
เนรมิตสวนมะม่วง 'วังทับไทร' ความสำเร็จ 'เกษตรแปลงใหญ่'
26 ต.ค. 2558
เนรมิตสวนมะม่วง 'วังทับไทร' ความสำเร็จ 'เกษตรแปลงใหญ่' : โดย...ดลมนัส กาเจ
พลันที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคการเกษตร ตามแนวคิดของ นายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อปี 2557 ได้ประกาศขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรแปลงใหญ่” ด้วยการประยุกต์ใช้กับหลายโครงการ ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ โดยมีเป้าหมายในการนำร่องพื้นที่ของเกษตรกร 219 แห่ง จุดละกว่า 1,000 ไร่นั้น ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย โดยนำร่องที่การปลูกมะม่วงของกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนมะม่วงมีการรวมตัวเข้าร่วมโครงการเป็นเกษตรแปลงใหญ่แล้วในพื้นที่ 2,526 ไร่ มีผลผลิตมะม่วงเพื่อส่งออกได้ปีละ 3,729 ตัน
นายสุรพล ทองเที่ยง เกษตรจังหวัดพิจิตร บอกว่า การปลูกมะม่วงใน จ.พิจิตรนั้น ถือเป็นการสร้างรายได้เข้าจังหวัดเป็นอันดับสองรองจากข้าว ในแต่ละปีจะมีรายได้จากการผลิตมะม่วงปีละกว่า 1,200 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากที่สุดใน อ.สากเหล็ก มีพื้นที่ทั้งหมด 1.9 หมื่นไร่ เน้นมะม่วงส่งออกทั้งในฤดูปกติ และนอกฤดู ส่วนใหญ่ถ้าเป็นมะม่วงที่รับประทานผลสุกจะเป็นสายพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ส่วนรับประทานผลดิบ จะมีฟ้าลั่น เขียวเสวย โชคอนันต์ เป็นต้น
“เมื่อปีที่แล้วกระทรวงเกษตรฯ ประกาศขับเคลื่อนนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ทางสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย และกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร พร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการรวบรวมพื้นที่ปลูกมะม่วงในพื้นที่ ต.วังทับไทร อ.สากเหล็ก เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นโมเดลของการนำสวนมะม่วงเข้าโครงการแห่งแรก และประสบผลสำเร็จมากที่ในประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่เกษตรร่วมมือแล้วพบว่าเกษตรกรสามารถลดทุนได้อย่างชัดเจน โดยทางสำนักเกษตรจังหวัดเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้ให้” นายสุรพล กล่าว
สอดคล้องกับการยืนยันของ สายันต์ บุญยิ่ง เลขาธิการสมาคมชาวมะม่วงไทย และกรรมการกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร ว่า ก่อนปี 2557 ที่เกษตรกรยังไม่เข้าโครงการเกษตรแปลงใหญ่กับกรมส่งเสริมการเกษตรนั้น มีต้นทุนการผลิต หากเปรียบเทียบน้ำหนักของผลผลิตมะม่วงอยู่ที่ กก.ละ 10 บาท พอเข้าโครงการแล้วเหลือต้นทุน กก.ละ 9 บาท เท่ากับลดได้ 10% เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการใช้สารเคมีฆ่าแมลง ปุ๋ย ถุงห่อมะม่วง รวมถึงระบบจัดการด้านการผลิตที่ดี และข้อมูลที่ดี ที่สำคัญมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตมะม่วงส่งออกด้วย มีการพัฒนาคุณภาพของผลผลิตที่ได้มาตรจีเอพี ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น จะเห็นได้จาก่อนปี 2557 มีการผลิตมะม่วงเกรดส่งออกปีละ 1,270 ตัน พอถึงปีฤดูการผลิตปี 2557-2558 เพิ่มผลผลิตมะม่วงเกรดส่งออกเป็น 1,900 ตัน จากผลผลิตทั้งหมด 3,729 ตัน
เลขาธิการสมาคมชาวมะม่วงไทย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันการผลิตมะม่วงส่งออกของกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทรถือเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย แต่กระนั้นถ้าเป็นเกรดระดับส่งออกถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่เกรดรองลงมาก็มีบ้างที่จะล้นตลาดในฤดูปกติ ซึ่งทางกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร เอง มีทั้งผลิตในฤดูปกติ และออกนอกฤดูด้วย
“มะท่วงเกรดเอจะมีส่งออกไปที่ญี่ปุ่น ยุโรป จีน เกาหลีใต้ ถ้าเป็นในช่วงนอกฤดูราคาส่งที่ กก.ละ 100-125 บาท ถ้าในฤดูปกติราคาต่ำลงเหลือ กก.ละ 50-80 บาท เกษตรกรจะอยู่ได้ก็ต้องเฉลี่ยให้ได้ กก.ละ 30 บาทในนอกฤด หรือ กก.ละ 15 บาท ในฤดูปกติ เพราะต้นทุนตก กก.ละ 9 บาท ส่วนเกรดบีราคาอาจลดลง โดยมีตลาดหลักคือมาเลเซีย และเวียดนาม ผมมั่นใจว่า หลังที่ประเทศไทยรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เราจะเป็นประเทศที่ผลิตมะม่วงคุณภาพมากที่สุด ทุกวันนี้ตลาดมะม่วงในอาเซียนที่เป็นคู่แข่งของเราคือฟิลิปปินส์” สายันต์ กล่าว
สายันต์ บอกด้วยว่า การเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่นั้น ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า เพราะได้รับความรู้ใหม่ๆ ในด้านการบริหารจัดการ นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกลุ่มกลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทร ทำให้สมาชิกรายอื่นเห็นความสำเร็จ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีหน้าอาจเพิ่มพื้นที่อีกรวมแล้วไม่ต่กกว่า 3,000 ไร่
ขณะที่ โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า เกษตรแปลงใหญ่เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาของเกษตรกรได้ โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ยเคมี สารเคมีการเกษตร รวมถึงค่าแรงงาน ทางออกที่ดีสำหรับเกษตรกรคือ ต้องรวมกลุ่มกันผลิตในรูปแบบเกษตรกรรมแปลงใหญ่ ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรมีแผนร่วมขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่กับกรมวิชาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีที่กลุ่มพัฒนาไม้ผลตำบลวังทับไทรนั้น ถือเป็นโมเดลของมะม่วงแปลงใหญ่ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2559 อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงเดินหน้าสานงานเดิม ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะเน้นการขับเคลื่อนนโยบายการลดต้นทุนการผลิตตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ประกาศให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตผ่านการส่งเสริมเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ พร้อมกับการเดินหน้าสนับสนุนโครงการพระราชดำริและขยายผลสู่เกษตรให้มากขึ้นด้วย
โดยเฉพาะการทั้งส่งเสริมการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือนและชุมชน
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำลังขับเคลื่อนไปอย่างสวยงาม แม้กระทั่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ มาดำรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ ได้ประกาศชัดเจนในวันมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯ ว่า นโยบายที่ นายปีติพงศ์ ได้ดำเนินการมาแล้วนั้น โดยเฉพาะนโยบายแปลงเกษตรขนาดใหญ่ จะดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว และเห็นผลได้ทันทีอีกด้วย
---------------------
(เนรมิตสวนมะม่วง 'วังทับไทร' ความสำเร็จ 'เกษตรแปลงใหญ่' : โดย...ดลมนัส กาเจ)



