
บุกรังเทคโนโลยีไดสัน ณ สิงคโปร์
25 ต.ค. 2558
บุกรังเทคโนโลยีไดสัน ณ สิงคโปร์ : ไซเบอร์แบตรายงาน
วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศจากการรีวิวผลิตภัณฑ์ไอที เป็นการนำผู้อ่านร่วมเหินฟ้าข้ามไปยังสิงคโปร์เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์การเยี่ยมชมโรงงานผลิตดิจิทัลมอเตอร์ความเร็วสูง และเทคโนโลยีการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกิดจากคำว่า “นวัตกรรม” ของบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า “ไดสัน” (Dyson) จากประเทศอังกฤษ
ไดสันไม่ได้เป็นบริษัทที่เพิ่งเกิดใหม่ เพียงแค่เพิ่งเป็นที่รู้จักในประเทศไทย เพราะไดสันเพิ่งเริ่มนำผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่น พัดลมไร้ใบ มาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และวางตำแหน่งสินค้าอยู่ในระดับบนของตลาด เครื่องดูดฝุ่นของไดสันตัวหนึ่งอาจจะมีราคาเริ่มต้นที่่ระดับ 2x,xxx บาท หรือพัดลมไร้ใบก็มีวางจำหน่ายในราคาเฉียดหนึ่งหมื่นบาท
แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงเช่นนี้ คือ ความน่าทึ่งของนวัตกรรมที่ผ่านการกลั่นกรองความคิด และพัฒนาขึ้นมาจากทีมวิศวกรจำนวนมากของไดสัน ภายใต้กรอบการบริหารแบบไร้กรอบจำกัดความคิด ของนายเจมส์ ไดสัน ผู้ก่อตั้งบริษัท ไดสันก่อกำเนิดจากผู้ชายคนหนึ่งด้วยไอเดียเกี่ยวกับ เครื่องดูดฝุ่นที่ปราศจากถุงเก็บฝุ่น เนื่องจากผิดหวังในเครื่องดูดฝุ่นที่มีใช้งานอยู่ทั่วไป และได้รับแรงบันดาลใจจากกรรมวิธีการแยกแบบไซโคลนของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างโรงเลื่อยไม้ และนี่จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีไซโคลน ของเจมส์ ไดสัน
หลังจากความพยายามในการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นต้นแบบไปถึง 5,127 เครื่อง ในที่สุด เจมส์ ไดสัน ก็สามารถสร้างเครื่องดูดฝุ่นไร้ถุงเก็บฝุ่นเครื่องแรกของโลกได้ ในปี 1993 และเครื่องดูดฝุ่นรุ่นนี้ได้กลายมาเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ขายดีที่สุดในอังกฤษ ด้วยเวลาเพียงแค่ 18 เดือนเท่านั้น 20 ปีต่อมา ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของไดสันได้วางจำหน่ายไปกว่า 72 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานเกือบ 5,000 คน โดยจากจำนวนพนักงานทั้งหมด 1 ใน 3 เป็นวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์
แม้ปัจจุบันไดสันจะเติบโตและก้าวหน้าไปอย่างมาก แต่รากฐานของบริษัทก็ยังมุ่งเน้นไปที่วิศวกรรมเช่นเดิม หัวใจสำคัญของไดสันคือ “การคิดนอกกรอบ” พยายามหาสิ่งที่แตกต่าง และสร้างสรรค์ทางออกใหม่ๆ ให้ปัญหาเดิมๆ ไดสันมุ่งมั่นเพื่อความสมบูรณ์แบบและสานต่อแนวคิดนี้ ไปจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ และหลงใหลในการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ
จากความก้าวหน้าในด้านวิศวกรรม เจมส์ ไดสัน ตระหนักดีว่า ผู้คนต้องการสิ่งของที่มีขนาดเล็กลง, น้ำหนักเบา, เป็นเทคโนโลยีไร้สาย แต่ทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาเราใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ตัวเดิม แบบไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลายาวนานหลายต่อหลายปี แต่เจมส์ ไดสัน ไม่ต้องการเช่นนั้น เขาทุ่มเทเวลากว่า 10 ปี และทุ่นทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีไดสินดิจิทัลมอเตอร์ ซึ่งหมุนเร็วกว่ารถฟอร์มูลาวันถึง 5 เท่า และเร็วกว่าเครื่องยนต์เครื่องบินโบอิ้ง 747 ถึง 10 เท่า การเปลี่ยนโฉมจากมอเตอร์รุ่นเก่าสู่มอเตอร์ดิจิทัลนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างศักยภาพให้กับสิ่งประดิษฐ์ไดสันในอนาคตเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับมอเตอร์ดิจิทัลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าของไดสันทุกตัว จะผลิตที่โรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมเวสท์ พาร์ค ประเทศสิงคโปร์ ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 10 ล้านตัวต่อปี โดยสายการผลิตมอเตอร์ดิจิทัลของไดสันจะใช้หุ่นยนต์ในทุกขั้นตอน และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบการทำงานอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งการประกอบมอเตอร์ดิจิทัลที่มีรอบการทำงานสูงถึง 110,000 รอบต่อนาที ต้องอาศัยความแม่นยำระดับสูงมิเช่นนั้นข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็จะทำให้เกิดหายนะขึ้นมาได้ เช่นแกนมอเตอร์ไม่ได้สมดุลก็จะเกิดการเหวี่ยงตัวของแกนในรอบการหมุนสูงๆ และจะทำให้แกนเกิดการคดเอียง และเสียหายในที่สุด ดังนั้นไดสัน จึงใช้หุ่นยนต์ 50 ตัวในการประกอบชิ้นส่วน 22 ชิ้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างมอเตอร์ดิจิทัล 1 ตัว โดยมีขั้นตอนการผลิตทั้งสิ้น 13 ขั้นตอนด้วยกัน ทั้งนี้แต่ละขั้นตอนจะแยกส่วนออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหากระบวนการผลิตหยุดชะงัก หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเกิดข้อผิดพลาด ซึ่งแต่ละส่วนจะจัดให้อยู่ในสถานที่ที่สะอาดและปลอดภัย ด้วยมอเตอร์ที่มีความเร็วในการหมุนสูงทำให้เป็นไปได้ยากที่จะมีการปนเปื้อนจากสิ่งต่างๆ แทรกเข้ามาได้
นอกจากมอเตอร์แล้ว ไดสันยังมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น เช่น การจำลองพายุไซโคลนเข้ามาอยู่ในเครื่องดูดฝุ่น อันเกิดจากการออกแบบกรวยช่องรับอากาศเพื่อสร้างเกลียวของลมหมุนที่ช่วยให้เกิดแรงดึงดูดจากภาวะกึ่งสุญญากาศในห้องดักฝุ่นของเครื่องดูดฝุ่น ที่มีแรงดูดสูงถึง 2,300 จี หรือ 2,300 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก ทำให้สามารถดูดฝุ่นขนาดเล็กถึงระดับ 0.3 ไมครอน หรือ 1/20 เท่าของความกว้างเส้นผมมนุษย์ออกจากพื้นผิวพรมหรือพื้นได้
การออกแบบระบบไซโคลน และการใช้มอเตอร์ความเร็วสูงนั้นเกิดจากการเปิดกว้างด้านความคิดของวิศวกรของไดสัน ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยไดสันใช้เงินราวสัปดาห์ละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการวิจัยผลิตภัณฑ์ และด้วยความเป็นบริษัทเอกชน ที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวคือ นายเจมส์ ไดสัน ผู้ที่เป็นวิศวกรและนักสร้างนวัตกรรมอยู่แล้ว จึงทำให้วิศวกรของบริษัทต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ก่อตั้งบริษัทที่มีวิสัยทัศน์คนนี้ให้ได้ก่อนที่จะมีการอนุมัติให้สร้างออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาดได้
นอกจากนั้นบริษัทยังมีการคิดถึงอนาคตของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะเข้าสู่ยุค Internet of Thing (IOT) ที่จะเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในอีกไม่นานนี้ ซึ่งนายอาร์ชี แฮนเดอร์สัน วิศวกรอาวุโสบอกกับผู้เขียนว่า “แน่นอนไดสันก็คิดถึงการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์แวดล้อม แต่ในเวลานี้ยังเร็วไปที่จะเปิดเผย” อย่างไรก็ตามไดสันก็พัฒนาฟีเจอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าฉลาด ที่จะรองรับการเชื่อมต่อแบบ IOT ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่แล้ว เช่นการสร้างหุ่นยนต์เครื่องดูดฝุ่นที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยระบบกล้อง 360 องศาในการตรวจจับวัตถุใกล้เคียงสภาพห้อง และนำมาประมวลผลสร้างเส้นทางการดูดฝุ่นโดยอัตโนมัติ ที่เริ่มมีการจำหน่ายในญี่ปุ่นแล้วเพื่อเป็นฐานทดลอง ก่อนที่จะนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะวางจำหน่ายในประเทศอื่นต่อไป
ไดสันไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นผู้สร้างนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งวิศวกรของไดสันกล่้าวกับผู้เขียนด้วยว่า “ท้องฟ้าคือขีดจำกัดความคิด” เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาภายใต้แบรนด์ “ไดสัน” อีกในอนาคตอันใกล้นี้



