Lifestyle

ชำแหละหัวใจและมุมกุ๊กกิ๊กของ‘ภาคินัย’

อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : ชำแหละหัวใจ และมุมกุ๊กกิ๊กของ ‘ภาคินัย’ นักเขียนสยองขวัญ : โดย...ปลวกหวาน

 
       เทศกาลสยองขวัญวันฮัลโลวีนนี้ จะมีอะไรน่าชอนไชไปกว่าการมาพูดคุยทำความรู้จักกับ “ภาคินัย” นักเขียนนิยายสยองขวัญชื่อดังของเมืองไทย...
 
       กว่า 10 ปีของการดุ่มเดินบนเส้นทางนักเขียน ‘ภาคินัย’ มีผลงานนวนิยายสยองขวัญตีพิมพ์แล้วมากกว่า 30 เล่ม และแนวอื่นๆ อีกรวมแล้วกว่า 60 เล่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโดดเด่นมีเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ คาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ
 
       นวนิยายของเขายังได้รับการติดต่อจากค่ายละครดังต่างๆ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ไปดัดแปลงเป็นละครแล้วมากกว่า 10 เรื่อง
 
       ต้องตา ตั้งชูวงษ์ บรรณาธิการบริหารของโซฟา พับลิชชิ่ง บอกว่า เสน่ห์ของนิยายระทึกขวัญของโซฟา คือประเด็นหลักของเรื่องที่นำมาเล่าในแต่ละเล่มที่ไม่ซ้ำกัน และการที่มีธีมของแต่ละเล่ม แต่ละคอนเซ็ปต์ค่อนข้างชัดเจน เข้าถึงได้ง่าย ทำให้มีความหลากหลายและน่าสนใจ
 
       ยังมีผลงานอีกหลายเรื่องที่กำลังรอการผลิตอยู่เช่น นวนิยายชุด ‘Five Fear’ และ ‘Lift ลิฟต์ซ่อนศพ’ ที่ค่าย Telent 1 หยิบมาดัดแปลงเป็นภาคต่อของ 7 วันจองเวร ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ สยองขวัญพีเรียดอย่าง ‘บ่วงสไบ’ และแนว Romantic Sci-Fi อย่าง ‘Time หมุนเวลาตาย’ ก็ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์จาก ช่อง 7 ไปเรียบร้อยแล้ว
 
       ส่วนแนว Romantic comedy ของภาคินัย อย่างเรื่อง ‘ร้ายชิงรัก’ ที่โพลีพลัสซื้อลิขสิทธิ์ไปดัดแปลงเป็นละครนั้น ก็แว่วข่าวมาว่าอาจได้ชมกันภายในปีหน้านี้
 
       สอดแทรกทั้งความเชื่อและวัฒนธรรมแบบไทยๆ ทำให้นวนิยายของเขาเป็นที่ต้องตาสำนักพิมพ์ต่างชาติไม่น้อย ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลหลายเล่มด้วยกัน ทั้ง ‘นางชฎา’ นวนิยายชุด ‘7 วันจองเวร’ ‘Grave บ้านพญาสัตบรรณ’ ‘Apsara สาปอัปสรา’ ที่สำนักพิมพ์ปาฟังจากไต้หวันนำไปแปลและวางขายที่ไต้หวันและฮ่องกง
 
       ส่วน ‘โรงมหรศพ’ ‘Lift ลิฟต์ซ่อนศพ’ ‘The Dome เคหาสน์สาปสยอง’ ‘The Shoes รองเท้าอาถรรพ์’ และนวนิยายชุด ‘4 ทิศตาย’ ก็ได้สำนักพิมพ์เพอลังอิซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลและจำหน่ายให้นักอ่านชาวมาเลเซียได้สัมผัสถึงความระทึกขวัญเช่นเดียวกับนักอ่านชาวไทย
 
       ในการเขียนนวนิยายสยองขวัญนั้น ภาคินัยบอกว่าได้แรงบันดาลใจจาก "สรจักร"  และจากการอ่านหนังสือ-ดูภาพยนตร์ เมื่อมีข่าวอะไรน่าสนใจก็จะจดใส่สมุดไว้ ทำให้ได้พลอตที่มีความร่วมสมัย
 
