
ตั้งรับสุดวิกฤติลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคเกษตรอ้อย-ไม้ผลเท่านั้น
ตั้งรับสุดวิกฤติลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคเกษตรอ้อย-ไม้ผลเท่านั้น! : ดลมนัส กาเจ
ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้สรุปแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฤดูแล้ง ปี 2558/59 หลังพบว่าปริมาณน้ำใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลักที่ลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ปริมาณน้ำ ณ 1 พฤศจิกายน 25 58 มีเพียง 3,230 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.), ในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 380 ล้านลบ.ม., เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มี 640 ล้านลบ.ม. รวมแล้วปริมาณน้ำใช้การได้ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 4,250 ล้านลบ.ม.
ปริมาณน้ำที่ใช้การได้ใน 4 เขื่อนหลัก 4,250 ล้านลบ.ม. ต้องสำรองน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ 1,350 ล้านลบ.ม. ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2559 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้จัดสรรน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ 1,400 ล้าน ลบ.ม. คงเหลือปริมาณน้ำใช้การได้เพื่อการเกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียง 400 ล้านลบ.ม.เท่านั้น จึงขอความร่วมมืองดการปลูกข้าวนาปรัง น้ำที่เหลือจะใช้สนับสนุนการปลูกอ้อยในพื้นที่ 372,485 ไร่ และไม้ผลอีก 354,385 ไร่
ในส่วนของการจัดแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง ฤดูแล้งปี 2559 มีปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนศรีนครินทร์และวชิราลงกรณ์ 4,700 ล้าน ลบ.ม. (คาดการณ์ ณ 1 ม.ค59) มีแผนจัดสรรคือสำรองนำสำหรับการใช้น้ำช่วงต้นฤดูฝนปี 2559 จำนวน 1,750 ล้าน ลบ.ม., จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 300 ล้านลบ.ม., จัดสรรน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ 1,700 ล้าน ลบ.ม. (ผันช่วยลุ่มน้ำเจ้าพระยา 400 ล้านลบ.ม.) คงเหลือปริมาณน้ำใช้การได้เพื่อการเกษตร 950 ล้านลบ.ม. ในจำนวนนี้สำรองไว้สำหรับการปลูกอ้อย 472,659 ไร่ และไม้ผล 442,032 ไร่และพืชไร่ 52,484 ไร่
นอกจากนี้มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำอื่นๆ อาทิ แหล่งน้ำในและนอกเขตชลประทาน อาทิ สระน้ำในไร่นา น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ตามแผนงานปี 2558 มีความจุเท่ากับ 1,053.81 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันเก็บกักแล้ว 644.93 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61
ด้วยเหตุนี้กรมชลประทานต้องมีมาตรการควบคุมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ตามแผนที่วางไว้ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุมการบริหารจัดการน้ำ ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำที่รับน้ำจากแม่น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะเปิดรับน้ำเฉพาะการอุปโภคบริโภคเป็นครั้งคราว
สำหรับลำน้ำหรือคลองส่งน้ำที่มีความจำเป็นต้องรับน้ำเข้าเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำให้รับน้ำเข้าในเกณฑ์ต่ำสุด ตามแผนการรับน้ำที่กรมชลประทานกำหนดไว้ จึงขอความร่วมมือไม่ให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก และขอความร่วมมือไม่ให้เกษตรกรปิดกั้นลำน้ำหรือสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกเช่นกัน
ส่วนสถานีสูบน้ำของการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนท้องถิ่นสามารถสูบน้ำได้ตามปกติ ตามแผนการสูบน้ำที่ได้เสนอกรมชลประทานไว้แล้ว พร้อมกันนี้ให้ลดการเพาะเลี้ยงในบ่อปลา บ่อกุ้ง เขตโครงการชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีนและในระบบชลประทาน ระหว่างวันที่ 1ตุลาคม 2558-30 เมษายน 2559 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำคูคลอง และแหล่งน้ำต่างๆ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบรายละเอียดแผนงาน งบประมาณในโครงการบูรณาการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 2558/59 จำนวน 8 มาตรการ โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นแม่งาน ประกอบด้วย การส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน การชะลอหรือการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้สินกับสถาบันการเงิน การจ้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร การเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการสนับสนุนอื่นๆ
ในจำนวน 8 มาตรการรวมแล้ว 45 โครงการ โดยอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 4,071.3150 ล้านบาทจากกรอบวงเงินที่ 13 หน่วยงานจะดำเนินการรวมทั้งสิ้น 11,151.8173 ล้านบาทงบประมาณจำนวนนี้ แบ่งเป็นงบประมาณปกติปี 2559 วงเงิน 6,752.7494 ล้านบาท และงบกลางที่ได้รับอนุมัติแล้วเพื่อจ้างงานชลประทาน 327.7529 ล้านบาท โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินโครงการวันที่ 1 พฤศจิกายน 2558-30 เมษายน 2559 และ 1 ใน 8 มาตรการ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความต้องการและจัดทำแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม
เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยด้วยการสำรวจความต้องการประชาชนเสนอแผนความต้องการในพื้นที่เพื่อเสนอครม.เพิ่มเติม
ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตร นายโอฬาร พิทักษ์ กรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวคิดสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวนาปรังซึ่งใช้น้ำมากมาปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียวทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง เพราะพืชเหล่านี้มีอายุการเก็บเกี่ยวใกล้เคียง หรือสั้นว่าข้าว แต่ใช้น้ำน้อยกว่า ให้ผลตอบแทนในการผลิตมากกว่า โดยมีตลาดรองรับ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้วิเคราะห์ความเหมาะสมดินในการเพาะปลูกพืชไร่ดังกล่าวทดแทนข้าวนาปรังในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัดพบว่ามีพื้นที่ที่สามารถปลูกพืชไร่ดังกล่าวประมาณ 4 ล้านไร่
หากเปรียบเทียบสภาพนํ้าในอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ 33 อ่าง ในปี 2557 ซึ่งถือว่าเหลือมากที่สุดในรอบหลายสิบปี คือมีน้ำทั้งหมด 44,984 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 64 น้ำที่ใช้ได้ 21,481 หรือร้อยละ 46 ขณะที่ปี 2558 มีปริมาตรนํ้าทั้งหมด 41,129 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 58 ใช้ได้จริง 17,626 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 38 เท่านั้น นับเป็นวิกฤติการณ์ครั้งร้ายแรงอีกครั้งหนึ่งของภาคเกษตรไทย



