
ศิลป์แห่งแผ่นดิน :'ยังดีที่มีแมว'
25 ต.ค. 2558
'ยังดีที่มีแมว' : คอลัมน์ ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมไม่ใช่คนรักแมว แต่ก็มิได้เป็นคนเกลียดแมว ถ้าพูดถึงความรัก ผมรักหมามากกว่าแมว เคยเลี้ยงหมาไม่เคยเลี้ยงแมว หมาที่ผม(เคย)เลี้ยงชื่อเจ้าหลงใหล เป็นหมาตัวผู้ สีขาวปลอด พันธุ์ไทยผสมมั่ว รูปร่างสูงใหญ่สง่างาม ผมเลี้ยงอย่างดี เหมือนเลี้ยงลูก เติบโตคู่กันมากับลูกชายคนแรกของผม แม้ผมมีลูกที่เกิดจากสายเลือด แต่เจ้าหลงใหลก็มิได้ถูกผลักไสให้กลายเป็นหมาหัวเน่า
วันที่เจ้าหลงใหลตาย ผมต้องเสียน้ำตา ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ นับจากนั้นผมไม่คิดจะเลี้ยงหมาอีกเลย ไม่ขอครอบครองความรักอีกต่อไป... ได้แต่ “แอบรักหมาชาวบ้าน” เหมือนเพื่อนกวี (ไพวรินทร์ ขาวงาม) ของผม
“กาลครั้งหนึ่ง” ..เป็นชื่อร้านหนังสือเล็กๆ ของชายหนุ่มชื่อ “จิ๋ว” วุฐิศานติ์ จันทร์วิบูล ที่จ.อุทัยธานี ร้านนี้มีหนังสือบางเล่มที่ร้านหนังสืออื่นไม่มี อาจเป็นหนังสือเล่มสำคัญที่ใครบางคนแสวงหา และร้านกาลครั้งหนึ่งมีแมว แมวชื่อ “เทโพ” ซึ่งเป็นชื่อ “เกาะ” แผ่นดินกว้างใหญ่ที่มีน้ำล้อมรอบ เกาะเทโพอยู่ในอ้อมกอดของแม่น้ำสะแกกรัง และเจ้าพระยา และมีลำคลองสายน้อยๆ ช่วยร้อยรัด แมวเพศผู้ชื่อ “เทโพ”
เรื่องราวความรักและความผูกพันระหว่างคนกับแมว ที่ใครๆ ได้อ่านต้องรู้สึกถึงความ เศร้า เหงา หวัง นับตั้งแต่วันที่มีแมว 26 กันยายน 2555 ลูกแมวตัวหนึ่งตกลงมาจากหลังคาบ้าน ป้าอี๊ดเอ่ยถาม
“จิ๋วจะลองเอาไว้เลี้ยงไหมเล่า” ฉันได้แต่ยิ้มลังเล ไม่ได้กลัวว่าจะเป็นภาระ แต่กลัวว่าจะไม่มีเวลาดูแลมันมากกว่า ฉันจึงโทรศัพท์ไปถามคนรักว่า "สนใจอยากเลี้ยงลูกแมวหรือเปล่า”
“เลี้ยงไว้ก็ดีนะ พี่จะได้มีเพื่อน ไม่เหงาไงคะ” น้ำเสียงบอกความห่วงใย
ณ กาลครั้งหนึ่ง....ร้านหนังสือเล็กๆ ที่อยู่ในความหลงลืมของผู้คนร่วมยุคสมัย วันๆ แทบไมมีใครย่างกรายมาเยือน ในรอบปีผมไปร้านนี้สี่ห้าครั้ง ทุกครั้งผมไม่เคยพบคนอื่นๆ ในร้าน นอกจากชายหนุ่มและแมวตัวหนึ่ง ทำให้ผมเศร้าซึ่งถึงชะตากรรมของหนังสือในร้าน ที่มันแต่ละเล่มแทบไม่มีโอกาสได้ออกเดินทาง ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่งย่อมเป็นเสมือนสุสาน
“มันไม่ใช่เรื่องง่าย ในการตามหาพื้นที่แห่งความฝัน โดยเฉพาะในยามที่เรายากไร้ แต่สุดท้ายเราก็ได้พบพื้นที่แห่งนั้น แม้มันอาจจะไม่ใช่พื้นที่ที่ดีที่สุด แต่เราจะทำให้มันเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุด...”