       เมื่อพูดถึงแฟนนิยาย ภาคินัยเล่าว่าเวลาไปออกงานทุกคนก็จะตามไปให้กำลังใจ ทักทายกันเสมอรวมทั้งคอยติดตามผลงานเล่มใหม่ๆ  ซึ่งเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตนักเขียน
 
       “ผมก็จะพัฒนาผลงานด้วยการเขียนแนวใหม่ๆ บางเรื่องไม่มีเรื่องผีเลย แต่จะเล่นเรื่องของคน เรื่องของเวลา เอาสิ่งใกล้ตัวมาเป็นประเด็นครับ”
 
       มาถึงตรงนี้แฟนๆ อาจจะอยากรู้จักเรื่องราวของนักเขียนผมม้าขึ้อายคนนี้กันมากขึ้น เขาเล่าว่าถึงจะเป็นคนเขียนเรื่องสยองขวัญ เขาก็ยังกลัวผี หนังผีก็ดูได้โดยไม่ต้องปิดตา เป็นคนที่ชอบดูหนังผีมาก ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
 
       “สวนประสบการณ์การเจอผี ก็เจอมาไม่น้อยครับ สมัยเรียนเคยเห็นคนนั่งห้อยขาอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนทั้งๆ ที่ดาดฟ้าไม่มีทางขึ้น”
 
       โห ฟังแแค่นี้ก็ชวนขนลุกแล้ว บางเรื่องที่ก็น่าขำ อย่างที่เขากลัวแมลงที่อยู่รวมกันเป็นฝูงๆ อย่างมด ปลวก เอ่อแปลกดี
 
       เรื่องส่วนตัั้วส่วนตัวยังมีอีก คือเขาชอบสะสมนาฬิกา g-shock หรือคนทั่วไปอาจจะทักทายในแชทกันด้วยคำว่า ‘สวัสดี’ แต่สำหรับภาคินัย เขามักทักทายคนสนิทว่า ‘วันนี้กินข้าวกับอะไร ?’ ‘กินข้าวหรือยัง ?’
 
       ก่อนเริ่มเขียนนิยายในแต่ละวัน เขาจะต้องเปิดเฟซบุ๊กเพื่ออัพเดทข่าวสาร ส่วนเรื่องของกิน ก็ต้องกินให้อิ่มก่อนลงมือเขียน และสารภาพกับเราตามตรงก็คือ เขาเป็นคนที่รู้สึกว่าการเขียนเรื่องย่อยากกว่าการเขียนนิยายเรื่องยาวๆ เป็นไหนๆ
 
       เมื่อถามถึงผลงานที่รักมากที่สุด เขาตอบว่า “โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องนางชฎาครับ เพราะเป็นเล่มบุกเบิกแนวสยองขวัญเล่มแรกของภาคินัย ถือว่าเป็นเล่มที่พาให้ผมได้รู้จักกับทุกคนในวงกว้าง พอได้มาเป็นละครก็ยิ่งได้คนอ่านเพิ่มขึ้นมาอีก ภูมิใจและรักมากอีกเล่มหนึ่งครับ”
 
       สุดท้ายนี้ภาคินัยบอกว่า “ขอขอบคุณทีมงานของสำนักพิมพ์โซฟาทุกคนที่ช่วยกันมาจนถึงวันนี้ ที่สำคัญขอบคุณคนอ่านที่ให้กำลังใจเสมอมา ไม่มีคุณ...ไม่มีผม ขอบคุณครับ”
 
       อ้อนเสร็จแล้วก็ฝากถึงผลงานล่าสุดต่อเลยคือ ‘รอยรักเรือนแรม" และ ‘ดารันดา’ เจ้าตัวถึงกับรับรองว่าทุกบททุกตอนเข้มสนุกถูกใจ
 
       สำหรับคนรักเรื่องสยองต้องบอกว่า..ไม่ว่าจะเป็นวันไหนๆ ภาคินัยจะอยู่ในใจหลอกหลอนนักอ่านให้ได้กรี๊ดเสมอ
 
 
 
 
 

ข่าวที่น่าสนใจ