
หยิบจิตวิญญาณใส่จานอร่อย
25 ต.ค. 2558
หยิบจิตวิญญาณใส่จานอร่อย : ชวนชิม
นั่งบีทีเอสผ่านแยกสาทรตัดนราธิวาสราชนครินทร์แถวๆ สถานีช่องนนทรีทีไร ต้องก้มไปมองตึกฝรั่งหลังคาสีแดงเบื้องล่างทุกครั้ง แม้จะห้อมล้อมไปด้วยอาคารสูงทันสมัยอันบ่งบอกถึงความเก่งกล้าสามารถของคนยุคนี้ ทว่าก็ไม่อาจลดทอนความสวยของสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกที่ยืนเด่นหรามากว่าศตวรรษได้เลย จากคฤหาสน์หลังงามของคหบดีคนดังสมัยรัชกาลที่ 5 “หลวงสาทรราชายุกต์” นักธุรกิจผู้มั่งคั่งและผู้ริเริ่มขุดคลองสาทร ยุคหนึ่งถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงแรมหรู ก่อนจะแปรบทบาทอีกครั้งเป็นสถานทูตรัสเซีย และล่าสุดตกแต่งตัวใหม่เป็นแหล่งสร้างสุนทรีย์ทางการกินดื่มใจกลางย่านธุรกิจในชื่อ “เดอะเฮ้าส์ออนสาทร”
ยลความงามเพียงด้านนอกกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ จนเมื่อวันก่อนมีโอกาสย่างกรายเข้าไปสัมผัสเนื้อใน ถึงกับร้องว้าว....ออกมาอย่างเผลอตัว ภาพที่เห็นสร้างความประหลาดใจเป็นสองเท่าเพราะแท้จริงแล้วอาคารหลังนี้แบ่งเป็น 4 หลังสร้างต่อกันเป็นรูป 4 เหลี่ยมผืนผ้าและเมื่อปรับมาเป็นร้านอาหารจึงมีการแบ่งสันปันส่วนพื้นที่อย่างคุ้มค่าทั้ง เดอะ ไดน์นิง รูม ซึ่งเป็นห้องอาหารซิกเนเจอร์, เดอะ บาร์ สำหรับดื่มสังสรรค์หลังเลิกงาน หรือที่พบปะในช่วงระหว่างวัน, เดอะ คอร์ทยาร์ด บิสโตรกลางแจ้งสำหรับการรับประทานอาหารแบบอัลเฟรสโก้และจิบชายามบ่าย และ อัพสแตร์ส คลับเลานจ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีทั้งดนตรีสดและดีเจมาสร้างสรรค์ความบันเทิง
ไม่เพียงแนวคิดด้านการออกแบบและตกแต่งที่เต็มไปด้วยศิลปะเก่าใหม่ผสมผสานอย่างลงตัว ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มยังถูกออกแบบให้สอดคล้องโดยเชฟมากประสบการณ์ ฟาติห์ ทูทัค ที่ผ่านการเดินทางมาทั่วเอเชียสั่งสมเทคนิคใหม่ๆ ปรุงจานอร่อยจานแล้วจานเล่า จนเป็นเรื่องราวของตำรับเด็ดกลิ่นอายเอเชี่ยนที่รับรองว่าคออาหารไม่เคยลิ้มรสแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ฤดูกาลนี้เชฟฟาติห์ ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะออกมาเป็นเมนูสุดพิเศษหลากหลายเริ่มจากสำรับเรียกน้ำย่อย “ซีซั่น วอลลุ่ม 3" อย่าสะดุดเพียงเพราะหน้าตาที่ถูกครีเอทมาละม้ายข้าวรีซอตโตของอิตาลี ในจานหวานลิ้นมิใช่น้อยเชฟใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นเอเชียโดยใช้สาคูปรุงแทนข้าว ใส่ชีส เนย เห็ดโพชินี แต่งหน้าด้วยอาร์ติโชคจากเยรูซาเล็ม (หัวแก่นตะวัน) และไข่ที่ทำให้สุกด้วยน้ำเดือด หน้าตาและรสชาติอาจไม่คุ้นแต่ประทานโทษไม่เหลือ...วางช้อนส้อมไม่นานก็เกิดอาการตาโตอีกครั้งเมื่อจานกลมๆ ยกมาเสิร์ฟภายในมีหอยเชลล์ฮอกไกโดชิ้นพอคำ ถามไถ่จึงได้ชื่อว่า “ม็อค ราวิโอลิ” คนไม่ชอบของดิบอย่าเพิ่งยกมือบ๊ายบาย เพราะไม่ได้จัดมาทั้งตัวแต่ผ่าครึ่งจนเห็นเนื้อใสๆ ราดซอสเห็นทราฟเฟิลและซุปมิโซะให้มีความเป็นญี่ปุ่น บวกกับน้ำมันสาหร่ายหอมๆ บอกเลยเนื้อหอยเชลล์ฉ่ำซุปหวานนุ่มลิ้นมาก เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทเตอร์ที่ไม่อยากให้พลาด
