
มานิตยันรัฐหนุนสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
รมช.สาธารณสุข เปิดงานเตรียมการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ยันรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่เป็นกลไกการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญในการเสนอนโยบายสาธารณะในการแก้ปัญหาประเทศ ด้านเลาขา สช.เผยประเด็นนำเข้าที่ประชุมมี 11 ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดประชุมเตรียมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2552 โดยมีตัวแทนเครือข่าย 182 กลุ่มเครือข่ายกว่า 500 คนเข้าร่วมงาน โดยมี นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมครั้งนี้ และ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและผู้บริหารให้การต้อนรับ
นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการ “สมัชชาสุขภาพ” เป็นอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่าจะเป็นกระบวนการในการแก้ไขปัญหาสำคัญ ๆ ของชาติ โดยใช้หลักการ “การมีส่วนร่วม” เป็นยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 ที่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้ “ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน … และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข…”
ซึ่งรัฐบาลได้นำมากำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลข้อ 3.3 ที่ระบุไว้ว่าจะ “สนับสนุนการดำเนินการตามแนวทางของกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ” และ นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายต่อผู้บริหารหน่วยงานของรัฐที่ตึกสันติไมตรี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2552 ไว้ว่า “ทุกวันนี้ภัยคุกคามเรื่องของสุขภาวะของคนไทยโดยทั่วไปเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตแล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องโรคระบาดแต่กลายเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาตรงนี้ที่ผมเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการนำระบบสมัชชาเข้ามาใช้ในเรื่องของสุขภาพ”
เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เป็นนวัตกรรมทางสังคมที่เกิดขึ้นตามบทบัญญัติในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ต้องจัดขึ้นอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เป็นพื้นที่ที่ให้ภาคีทุกภาคส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หรือความมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน
ทั้งมีหน้าที่ติดตาม ผลักดันให้ข้อเสนอหรือมติจากสมัชชาสุขภาพที่เสนอให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติหรือนำไปพิจารณาประกอบในการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพให้บรรลุผลในทางปฏิบัติ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยินดีที่จะเป็นผู้สนับสนุนกระบวนการสมัชชาสุขภาพให้เกิดการขยายผลอย่างกว้างขวางในทุกพื้นที่และพร้อมจะผลักดันข้อเสนอ/มตินโยบายต่างๆที่เกิดขึ้นในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง
นพ.อำพล กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายจำแนกเป็น กลุ่มเครือข่ายจากพื้นที่ 76 จังหวัด กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มเครือข่ายภาควิชาการ/วิชาชีพ เครือข่ายภาคการเมือง ราชการและองค์กรภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติต่อกลุ่มเครื่อข่าย สนับสนุนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่ายในกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ในด้านการให้ความเห็นต่อร่างมติข้อเสนอ 11 ประเด็นเข้าวาระประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 และถือเป็นการสนับสนุนกระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ของคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) อีกทั้งเป็นการสร้างสัมพันธ์และประสานเครือข่ายร่วมกัน
กลุ่มประเด็นสำคัญที่เข้าเป็นระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ 1.ครอบครัวและเยาวชน ประเด็นสำคัญที่เลือก : ยุทธศาสตร์การสร้างเสริมสุขภาวะของครอบครัวและเยาวชน เน้นเรี่องความปลอดจากความรุนแรงในครอบครัว บทบาทพ่อแม่และวัยรุ่น 2.ผู้สูงอายุ ประเด็นสำคัญที่เลือก : ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว สวัสดิการชุมชนสำหรับแรงงานผู้สูงอายุ ระบบบำนาญแห่งชาติ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
3.การจัดการสุขภาวะเฉพาะโรค ประเด็นสำคัญที่เลือก : ระบบการจัดการแบบบูรณาการ โรคติดต่ออุบัติใหม่าจากสัตว์สู่คน การเฝ้าระวัง การป้องกันควบคุมการระบาดจามสัตว์สู่คน และระบาดต่อเนื่องในคน การบริหารจัดการข้อมูลและความรู้ การให้ข้อมูลแก่ประชาชนผ่านสื่อสาธารณะ 4.ขยะ (ขยะมูลฝอยติดเชื้อ ขยะอันตรายจากชุมชน ขยะจากภาคอุตสาหกรรม) ประเด็นสำคัญที่เลือก : การตระหนักรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ความพร้อมของท้องถิ่นในการจัดการ ขยะ electronic มีปัญหาเพิ่มขึ้น ต้องดูแลทั้งวงจรและระบบ ถือเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ซึ่งมีการศึกษาพบตะกั่วปนเปื้อนในดินบางพื้นที่สูงมาก ส่วนขยะภาคอุตสาหกรรมมีปัญหาการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
5.ยุทธศาสตร์ระบบริการสุขภาพแห่งชาติ ประเด็นสำคัญที่เลือก : การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย / การบูรณาการระบบหลักประกันสุขภาพ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มทางเลือก6.ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์แผนไทย ประเด็นสำคัญที่เลือก : การพัฒนาแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ให้เป็นระบบคู่ขนานกับระบบการแพทย์หลักของประเทศ เพื่อให้การดูแลสุขภาพเข้มแข็งเป็นแบบองค์รวม เพิ่มคุณภาพชีวิต 7.การคุ้มครองผู้บริโภคด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพประเด็นสำคัญที่เลือก : การคุ้มครองสิทธิเด็กด้านยา การคุ้มครองผู้บริโภคด้านการผลิต การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ปัจจุบันมีการโฆษณาเกินจริงไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคเพื่อสุขภาพ
8.โภชนาการและการสร้างเสริมสุขภาพ ประเด็นสำคัญที่เลือก : ส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมโดยมุ่งเน้นการลดหวาน มัน เค็ม ส่งเสริมพฤติกรรมการเคลื่อนไหวออกแรงที่เพียงพอเหมาะสม 9.อุบัติเหตุ ประเด็นสำคัญที่เลือก : การหนุนเสริมกลไกและโครงสร้างภาคประชาชนในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนร่วมกับภาคีเครือข่าย การส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ 10.แผนพัฒนาที่ยั่งยืนของภาคใต้ ประเด็นสำคัญที่เลือก : แผนพัฒนาที่ยั่งยืนภาคใต้บนฐานการพึ่งตนเองด้านเศรษฐกิจ สังคม และ 11.แอลกอฮอล์ เป็นการติดตามประเด็นจากการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2551
นพ.อำพล กล่าวด้วยว่า ภาคีเครือข่ายเสนอ 111 ประเด็น และคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกประเด็นนโยบายที่มีความสำคัญ มีความรุนแรงของปัญหา มีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งเป็นประเด็นที่เป็นที่สนใจของสาธารณะ และมีความเป็นไปได้ในการนำไปสู่การปฏิบัติ ในท้ายสุดเหลือเพียง 11 ประเด็นที่จะเป็นระเบียบวาระหลัก



