ง 4 ภาค ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ซึ่งมีจำนวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการหลายร้อยคน โดยได้คัดเลือกเด็กที่มีศักยภาพที่สุด 21 คน เพื่อมาเข้าค่ายดนตรีที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคมนี้ และให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าสาธารณชน จำนวน 2 รอบ กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้แก่ รอบที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟังที่ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และรอบคอนเสิร์ตสำหรับแขกรับเชิญ ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งจะได้รับความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ อีกทั้งยังได้รับความรู้พื้นฐาน และเคล็ดลับจากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านดนตรีร่วมฝึกสอนในครั้งนี้ด้วย
 
        สำหรับบรรยากาศในงานแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในคอนเสิร์ตได้รับความสนใจจากผู้มีเกียรติจากหลากหลายแวดวง ที่ล้วนชื่นชอบและให้ความสนใจดนตรีคลาสสิกอย่างท่วมท้น ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา กล่าวถึงโครงการโปรมูสิกา จูเนียร์ แคมป์ ว่า เป็นโครงการ ที่น่าสนับสนุน เพราะเปิดโอกาสให้เด็กที่อยู่ในต่างจังหวัดได้แสดงความสามารถ จาก 2  ปีที่ผ่านมาได้เห็นความสามารถของเยาวชนไทยทั่วประเทศ ปลื้มใจที่ได้เห็นเด็กๆ สมัยนี้ที่เก่งเกินวัย และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม อย่างบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ได้รับการเรียบเรียงเสียงประสานโดยเยาวชนนั้น ไพเราะมาก รวมทั้งนักดนตรีเยาวชนก็ล้วนแต่มีความสามารถ ทั้งที่หลายๆ คน ก็อายุยังน้อย แต่มากความสามารถจริงๆ
 
        “อยากให้ลองค้นหาความชอบของตัวเองว่า ชอบเล่นดนตรีชนิดไหน และค่อยๆ ฝึกปรือฝีมือไปเรื่อยๆ ซึ่งบทเพลงพระราชนิพนธ์ก็ถือเป็นแบบเรียนที่ดีสำหรับนักดนตรี ซึ่งมีท่วงทำนองที่ไพเราะ และมีความยากง่ายหลายระดับที่นักดนตรีสามารถนำมาฝึกฝนฝีมือได้ อย่างบทเพลงพระราชนิพนธ์ ‘แผ่นดินของเรา’ ก็เป็นเพลงโปรดที่ได้ฟังครั้งใดก็น้ำตาซึมทุกที เพราะนอกจากความไพเราะของบทเพลงแล้ว เนื้อหาที่สะท้อนผ่านเพลงก็ชวนให้ซาบซึ้งด้วย” ท่านผู้หญิงวราพร กล่าวทิ้งท้ายถึงเด็กๆ
 
        ปิดท้ายที่ ทิพย์รัตน์ ไชยนุวัติ บอกเสน่ห์ของดนตรีคลาสสิกว่า เมื่อฟังแล้วเราเกิดจินตนาการเป็นภาพตามได้ อย่างถ้าเป็นบทเพลงที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหน้าร้อน เวลาฟังก็เหมือนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงอื้ออึงของแมลงต่างๆ หรือเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน ที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำจริงๆ ซึ่งแสดงถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สำคัญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็มีความพิเศษมากที่สามารถนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ กับบทเพลงของโฟร์ซีซั่น วิวาลดิ มาเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว ประทับใจในความสามารถของเด็กๆ และชื่นชมกับโครงการนี้มาก ที่ทุ่มเท และมุ่งมั่นในการส่งเสริมเยาวชนให้ได้พัฒนาศักยภาพ และเชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมาสอนและแนะแนวทางให้เด็กๆ ซึ่งแต่ละคนก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญการที่ให้เด็กๆ เล่นดนตรี ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทำให้ห่างไกลยาเสพติดด้วย