
ป่านนี้ยังไม่ปรับเงินขึ้นให้
30 ต.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : ป่านนี้ยังไม่ปรับเงินขึ้นให้
ตามคำสั่งของ คสช. ที่จะให้เงินบำเหน็จบำนาญและเงินอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันที่ไม่ถึง 9,000 บาท ให้ถึง 9,000 บาท กระผมเป็นลูกจ้างประจำของกระทรวงมหาดไทยแห่งหนึ่ง
กระผมเกษียณเมื่อปี พ.ศ.2552 ได้เงินบำเหน็จรายเดือน เดือนละ 6,700 บาท อายุการทำงานของผมอยู่ที่ 27 ปี ตอนนี้ผมมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเงินไม่พอใช้จ่ายภายในครอบครัว เพราะตอนนี้ข้าวของก็แพงขึ้น แต่เงินยังได้เท่าเดิม ผมจึงอยากได้เงินที่ทางคสช.บอกจะเพิ่มขึ้น เพราะอย่างน้อยก็ยังพอบรรเทาความเดือดร้อนไปได้บ้าง ถึงแม้เงินที่เพิ่มจะไม่มากมายเท่าไหร่ แต่ก็พอช่วยเหลือผมได้
ดีใจที่คณะ คสช.จะทำการเพิ่มเงินบำเหน็จบำนาญให้ แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินที่เพิ่มขึ้นเลย ฉะนั้นขอวอนกรมบัญชีกลางช่วยให้ความชัดเจนด้วย ว่าเงินที่จะได้รับเพิ่มนั้นจะได้เมื่อไหร่ ผมจึงรบกวนคอลัมน์ลุงแจ่ม ช่วยสอบถามและติดตามเรื่องนี้ให้ด้วย
อิทธิพล
ตอบ
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วขอเรียนชี้แจง ดังนี้
1.สิทธิในบำเหน็จบำนาญเป็นเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนความชอบให้แก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ส่วนบำเหน็จรายเดือนเป็นเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างประจำที่ออกจากงาน ซึ่งเดิมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.ศ.2519 กำหนดให้ลูกจ้างประจำที่ออกจากงานมีสิทธิได้รับเฉพาะบำเหน็จซึ่งเป็นเงินก้อนที่จ่ายเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
แต่ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างประจำที่ออกจากงานโดยกำหนดให้ลูกจ้างประจำที่ออกจากงานและมีเวลาทำงานไม่น้อยกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และมีสิทธิได้รับบำเหน็จปกติแล้วสามารถแสดงความประสงค์ขอรับบำเหน็จรายเดือนแทนได้ โดยบำเหน็จรายเดือนจะคำนวณจากบำเหน็จปกติหารด้วย 50 และจะจ่ายให้ต่อเนื่องไปทุกเดือนจนกว่าผู้รับบำเหน็จรายเดือนจะถึงแก่ความตาย
2.แม้บำเหน็จรายเดือนจะมิใช่บำนาญ แต่รัฐบาลก็ได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้รับบำเหน็จรายเดือนมีสิทธิที่ใกล้เคียงกับผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นแล้วหลายประการ ได้แก่
การกำหนดให้ในกรณีที่ผู้รับบำเหน็จรายเดือนถึงแก่ความตาย ทายาท มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดจำนวน 15 เท่าของบำเหน็จรายเดือนที่ได้รับอยู่ได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2554 และการกำหนดให้ผู้รับบำเหน็จรายเดือนสามารถนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปใช้เป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2557 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับลูกจ้างประจำ จึงได้ดูแลให้ได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเหมาะสมและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
สำหรับข้อร้องเรียนให้มีการปรับบำเหน็จรายเดือนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการปรับเงินเดือน หรือเงินค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการหรือผู้รับบำนาญนั้น เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลกระทบกับภาระงบประมาณในระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้โดยละเอียดก่อน
อย่างไรก็ดี กรมบัญชีกลางขอรับข้อเสนอแนะดังกล่าวไว้เป็นข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป



