ไลฟ์สไตล์

สกสค.ปรับเกณฑ์กู้ช.พ.ค.รุ่น 5

สกสค.ปรับเกณฑ์กู้ช.พ.ค.รุ่น 5

23 ก.ค. 2552

สกสค.ปรับเกณฑ์กู้ช.พ.ค.รุ่น 5 ต้องทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อก่อน ชี้ต้องมีเงื่อนไข เป็นไปตามที่ตกลงกับทางธนาคาร แจงประเด็นหักเงิน 10,000 บาทเข้ากองทุนรวม แล้วแต่ใครสมัครใจไม่มีการบังคับ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2552 ดร.ชินภัทร    ภูมิรัตน    ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เปิดเผยภายการประชุมคณะกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)นัดพิเศษว่าการประชุมในวันนี้ได้พิจารณาทบทวนเงื่อนไขหลักเกณฑ์โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.โครงการ 5 ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการศธ.ที่ไม่ต้องการให้มีการบังคับสมาชิกผู้กู้ทำประกันชีวิตและหักเงินเข้ากองทุนของสำนักงานสกสค.ซึ่งที่ประชุมได้มีมติดังนี้ 1.กรณีการบังคับให้ผู้กู้ต้องทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้กู้มีสองทางเลือกคือทางเลือกที่ 1 ให้ใช้เงื่อนไขเดิมคือให้มีการทำประกันชีวิตและมีผู้ค้ำประกัน 1 คน ทางเลือกที่ 2 สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้จะไม่บังคับให้ทำประกันชีวิตแต่จะลดเพดานเงินกู้จากที่ให้กู้ได้สูงสุด 600,000 บาทเหลือกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทและต้องมีผู้ค้ำประกัน 3 คนรวมทั้งต้องได้รับการยินยอมจากทายาทผู้รับประโยชน์เมื่อผู้กู้เสียชีวิตด้วย

 “การให้ผู้ค้ำประกันก็เป็นเกณฑ์ปกติของทางสถาบันการเงิน โดยที่ผ่านมากำหนดไว้ว่าถ้ากู้เงินไม่เกิน 3 แสน จะต้องมีผู้ค้ำประกัน 1 คน กู้ไม่เกิน 4 แสนบาท ผู้ค้ำประกัน 2 คน และกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท ผู้ค้ำประกัน 3 คน ทั้งนี้ ต้องทำหนังสือเสนอไปยังธนาคารออมสิน เพื่อขอเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ หากธนาคารออมสินไม่ยินยอมต้องมาคุยอีกครั้ง ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลเฉพาะผู้กู้ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้เท่านั้น ส่วนผู้กู้ที่รับเงินไปแล้วประมาณ 2 หมื่นกว่าราย ถือว่าการทำประกันชีวิตมีผลไปแล้ว โดยขณะนี้มีผู้ขอยื่นกู้เงินแล้วประมาณกว่า 180,000 ราย" ปลัดศธ. กล่าว

 ดร.ชินภัทร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการกำหนดให้ผู้ไม่ต้องการทำประกันชีวิตกู้ได้สูงสุด 500,000 บาทและจะต้องมีผู้ค้ำประกันด้วยนั้นยุ่งยากแก่ผู้กู้หรือไม่ ตนเอง ไม่รู้เพราะสิ่งนี้เป็นเงื่อนไขปกติในการกู้เงิน 5 แสนจะเดินเข้ามาแล้วกู้เลยไม่ได้ ซึ่งหากจะไม่ให้มีเงื่อนไขอะไรเลยก็คงไม่ได้ทางธนาคารออมสินก็คงไม่ยอมเพราะเรื่องนี้ต้องแฟร์ๆ

 ปลัด.ศธ. กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นการหักเงิน 10,000 บาทเข้ากองทุนรวมเพื่อความมั่นคงของสมาชิกช.พ.ค.นั้นมีมติ ให้เป็นไปด้วยความสมัครใจไม่มีการบังคับ โดยสมาชิกที่ได้รับเงินไปแล้วหากประสงค์จะขอรับเงินคืนให้ติดต่อไปที่สำนักงานสกสค.จังหวัดภายในเดือนสิงหาคม และถ้าพ้นกำหนดระยะเวลาไปแล้วโดยไม่ติดต่อขอรับเงินคืนจะถือว่ามีความประสงค์ที่จะออมเงินกับกองทุนดังกล่าว สำหรับผู้ที่ยื่นกู้แล้วยังไม่ได้รับสินเชื่อให้แจ้งความประสงค์ที่จะไม่ให้หักเงินเข้ากองทุนได้ ส่วนผู้ที่จะยื่นกู้รายใหม่จะมีช่องระบุว่าจะให้หักเงินเข้ากองทุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม  ต้องยอมรับว่าหากไม่มีการหักเงินเข้ากองทุนรวมเพื่อความมั่นคงของสมาชิกช.พ.ค.จะมีผลกระทบต่อกองทุนแน่เพราะจะไม่มีเงินพอที่จะไปดำเนินการในกิจกรรมใหญ่ซึ่งก็คงไม่เป็นไรก็ต้องทำตามวงเงินที่ได้รับ เช่น การนำไปช่วยเหลือองค์การค้าฯ