ไลฟ์สไตล์

ชวนชิม : ครบรสไทย @ พอท มินิสทรี

ชวนชิม : ครบรสไทย @ พอท มินิสทรี

01 พ.ย. 2558

ชวนชิม : ครบรสไทย @ พอท มินิสทรี

 
                      แม้จะมีโอกาสเลือกสรรอาหารให้ผ่านลิ้นมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ยังไม่มีสัญชาติใดที่จะถูกปากและถูกอกถูกใจมากเท่ากับอาหารไทย นั่นจึงเป็นที่มาให้นักธุรกิจสาว “ตู๋” เลิศรินิญฒ์ สิปปภาค เลือกที่จะเปิดร้านอาหารไทย รสชาติไทยแท้ๆ โดยรวบรวมเมนูไฮไลท์จากสี่ภาค ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มาไว้ที่ “พอท มินิสทรี” บนชั้น 8 ศูนย์การค้าดิ เอ็ม ควอเทียร์
 
                      ด้วยฟังก์ชันภายในร้านที่ไม่ใหญ่โตนัก จึงต้องจัดทุกมุมให้เป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ แต่เพียงแวบแรกที่ก้าวเข้าไปภายในร้านบรรยากาศชวนให้นึกย้อนยุคไปในอดีตกาล สอดคล้องกับความตั้งใจของเจ้าของร้านที่บรรจงตกแต่งให้หวนรำลึกถึงสมัยรัชกาลที่......โดยเลือกใช้เหล็กสีทองมาจำลองเป็นบานประตูเหล็กพับกั้นภายในร้าน กลมกลืนกับโทนของโต๊ะและเก้าอี้หนังสีน้ำตาล ที่จัดวางเป็นสัดส่วนให้ลูกค้าเลือกนั่งได้สบายๆ ทุกโซนภายในร้าน
 
                      หลังจากได้มุมที่ถูกใจแล้ว ก็ว่าด้วยเรื่องอาหารการกินกันบ้าง แรกเริ่มเดิมทีทางร้านตั้งใจจะเปิดเป็นหม้อไฟสไตล์ไทย แต่ครั้นจะมีแต่ประเภทหม้อไฟก็ดูจะไม่ครบครันเท่าที่ควร จึงพูดคุยระดมความคิดกับทีมเชฟเพื่อเพิ่มเมนูอาหารให้หลากหลายขึ้น จึงได้จัดเป็นอาหารไทยครบครันจากทุกภาคทั่วประเทศไทยมาไว้ที่นี่ แต่ถ้าคิดว่าบ้านๆ อย่างที่เข้าใจล่ะก็ ผิดถนัดค่ะ เพราะอาหารร้านนี้เขาการันตีเลยว่าไม่เหมือนกับร้านอื่นแน่นอน ทั้งในเรื่องของรสชาติและการจัดจานให้ดูสวยงามเพิ่มความน่ารับประทาน นอกจากนี้เชฟยังได้นำเอาอาหารไทยโบราณมาประยุกต์เป็นไทยฟิวชั่นให้เกิดความแปลกใหม่ แต่ทั้งนี้ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้อย่างครบครันด้วย 
 
                      ประเดิมจานแรกด้วยอาหารทานเล่นเบาๆ แนวอีสานอย่าง ทาโก้ลาบ ด้วยการนำหมูสับมาปรุงรสให้จัดจ้านแบบไทยโบราณ แต่ดีไซน์ดูทันสมัยด้วยการนำแป้งทาโก้เนื้อนุ่มมาห่อ แล้วเพิ่มผักกาดขาวสไลด์เป็นชิ้นเล็กๆ ตบท้ายความอร่อยด้วยชีส เวลาทานจะยกขึ้นกัดเหมือนกับเวลาทานเบอร์เกอร์ หรือจะตักทานตามปกติก็แล้วแต่ถนัด อีกเมนูที่มาแล้วต้องลองคือ ปูทะเลไข่ดองยำ จานนี้บอกเลยว่าจี๊ดจ๊าดมาก ทางร้านเลือกใช้ปูทะลสดๆ ขนาดตัวกำลังพอดี เน้นว่าต้องมีไข่ทุกตัว มาดองกับน้ำปลาอย่างดีแล้วเก็บเข้าช่องฟรีซ ก่อนจะนำไปคลุกเคล้ากับน้ำยำรสจัดจ้านสูตรเด็ดของทางร้าน เวลาลูกค้าสั่งบริกรจะเพิ่มลูกเล่นด้วยการเสิร์ฟบนดรายไอซ์ที่พวยพุงปกคลุมไปทั่วทั้งโต๊ะ
 
