ไลฟ์สไตล์

'หัวใจ-หลอดเลือดสมอง' คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ

'หัวใจ-หลอดเลือดสมอง' คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ

27 ต.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : 'หัวใจ-หลอดเลือดสมอง' คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ

 
                      เตือนโรคฉุกเฉินในผู้หญิง “หัวใจ-หลอดเลือดสมอง” คร่าชีวิตผู้หญิงอันดับต้นๆ แนะระวัง “เบาหวาน-ความดัน” ปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำให้เกิดโรคฉุกเฉิน พร้อมย้ำควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุขึ้นเลขสาม
ปัจจุบันมีหลายโรคที่คร่าชีวิตคนไทย โดยเฉพาะผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งถือเป็นเดือนแห่งวันแม่ เป็นเดือนของผู้หญิง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติขอเชิญชวนลูกๆ ทุกคนช่วยกันดูแลสุขภาพแม่ให้ห่างไกลโรค
 
                      ปัจจุบันโรคที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับต้นๆ คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองโดยโรคหัวใจและหลอดเลือด ถือเป็นโรคฉุกเฉินที่อันตรายมากเนื่องจากไม่ค่อยมีอาการเบื้องต้นและจะเกิดโรคในปัจจุบันทันด่วน คือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เจ็บลิ้นปี่ ร้าวไปกรามทั้งสองข้าง ลงไปที่แขนหรือมือ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ คอเลสเตอรอลสูง เป็นเบาหวานเรื้อรัง อ้วน มีความเครียด ไม่ออกกำลังกาย
 
                      ส่วนโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิง และผู้หญิงมีอัตราการเกิดโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ที่สำคัญมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศชาย โดยโรคดังกล่าวคือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก โดยผู้ป่วยด้วยโรคนี้จะมีอาการแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน มึนงง วิงเวียน ทรงตัวไม่ได้ ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ ซึ่งส่วนมากทุกอาการจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน ดังนั้นผู้พบเห็นต้องรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ โทรสายด่วน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างทันที โดยต้องระลึกเสมอว่าการรักษาผู้ป่วยโรคนี้จะต้องรีบส่งเข้ารักษาภายในเวลา 3 ชั่วโมง จะทำให้ผู้ป่วยจะลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หรือพิการ
 
                      นอกจากโรคฉุกเฉิน 2 โรคแล้ว ยังมีโรคที่ถือเป็นต้นตอและเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคฉุกเฉินด้วยคือ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานจะทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ หากป่วยเป็นเบาหวานจะยิ่งเพิ่มความอันตรายและอาจรุนแรงจนทำให้ตาบอด ไตวาย เป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ทั้งโรคหัวใจ และหลอดเลือดในสมอง
 
                      สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ คือ 70-110 และควรรับประทานอาหารให้พอดี เว้นระยะห่างของอาหารแต่ละมื้อให้นาน งดเว้นอาหารประเภทหวานๆ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวาน อาหารประเภทแป้งและไขมัน รวมทั้งไขมันจากกะทิ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 15-30 นาทีต่อวันเพื่อให้ห่างไกลโรค
 
                      ขณะที่ความดันโลหิตสูงจะยิ่งอันตรายมากเช่นกันในผู้หญิงตั้งครรภ์เพราะความดันโลหิตสูงสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะใน 3 เดือนก่อนคลอด หากไม่รักษาจะเป็นอันตรายทั้งแม่และลูก หรืออาจทำให้ครรภ์เป็นพิษได้
 
                      ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ดีอย่างหนึ่งนอกจากรักษาสุขภาพให้แข็งแรงแล้ว ทุกคนจะต้องหมั่นตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องประมาณปีละ 1 ครั้ง แต่สำหรับคนที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคร้าย เช่น มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงในการสืบทอดทางกรรมพันธุ์ก็อาจต้องตรวจตั้งแต่อายุน้อย และสำหรับผู้หญิงหากมีอายุตั้งแต่เลข 3 ขึ้นไป การตรวจสุขภาพถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหากเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ที่สายด่วน 1669 บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
 
ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย
 
รองเลขาธิการสถาบัน
 
การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)