
โรงงานสร้างความเดือดร้อน
29 ต.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : โรงงานสร้างความเดือดร้อน
ร้องทุกข์เรื่องโรงงานสับปะรดปล่อยควันพิษทั้งวันทั้งคืนที่ อ.หัวหิน ตั้งอยู่ที่ 222 หมู่ 3 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือว่าก่อนหน้าที่โรงงานแห่งนี้จะมาตั้งอยู่ที่นี่ ในหมู่บ้านผมจะอากาศดีและบริสุทธิ์มากๆ
จนกระทั่งมีโรงงานสับปะรดมาตั้งโดยที่ชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าจะมาตั้งบริเวณนี้ และพอดำเนินการผลิตมาสักระยะ มีการซื้อกิจการจากเจ้าของโรงงานเดิมที่ยังผลิตสินค้าได้ในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้การปล่อยควันพิษยังอยู่ในปริมาณน้อย แต่ด้วยระยะหลังทางโรงงานมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นทำให้มีการปล่อยควันพิษในปริมาณที่มาก ทั้งกลางวันและกลางคืน
ทำให้เพื่อนบ้านและครอบครัวผมเองก็มีสุขภาพที่แย่ลง เนื่องจากกลิ่นควันลอยตามลมเข้ามาในบ้าน ผมเองเป็นภูมิแพ้อาการก็กำเริบตลอด (ใช้ผ้าปิดจมูกก็เอาไม่อยู่ครับ) แต่ที่น่าสงสารสุดก็หลานผมเองครับแก 1 ขวบกว่าๆ พอดมควันทีก็จามตลอดน่าสงสารมากทนทุกข์มาหลายปีแล้ว
ชาวบ้านก็ไม่มีใครกล้าไปร้องเรียนเพราะกลัวจะโดนกลั่นแกล้ง ผมเลยลองส่งความร้องทุกข์เรื่องนี้มาให้ลุงแจ่มช่วยเป็นสื่อกลางให้ทางโรงงานลงมาแก้ปัญหาการปล่อยควันพิษแบบไม่สนใจความเป็นอยู่ของชาวบ้าน (ผมว่าควันพิษที่ปล่อยพอๆ กับหมอกควันพิษที่เป็นปัญหาที่ภาคใต้ในขณะนี้) ทั้งนี้ขอขอบคุณ “คม ชัด ลึก” ที่มีช่องทางดีๆ ในการช่วยเหลือคนไทยแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน
มนัส / ประจวบคีรีขันธ์
ตอบ
นายพงศ์ศักดิ์ นาคโต ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หินเหล็กไฟ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงว่า กองสาธารณสุข ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบโรงงานแห่งนี้หลายรอบแล้ว โดยได้ร่วมตรวจกับฝ่ายปกครองของท้องถิ่น, อำเภอ, ปลัดอำเภอ, อุตสาหกรรมจังหวัด และร่วมกับผู้นำชุมชนในหมู่บ้านแห่งนี้
ในส่วนบริเวณที่ได้รับผลกระทบนั้นก็จะมีผู้ใหญบ้าน ผู้นำชุมชน และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมตรวจสอบ และก็แนะนำดำเนินการแก้ไข ทางโรงงานก็แก้ไขตามที่แนะนำ คือแนะนำให้ปรับปรุงสภาพบ่อบำบัด เรื่องของการตักบ่อ เรื่องการตักน้ำเสีย ปรับคุณภาพน้ำ
ส่วนเรื่องควันตอนนี้ก็เบาลงแล้ว เพราะกองสาธารณสุขไม่ได้ตรวจวัดคุณภาพเพราะไม่มีเครื่องมือ แต่เท่าที่ทราบตอนนี้ควันไม่มีแล้ว จะมีก็บางช่วงที่โรงงานมีการผลิตมากๆ เท่านั้น ก็จะมีควันลอยออกมา จริงๆ นั้นผลกระทบไม่ได้เกิดจากควันที่ลอยออกมา แต่จะเดือดร้อนเรื่องของกลิ่นในการผลิตมากกว่า เพราะว่ามีกลิ่นแรงพอสมควร
กองสาธารณสุขได้ให้ข้อแนะนำแล้ว โดยดำเนินการโดยอุตสาหกรรมจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาดำเนินการ และโรงงานแห่งนี้ก็เป็นโรงงานประเภทอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลเรื่องนี้ โรงงานนี้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ กำลังการผลิตเยอะ ก็อยากให้ผู้ร้องเรียนเข้ามาพูดคุยกับผู้นำชุมชน เข้ามาร่วมตรวจสอบกัน แต่เท่าที่ทราบล่าสุดชาวบ้านก็ยอมรับได้ คือสามารถอยู่รวมกันได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มีทางแก้ไขการปรับปรุงน่าจะเป็นที่ยอมรับของชุมชน โรงงานก็ให้ความร่วมมือแก้ไขด้วยดีมาโดยตลอด