ความคิดสร้างสรรค์ของเชฟมากลีลายังคงทยอยออกมาให้ลิ้มลองเรื่อยๆ และเมนคอร์สจานนี้ชื่อว่า “วากิว ทาร์ทาร์” ปกติเมนูนี้นักชิมคุ้นกันดีกับการปรุงด้วยทูน่าแต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นเนื้อวากิวแทน สับมาหยาบๆ แล้วคลุกเคล้าซอสโกจูจังของเกาหลีที่ผสมมายองเนส ไข่แดง โรยหอมแดงซอย ส่วนผงดำๆ ที่เห็นไปทั่วนั้นคือหัวหอมเผาแล้วปั่นจนเป็นผง ดูเอาเถอะคิดได้ไงสร้างสรรค์สุดๆ และความเป็นเอเชี่ยนแบบนี้ก็ย่อมได้ใจคนเอเชียอย่างเราๆ ไปเต็มๆ มาถึงไฮไลท์เด็ดของมื้อทุกคนต่างยกให้ “อันดามัน บาร์บีคิว” แค่รูปลักษณ์ทำเอาตะลึงงันเพราะเสิร์ฟมาบนก้อนหิน ส่วนหลักใหญ่ใจความอยู่ที่กุ้งแม่น้ำเนื้อเด้งแน่นๆ จากภูเก็ตปักษใต้บ้านเราที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน โดยเอาเนื้อมะพร้าวไปเคี่ยวจนเป็นซอสจากนั้นทาบนเนื้อกุ้งแล้วย่าง ซอสเข้าเนื้อรสชาติจึงหวานหอมและเด้งจนเคี้ยวกรุบกรับอยู่ในปาก เคียงมากับข้าวโพดอ่อนที่่ทาด้วยน้ำข้าวโพดจนชุ่มแล้วเผา หอมน่ากินมาก อ้อเกือบลืมซอสเพิ่มรสชาติในถ้วยเล็กๆ ทำจากมันกุ้งผสมเครื่องแกงแดง ครีเอทกว่านี้มีอีกมั้ย
เชฟพยายามใช้วัตถุดิบต่างๆ ภายในประเทศเพื่อสื่อถึงไลฟ์สไตล์ของผู้คนในท้องถิ่น อีกหนึ่งความชัดเจนนอกจากของคาวที่ว่ามาคือของหวาน "ออน มาย เวย์ โฮม ทู สีลม” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเชฟฟาติห์ไปเห็นป้าขายกล้วยปิ้งในซอยที่พัก จึงหยิบมาใส่ความคิดสร้างสรรค์เป็นกล้วยปิ้งสูตรพิเศษที่ฉ่ำทอฟฟี่ซอสและปกคลุมาด้วยเกล็ดหิมะหวานเย็นประดับดอกไม้สวยงาม ค่อยๆ ละเลียดพร้อมจิบค็อกเทลซิกเนเจอร์ “เดอะ ฟลายอิ้ง พิค (หมูบิน)” ตั้งชื่อตามปีเกิดของเจ้าของบ้านคนเก่า ผสมจากน้ำเสาวรส น้ำเชื่อมจากอบเชย น้ำมะนาว เหล้ารสส้ม และซอสทับทิมเข้มเข้น กล่อมอารมณ์อยู่หมัด!
ต้องบอกว่าเป็นความอร่อยที่คลุกเคล้าด้วยสูตรลงตัวระหว่างความสร้างสรรค์และศิลปะในการปรุงอาหารจริงๆ เอาเป็นว่าถ้าสไตล์นี้เข้าทางใครก็หาโอกาสไปสร้างความคุ้นเคยดู ตึกสวยๆ หาไม่ยากเด่นหราอยู่ภายในบริเวณโรงแรมดับเบิลยูสาทร เปิดให้บริการทุกวันแบ่งเป็นสองช่วงมื้อเที่ยงเวลา 12.00-14.30 น. ดินเนอร์ 18.00-22.30 น. มี 38 ที่เพียงพอ แต่ถ้าลูกค้าเยอะก็เจียดไปนั่งบาร์จิบเครื่องดื่มซาบซ่าจากบาร์เทนเดอร์มือฉมังไม่แพ้กัน อยากรู้อะไรเพิ่มเติมคลิก www.thehouseonsathorn.com