 
ชวนชิม : ครบรสไทย @ พอท มินิสทรี
 
 
                      ถัดมาที่อาหารฟิวชั่นจากภาคเหนือที่ดูแปลกตาอย่าง ลาซานญ่าน้ำพริกอ่อง เป็นการนำอาหารท้องถิ่นของภาคเหนืออย่างน้ำพริกอ่องมาประยุกต์เป็นไส้ของลาซานญ่า ที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้ แต่เมื่อตักเข้าปากเพียงคำแรกก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่ลงตัวสุดๆ จนต้องมีคำที่สอง สามตามมาติดๆ เมนูแนะนำถัดมาคือ ปลากะพงราดซอสกะเพรา เชฟจะคัดปลากะพงสดชิ้นกำลังพอดีมากริลล์จนได้ที่แบบกรอบนอกนุ่มใน แต่ไฮไลท์ก็ต้องยกให้ซอสกะเพราสูตรพิเศษที่ทางร้านคิดมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ ด้วยการนำใบกะเพราสดกลิ่นหอมเตะจมูกมาปั่นจนละเอียด แล้วปรุงรส ราดลงบนชิ้นปลาที่วางรออยู่แล้วบนถั่วลันเตาอบ เวลาทานควรตักชิ้นปลา ซอสกะเพรา และถั่วลันเตาทานพร้อมๆ กัน รับรองอร่อยจนวางช้อนไม่ลงทีเดียว 
 
                      และแล้วก็มาถึงซิกเนเจอร์ของร้านกับหม้อไฟสไตล์ไทย ที่จัดไว้ครบครันทั้ง 4 ภาคอีกเช่นกัน สำหรับวันนี้พนักงานแนะนำเป็น เซตทะเลรวมสไตล์ภาคใต้ ประกอบด้วยอาหารทะเลสดๆ ตัวโต ทั้งกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ ลูกชิ้นปลาภูเก็ต ปลาหมึก และหอยแมลงภู่ ความแตกต่างของแต่ละภาคจะอยู่ที่น้ำซุปและน้ำจิ้มจากวัตถุดิบพื้นบ้านในแต่ละภาค สำหรับภาคใต้เป็นต้มส้มแกงเหลือง หรือซุปขมิ้นที่เหมาะมากกับอาหารทะเล เพราะขมิ้นซึ่งเป็นสมุนไพรหลักในน้ำซุปมีคุณสมบัติในการดับคาวได้ดีเยี่ยม ส่วนผักแนมก็มีทั้งยอดอ่อนทานตะวัน ถั่วงอกหัวโต ขึ้นฉ่าย ต้นหอม และกะหล่ำปลี อีกส่วนประกอบที่ไม่พูดถึงถือว่ายังไม่ครบสูตรความอร่อยของหม้อไฟ นั่นคือน้ำจิ้มสไตล์ภาคใต้นี้เขาเสิร์ฟน้ำจิ้มให้เลือกถึง 3 แบบ 3 รส ได้แก่ น้ำจิ้มพริกเหลืองขมิ้น น้ำจิ้มปลาเต้าซี่ และวูสเตอร์ซอส แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนจบลงที่ความจัดจ้านทั้งสิ้น
 
                      วัตถุดิบทุกอย่างพร้อมสรรพพนักงานลงมือปรุงให้ทานทันที เมื่อน้ำซุปเดือดปุดๆ พนักงานตักมันกุ้งเสวยที่จัดมาในชุดลงไปเคี่ยวในน้ำซุป เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและความหอม ตามด้วยผักสดและอาหารทะเล รอจนเดือดได้ที่พร้อมตักเสิร์ฟทันที แนะนำให้ซดตอนกำลังร้อนๆ คล่องคอทีเดียว 
 
                      ลองชิมของคาวมาหลายจานจนหนังท้องเริ่มตึง แต่ยังไม่ครบมื้ออร่อยถ้ายังไม่ได้ชิมของขนมหวานที่ทางร้านเตรียมไว้บริการฟรีสำหรับลูกค้าทุกท่าน หมุนเวียนไปแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นเต้าส่วนไอศกรีมกะทิสด ชิบูย่าโทสต์ รวมมิตรน้ำแข็งใส สาคูข้าวโพดอ่อน สาคูแคนตาลูป เป็นต้น หลังอิ่มคาวหวานขอล้างคอด้วย น้ำผลไม้รวม รสชาติกลมกล่อมทั้งยังดีต่อสุขภาพด้วย
 
                      อยากได้รับประสบการณ์อร่อยแบบไม่ธรรมดา ตรงไปสัมผัสกันได้เลย ร้านเปิดทุกวันตามเวลาห้าง จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 11 โมงเช้า-4 ทุ่ม ส่วนเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 11 โมงเช้าไปจนถึง 5 ทุ่ม หรือจะยกหูไปสอบถามก่อนก็ได้ที่ 0-2003-6282