
ปั่นจักรยานหยุดเวลา'ลำปาง'
25 ต.ค. 2558
ปั่นจักรยานหยุดเวลา'ลำปาง' : ชวนเที่ยว เรื่อง / ภาพ : สมศักดิ์ ล่ำพงศ์พันธุ์
ลำปาง เป็นจังหวัดหนึ่งที่นักเดินทางท่องเที่ยวทั่วไปมักใช้เป็นแค่เมืองผ่านทางไปจังหวัดอื่นในภาคเหนือ น้อยครั้งที่จะหยุดแวะเที่ยวชมเมืองแบบลึกๆ สักครั้ง เราอย่ามองว่าภาพที่เคยรู้จักคือเมืองเขลางค์ เมืองรถม้า หากแต่วันนี้เราจะไปค้นหามิติการท่องเที่ยวแบบใหม่ด้วยการขี่รถจักรยานท่องเที่ยวไปตามซอกมุมต่างๆ ที่ละเอียดลึกซึ้งกว่า เพื่อค้นหาเมืองลำปางที่ไม่หมุนกาลเวลา ในมิติของชีวิตวัฒนธรรมประเพณีล้านนาก็ยังคงเหลือกลิ่นอายให้สัมผัสได้ในยามเช่นนี้
ณ วันนี้…..เมืองลำปางถูกจัดให้เป็นเมืองต้องห้ามพลาดในการท่องเที่ยวที่ชูจุดเด่นของตัวเมืองแหล่งสถานท่องเที่ยวที่สำคัญ รวมไปถึงรากเหง้าของมนุษยชาติหัวใจล้านนายังปรากฏให้เห็นตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงการสืบสานวัฒนธรรมที่ตกทอดสืบมา
การมาเที่ยวลำปางแบบเที่ยวให้ลึกต้องตั้งใจมา จริงๆ ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวเมืองลำปางด้วยการท่องเที่ยวปั่นจักรยานชมเมือง เป็นการเจาะจุดท่องเที่ยวที่เข้าถึงอย่างใกล้ชิดทั้งวัดวาอาราม วิถีชีวิตผู้คน อาชีพของผู้คน ตลาดร้านค้า ฯลฯ เป็นการเข้าถึงหัวใจของแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะช่วงเวลายามเช้ากับช่วงยามเย็น ที่เราจะได้พบแก่นแท้ของวิถีชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น
มาเที่ยวเมืองลำปางจุดแรกที่พลาดไม่ได้คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง อยู่ทางอำเภอเกาะคา ไกลจากตัวเมืองมากๆ เราขอนั่งรถไปเที่ยวดีกว่า ส่วนจักรยานค่อยมาว่ากันในตัวเมือง
วัดพระธาตุลำปางหลวงป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลูด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลูเช่นกัน เป็นวัดต้นตระกูลทิพย์ช้าง หรือต้นตระกูลเชื้อเจ็ดตน
ในวัดแห่งนี้มีภาพอันซีนเป็นภาพเงาพระธาตุกลับหัวเกิดขึ้นในภายในมณฑปพระพุทธบาทเข้าชมได้เฉพาะผู้ชาย เนื่องจากด้านใต้มณฑปนั้นมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ส่วนผู้หญิงสามารถเข้าไปดูได้ในวิหารพระพุทธที่เกิดขึ้นอีกจุดหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้เป็นการหักเหของแสงในหลักการเดียวกันกับกล้องรูเข็ม ที่เกิดจากความเหมาะเจาะในระยะห่างระหว่างองค์พระธาตุกับวิหาร อุโบสถ หรือมณฑป
ออกจากวัดพระธาตุลำปางหลวงไปยัง วัดไหล่หินหลวง เป็นวัดที่มีซุ้มประตูโขง ลักษณะคล้ายคลึงกับวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่มีการประดับตกแต่งที่แตกต่างกันบ้าง คือมีการใช้ตุ๊กตาดินเผาประดับ และยังมีคัมภีร์โบราณและโบราณวัตถุที่ทางวัดได้เก็บรักษาไว้เป็นจำนวนมาก
ช่วงยามเย็นกลับเข้าตัวเมืองลำปาง พักค้างคืนสถานที่พักอันสงบร่มรื่นอย่างเอื้องคำรีสอร์ท ตกค่ำก็เดินจับจ่ายซื้อของ เที่ยวชมวิถีบ้านโบราณใน ย่านกาดกองต้า หรือตลาดท่าน้ำสมัยก่อน ปัจจุบันเป็นย่านถนนคนเดินในยามค่ำคืนที่เราจะค้นพบเรื่องราวความเป็นล้านนา วิถีชีวิตผู้คนมากมาย
หลังจากอาหารเช้า จะเป็นช่วงเวลาการปั่นจักรยานท่องเที่ยวเมืองลำปาง เราออกจากที่พักด้วยจักรยาน ปั่นไปตามเส้นทางตัวเมือง ลัดเลาะไปทางลัดบ้าง เพื่อไปยัง วัดพระธาตุดอนเต้า เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกตที่กรุงเทพฯ นานถึง 32 ปี ก่อนจะถูกอัญเชิญไปเชียงใหม่
ภายในวิหารวัดพระธาตุดอนเต้าประดิษฐานพระพุทธรูปบัวเข็มอันศักดิ์สิทธิ์ ลักษณะของวิหารเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยงานประดับกระจกอย่างที่นิยมในศิลปะพม่าสำหรับเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังวิหาร สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ร่วมสมัยกับพระธาตุลำปางหลวง
