
ทุกนาทีมีค่า...สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง
02 พ.ย. 2558
ทุกนาทีมีค่า...สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
คุณหรือคนที่คุณรักเป็นผู้ที่มีลักษณะการใช้ชีวิตแบบนี้หรือไม่ มีอายุเกิน 65 ปี ขึ้นไป เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อ้วน สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียดบ่อยๆ
แล้วคุณหรือคนที่คุณรักเคยมีอาการแบบนี้ไหม “แขนขารู้สึกเหมือนไม่มีแรง เดินเซไปเซมายืนไม่อยู่ ปากเบี้ยว มุมปากตก อมน้ำไม่ได้ น้ำลายไหลออกมุมปากพูดก็ไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ คิดอะไรไม่ออกตาเริ่มพร่ามัวเห็นภาพซ้อน หรือบางทีมองเห็นข้างเดียว เวียนหัว และปวดหัวทันทีทันใด” หลายคนคงมีคำถามในใจว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับคุณ หรือคนที่คุณรัก จะทำยังไงดี
ถ้าคุณพบเห็นผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น สันนิฐานได้เลยว่าคนนั้นอาจมีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง อย่างแรกที่คุณควรจะทำก็คือ ตั้งสติ แล้วโทรหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด เพราะว่าโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเป็นสักพักแล้วหายเองก็อย่าชะล่าใจ เพราะอาจเป็นอาการของสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการอยู่ประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมงแล้วจะหายเป็นปกติ แต่ก็ต้องมาโรงพยาบาล เพราะอาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้
หลังจากโทรเรียกรถพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านแล้ว ซึ่งเดี๋ยวนี้มีบริการรับส่งผู้ป่วย กันแทบทุกโรงพยาบาลอยู่แล้ว บางที่ทันสมัยหน่อยก็มีรถพยาบาลที่มีหมอ เจ้าหน้าที่ครบ เครื่องมือพร้อม สามารถรักษาพยาบาลได้เลยภายในรถทุกคนอาจสงสัยว่าแล้วระหว่างรอรถมารับเราจะต้องดูแลผู้ป่วยอย่างไร ไม่ต้องกังวล ในระหว่างที่รอรถอยู่พยาบาลประจำรถที่มารับ จะบอกวิธีการดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึงคุณ ยาที่คนไข้ทานประจำก็ต้องติดมาด้วย อาการของคนไข้ที่เป็น มีอาการอย่างไรบ้าง เริ่มเป็นเวลาเท่าไร โรคประจำตัวของผู้ป่วย สำคัญมากเพราะจะช่วยให้หมอทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง เพราะโรคของหลอดเลือดสมองมีทั้งตีบ ตัน แตกการรักษาก็จะแตกต่างกันออกไป (ยิ่งมีข้อมูลของคนไข้มากเท่าไร การรักษาก็จะเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นปัจจุบันผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ จะมีกระเป๋าเล็กๆ ติดตัวไว้เสมอ ในนั้นจะมีเบอร์โทรสถานพยาบาลที่รักษา ยาที่ผู้ป่วยใช้ประจำ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของคนไข้)
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คุณหมอจะตรวจสอบประวัติเกี่ยวกับอาการและโรคประจำตัวรวมถึงประวัติของครอบครัว (แต่ถ้ามีข้อมูลผู้ป่วยครบ การรักษาก็จะยิ่งเร็วขึ้น) คุณหมอจะเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Brain) หรือการเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Brain) เพื่อวินิจฉัยแยกโรคของหลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตก ซึ่งการรักษาจะแตกต่างกันออกไป หรือดูลักษณะของสมองที่ทำให้มีอาการผิดปกติที่คล้ายกัน เช่น เนื้องอกในสมอง
เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดสมองวินิจฉัยอย่างแน่ชัดแล้ว แพทย์จะทำการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตามสาเหตุและโรคที่ผู้ป่วยเป็น เช่นผ่าตัดสมองเมื่อเกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ให้ยาละลายลิ่มเลือดเมื่อเกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน ไม่ว่าจะรักษาด้วยการให้ยา หรือการผ่าตัด ขณะที่พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลจากแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างใกล้ชิดรวมถึงการทำกายภาพบำบัดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม เพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ข้อติด ป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งสิ่งที่นักกายภาพบำบัดจะฝึกให้ผู้ป่วยทำก็คือการฝึกนั่ง ฝึกยืนฝึกการทรงตัว ฝึกการใช้เครื่องช่วยพยุงเดิน การฝึกกลืน ฝึกพูด เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ หรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด
โรคเส้นเลือดสมองไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม (ตีบ ตัน หรือแตก) นับเป็นโรคที่น่ากลัว และเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การป้องกันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แล้วเราจะมีวิธีป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร
-การรับประทานอาหาร เน้นการรับประทานผักผลไม้ อาหารที่มีกากใย วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีนจากพืช เช่นถั่วต่างๆ โปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงไขมันสัตว์เนื้อติดมัน หลีกเลี่ยงของหวานจัด ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมงดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกายเป็นประจำ หลีกเลี่ยงความเครียดและรู้จักผ่อนคลายความเครียด อย่างสม่ำเสมอ
- การควบคุมโรคประจำตัวหากมีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรรับประทานยา พบแพทย์เป็นประจำ
- การตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับผู้ที่อายุมากขึ้นหรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมองควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจคัดกรองโรคหัวใจ เพื่อหาความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
- สังเกตอาการผิดปกติหากมีอาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดลำบาก เวียนศีรษะ เห็นภาพซ้อน ปวดศีรษะรุนแรง ควรรีบพบแพทย์
ถ้าพบอาการดังกล่าวข้างต้นข้อใดข้อหนึ่งอย่างทันทีทันใด ให้สงสัยว่าอาจเป็นอาการเริ่มแรกของการเกิดโรคของเส้นเลือดสมอง ควรรีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาโดยเร็วภายใน 3 ชั่วโมง นับจากเริ่มมีอาการครั้งแรก
พญ.ขนิษฐา สุวรรณศรีนนท์
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง
โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
........................................
(หมายเหตุ ทุกนาทีมีค่า...สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ)