เขายังคงอยู่ในพื้นที่ของความฝัน ณ ร้านหนังสือ ณ กาลครั้งหนึ่งกับตัวเอง อยู่กับหนังสือ อยู่กับความฝัน และอยู่กับความจริง นั่นคือ แม่ที่ชื่อเทโพ
“วันนี้ฉันคิดว่าแกคงโตขึ้นมาอีกหน่อยแล้วนะเทโพ เพราะแกได้เรียนรู้ได้รู้จักกับความกลัวแล้วนั่นเอง”
เขาพูดกับเทโพด้วยประสบการณ์ชีวิตของเขาแน่แท้
ผมรู้สึกรัก และสนิทสนมกับร้านหนังสือเล็กๆ นี้ เมื่อได้แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนบ่อยครั้งในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะผมได้พบหนังสือที่แสวงหาในร้านของเขา ไม่ใช่เพราะประทับใจท่าทีท่าทางท่วงทำนองของตัวเขา แต่เพราะความเหงาที่เงียบเชียบ ผ่านการเคลื่อนไหวของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแมวตัวหนึ่ง
ผมไม่รู้สึกห่วงใยเจ้าเทโพ ถึงอย่างไรมันก็เป็นอิสระต่อความเหงา เศร้าทุกข์ ก็มันมีถึงเก้าชีวิต..
“จนหรือ ดีสิเทโพ เพราะความจนสอนให้เรารู้จักความอดทน รู้จักทำอะไรเองและเห็นใจคนอื่นไง”
ผมอ่านประโยคนี้ของเขาด้วยรอยยิ้ม ..... ผมรู้สึกว่าผมเห็นใจเขา
ผมไม่รู้เรื่องราวส่วนตัวของเขามากนัก ยิ่งจากปากของเขาเองยิ่งไม่เคย เขาไม่ใช่คนพูดมากหรือช่างระบาย เขาอาจมีเพื่อนสนิทบางคนที่พอจะถ่ายเทความรู้สึกที่ทับถมอยู่ภายในบ้าง ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีใคร รู้เพียงแต่เขามีแมวที่ชื่อ “เทโพ”
“ความรักมักเป็นเช่นนี้ มันพัดโยนเราขึ้นไปบนท้องฟ้า พาไปเยี่ยมชมแสงตะวันบนปุยเมฆ บางวันก็ลากเราดำดิ่งลงใต้ท้องทะเล สูดหายใจเข้าลึกๆ มือขวาประทับบนอกซ้าย อืม..หัวใจยังอยู่กับเรา”
ยังดีที่มีแมว.... ชื่อหนังสือที่ฟังแล้วแสนเศร้า ตอกย้ำความเหงา ความฝัน... ความสูญเสีย...
“ฉันไม่เคยนึกเสียใจกับวันเวลาที่ผ่านมา ด้วยฉันทำเต็มที่แล้วกับทุกสิ่งอย่าง”
“อาจเป็นด้วยเหตุนี้ ความรักจึงยังคงดำรงอยู่ในหัวใจของฉัน และฉันไม่เคยสูญเสียมันไป”
สิ่งใดที่สูญเสีย สิ่งใดที่ยังดำรงอยู่จากกาลครั้งนั้น ถึงกาลครั้งนี้ ณ กาลครั้งหนึ่ง
หนังสือที่ทำให้คนไม่รักแมวอย่างผมคิดถึงแมวจนต้องแวะเวียนไปเยี่ยมบ่อยๆ
........................................
(หมายเหตุ 'ยังดีที่มีแมว' : คอลัมน์ ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