ออกจากวัด เราก็ลัดเข้าถนนรองผ่านชุมชนเล็กๆ เพื่อไปหาป้าอ้อย ต้นตำรับการทำถั่วงอกที่ได้รับความนิยมมาก เป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างงาม แต่ต้องอดทน ประกอบกับต้องมีเทคนิคการทำถั่วงอก ให้สด ขาว สะอาด ด้วย
มาเมืองลำปางเมืองรถม้าทั้งที ก็ต้องแวะเวียนเข้าไปชม คอกม้าโกตี๋ ก็อยู่ไม่ห่างบ้านป้าอ้อยมากนัก เป็นคอกม้าที่ยังมีรถม้าที่ให้บริการท่องเที่ยวในตัวเมืองลำปางนี้เอง
ใกล้เที่ยงแล้วก็ต้องหาที่หลบมุมหลบร้อนสักหน่อย ก็ปั่นไปแถวย่านท่ามะโอ แวะ บ้านเสานัก เป็นบ้านไม้สักโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยการทำไม้ที่รุ่งเรือง สร้างในปี 2438 โดยพ่อเลี้ยงหม่องจันโอง มีเสาไม้สักถึง 116 ต้น แบบระเบียงบ้านได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบพม่า ด้านบนบ้านยังเก็บของดั้งเดิมไว้ให้ได้ชมอยู่มาก ซึ่งบ้านนี้นอกจากจะเปิดให้เข้าชมแล้ว ยังเคยมีคนไปขอเช่า้สถานที่เพื่อจัดงานเลี้ยงด้วย ทำให้ได้กลิ่นอายของความเป็นล้านนา และศิลปะท้องถิ่น
ก่อนจะพักทานข้าวเที่ยงก็แวะชม วัดประตูป่อง มีวิหารที่เหมือนวิหารหลวงของวัดพระธาตุลำปางหลวง มีงานจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสมัยใหม่ มีสีสันสดใส มีเรื่องราวที่ปรากฏบนฝาผนังมากมาย
ปั่นจักรยานข้ามแม่วังตรงสะพานรัษฎาภิเศกแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านฮวนชุนเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่เก่าแก่รสชาติที่ผู้คนที่รู้จักกันดี
ต่อจากนั้นปั่นต่อผ่านย่านชุมชนเมืองเก่า เป็นย่านตลาดจีนหรือย่านกาดกองต้าซึ่งในช่วงยามเย็นจะกลายเป็นถนนคนเดินจับจ่ายซื้อของในยามค่ำคืน ตลอดถนนกาดกองต้า จะผ่านอาคารบ้านเรือนเก่าแก่อย่าง บ้านคมสัน สีเหลืองใหญ่โตโอ่อ่า ผ่าน อาคารเยียนซีไท้ลีกี อดีตดีพาร์ตเมนต์สโตร์ที่โอ่อ่า บ้านแม่แดง สีขาวโดดเด่นของอาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ร้านม้า-หมุน ร้านขายของเก๋ไก๋มีดีไซน์ แล้วมาแวะมาชิม กาแฟร้านหม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิง 2 ชั้นครึ่ง ที่มีการแตกต่างด้วยไม้แกะสลักสวยงาม อาคารกาญจนวงศ์บ้านสินานนท์ ก่อนจะแวะมาที่หอศิลป์ลำปาง เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวภาพเมืองลำปางทั้งในยุคเก่ายุคใหม่และยังได้ชมการทำตุงโคมศรีล้านนาที่เป็นศิลปะอันล้ำค่าน่าศึกษาเอาเป็นความรู้อย่างยิ่ง
ห้วงเวลาที่เรามาหยุดกาลเวลากลางเมืองลำปางกันอย่างเต็มอิ่ม กันทั้งวัน และเกือบทั้งคืนก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ และที่พลาดไม่ได้คือการนั่งรถม้าท่องเที่ยวเมืองลำปาง และที่สุดเก๋สุดเท่ ด้วยการรถม้าของโกตี๋ที่ทำรถม้าด้วยไม้สักทองทั้งคัน ผสมผสานสไสตล์คาวบอยตะวันตกอย่างเต็มสูตรด้วย
เรามาปิดท้ายด้วยการ ชมพิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี เป็นตำนานชามตราไก่เมืองลำปาง สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน และมาตั้งรกรากสร้างโรงงานชามและเซรามิคที่มีชื่ออยู่ทุกวันนี้ และเราสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์เซรามิกได้จากโรงงานแห่งนี้ได้เลย
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน “ลำปาง” เกิดเป็นปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นมาตามกระแสการท่องเที่ยว กลายเป็นเมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนที่คิดว่าเมืองลำปางแค่เป็นเมืองผ่าน ได้มาสัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีและหลายสิ่งหลายอย่างที่บอกว่า “ต้องห้ามพลาด”



