ไลฟ์สไตล์

ส่งเหยื่อข่มขืนไปค่ายกักกันเป็นเรื่อง‘ไม่ธรรมดา’

ส่งเหยื่อข่มขืนไปค่ายกักกันเป็นเรื่อง‘ไม่ธรรมดา’

26 ต.ค. 2558

ลุงแจ่มเตือนภัย : ส่งเหยื่อข่มขืนไปค่ายกักกันเป็นเรื่อง ‘ไม่ธรรมดา’

 
       ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลียระบุการส่งเหยื่อข่มขืนกลับไปค่ายกักกันผู้ลี้ภัยบนเกาะนาอูรูเป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา”
 
       จิลเลียน ทริจจ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์ว่า การให้ปากคำของฝ่ายต่างๆ กรณีส่งกลับผู้ลี้ภัยหญิงชาวโซมาเลียที่ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนกลับเข้าค่ายกักกันบนเกาะนาอูรูนั้น “ไม่สอดคล้องกัน”
 
       ผู้ลี้ภัยหญิงชาวโซมาเลียคนดังกล่าวถูกระบุนามแฝงว่า “อบียัน” วัย 23 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในค่ายกักกันบนเกาะนาอูรูบอกว่าเธอตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน เธอถูกส่งตัวไปทำแท้งที่กรุงซิดนีย์ในออสเตรเลีย เพราะการทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายในนาอูรู เธอถูกส่งตัวกลับไปที่ค่ายกักกันบนเกาะนาอูรู โดยเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเปิดเผยว่า หญิงผู้นี้เปลี่ยนใจที่จะทำแท้ง แต่ทนายของเธอและกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ แสดงความกังวลยิ่งต่อการส่งตัวเธอกลับไปบนเกาะนาอูรู
 
       ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลีย กล่าวว่า การที่หญิงผู้นี้ตัดสินใจในเวลาสั้นๆ เช่นนี้ “เป็นเรื่องผิดปกติมาก” ทริจจ์ อธิบายว่า ผู้ลี้ภัยคนนี้อยู่ในภาวะซึมเศร้ามากอย่างเห็นได้ชัด และจำเป็นยิ่งที่ต้องได้รับการให้คำปรึกษาและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งนี้ทริจจ์บอกด้วยว่าการให้ปากคำของ “อบียัน” กับความเห็นของนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย “ดูจะไม่สอดคล้องกัน”
 
       นายดัทตัน กล่าวว่า “อบียัน” ตัดสินใจที่จะไม่ทำแท้งหลังได้พบกับแพทย์แล้ว แต่สื่อมวลชนออสเตรเลียได้เปิดเผยบันทึกของ “อบียัน” ที่เป็นลายมือเขียนโดยมีข้อความว่า “ฉันป่วยมาก ฉันไม่เคยบอกว่าไม่ต้องการทำแท้ง ฉันไม่เคยเจอแพทย์ ฉันพบแต่นางพยาบาลที่คลินิกและไม่เคยได้รับการให้คำปรึกษาอะไร”
 
       “อบียัน” เขียนด้วยว่าไม่มีล่ามอยู่ด้วยตอนที่เธอพบกับนางพยาบาล และได้ร้องขอว่า “โปรดช่วยฉันด้วย”
 
       นายจอร์จ นิวเฮ้าส์ ทนายความของ “อบียัน” กล่าวว่า เธอต้องการเวลามากกว่านี้ในการตัดสินใจ และเขากล่าวหารัฐบาลออสเตรเลียว่าด่วนส่งตัวเธอกลับไปก่อนที่เขาจะยื่นร้องขอคำสั่งห้ามของศาล
 
       ด้านรัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลียได้กล่าวย้ำกับว่า “อบียัน” ได้พบกับแพทย์และได้รับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่หลายครั้งแล้ว โดยทุกครั้งมีล่ามอยู่ด้วย นายดัทตันบอกว่า “อบียัน” ตัดสินใจด้วยตัวเธอเอง และประกาศว่าเขาจะไม่ยอมให้ฝ่ายต่อต้านนโยบายคนเข้าเมืองของออสเตรเลียใช้สถานการณ์ของ “อบียัน” เป็นตัวประกันทางการเมือง