ไลฟ์สไตล์

"ซิป้าภูเก็ต"ติวความรู้มาตรการการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

"ซิป้าภูเก็ต"ติวความรู้มาตรการการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

23 ก.ค. 2552

สำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ "ซิป้าภูเก็ต" ให้ความรู้มาตรการการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้ต่อยอดทางธุรกิจ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 ก.ค.52 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา โครงการส่งเสริมมาตรการการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ "ซิป้า สาขาภูเก็ต" จัดขึ้น โดยมีนายศิริพนธ์ เมฆธนาทิพย์ ผู้จัดการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สาขาภูเก็ต เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการจากสถานประกอบกิจการต่างๆ เข้าร่วม

 นายศิริพนธ์ เมฆธนาทิพย์ ผู้จัดการซิป้าภูเก็ต กล่าวถึงการจัดสัมมนา ว่า เพื่อนำกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้กับซอฟต์แวร์ และดิจิตอลคอนเท้นท์มาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการ สร้างนักกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและซอฟต์แวร์ในการแสดงสิทธิ์ ปกป้องสิทธิ์ การสืบค้นสิทธิบัตร การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยเสียค่าใช้จ่ายในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้มีบุคลากรกฎหมายที่รองรับการปกป้องและจดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และเพื่อให้กลุ่มนักกฎหมายที่มีความสามารถให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์

 นายตรี อัครเดชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นผลงานประดิษฐ์คิดค้นใหม่ที่จับต้องได้ เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องหมายการค้า รูปแบบแผนวงจรรวม พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เป็นต้นหรือจับต้องไม่ได้ เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพลง ดนตรี เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นทรัพย์สินที่บุคคลสามารถเป็นเจ้าของผูกขาดการใช้และแสวงหาประโยชน์ได้  

 “ ทราบว่าบทบาทของซอฟต์แวร์ในภาคธุรกิจและบริการมีสูงขึ้นมากในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่ขณะนี้ผู้ประกอบการวิชาชีพกฎหมายยังมีความรู้ ความเข้าใจของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเท้นท์น้อย ฉะนั้นการนำกฎหมายมาเพื่อส่งเสริมพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการนำมาใช้เพื่อคุ้มครองและต่อยอดทางธุรกิจจะช่วยให้กลุ่มนักกฎหมายสามารถทำงานได้อย่างมีความรู้ความเข้าใจ อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ”

 นายตรี กล่าวและว่า ปัจจุบันประเทศไทยระบบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญายังค่อนข้างอ่อนแอและไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร ทั้งในแง่ตัวบทกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของผู้ประดิษฐ์ การป้องกันการละเมิด การชดเชยความเสียหาย และเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้นักประดิษฐ์ และธุรกิจไทยไม่มีแรงจูงใจที่จะคิดค้นสิ่งใหม่ ประเทศไทยจึงยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการประดิษฐ์คิดค้นอย่างแท้จริง อีกทั้งปัญหาด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ทางยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย