
การฟื้นชีวิต'โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน'ย่านอินทามระ
24 ต.ค. 2558
การฟื้นชีวิต โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน ย่านอินทามระ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย.. อาจารย์เชี่ยว
สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ของบ้านไม่บาน เป็นผลมาจากการที่ผมได้รับการร้องขอให้ไปช่วยปรับปรุงฟื้นฟู “โฮมส์ออฟฟิศ” ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างค้างคากันไม่เสร็จมายาวนานกว่า 10 ปี เนื่องจากเจ้าของเดิมขาดแคลนทุนทรัพย์ เลยหมดกำลังที่จะไปต่อ จึงทำให้โครงการต้องชะลอตัวมาได้ระยะหนึ่ง จนกระทั่งมีแฟนรายการ “บ้านไม่บาน” ท่านหนึ่ง ได้เล็งเห็นว่าโครงการดังกล่าวอยู่บนทำเลที่ถือว่าตั้งอยู่ย่านใจกลางพระนคร ย่าน “อินทามระ” สามารถที่จะเดินทางไปออกย่าน “วิภาวดี” ก็สะดวก หรือจะไปออกย่าน “พหลโยธิน” ก็สบาย ทั้งยังอยู่ไม่ไกลนักจากทางด่วน จึงตัดสินใจเข้าไปดำเนินการโครงการนี้ต่อและได้เชิญผมไปเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพที่มีแต่โครงสร้าง ค.ส.ล. ที่สร้างคาไว้
ผมได้เดินตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็เห็นว่า โครงสร้าง ค.ส.ล.ในภาพรวมยังอยู่ในสภาพที่ดีมีความมั่นคงแข็งแรง แต่ที่ยากคือต้องออกแบบปรับปรุงอาคารภายใต้กรอบโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ได้แก่ เสา, คาน, บันได, พื้น, ผนัง รวมถึงตำแหน่งห้องน้ำ การออกแบบปรับปรุงในลักษณะนี้หากเปรียบเทียบกับการออกแบบขึ้นมาใหม่ก็ถือว่ามีความยากลำบากในการทำงานกันพอสมควรครับ
จะว่าไปแล้ว “อสังหาริมทรัพย์ไม่บาน” ประเภท “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ที่สร้างแล้วยังค้างคากันแบบทำไม่เสร็จก็ยังมีเกลื่อนกลาด กระจายไปตามสถานที่ต่างๆ ใน “กรุงเทพฯ” และปัจจุบันชุมชนเมืองได้ขยายตัวออกไป มีการอพยพย้ายถิ่นฐานของบรรดาผู้คนจากต่างจังหวัดหลั่งไหลกันเข้ามาใน “กรุงเทพฯ” ที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนว่าจะเคยตั้งอยู่บนทำเลในย่านชานเมือง และราคาที่ดินยังไม่สูงมากนักตกตารางวาละไม่กี่พันบาท แต่ในปัจจุบันมูลค่าที่ดินในทำเลนั้นๆ ที่ได้กลายเป็นย่านใจกลางเมืองก็ได้ทวีมูลค่าขึ้นหลายเท่า และจากการที่ได้ลงมือทำการออกแบบและปรับปรุงโครงการนี้ทำให้ผมพบว่าการที่ซื้ออาคารเก่าที่ยังมีสภาพโครงสร้างที่ดีเพื่อนำมาปรับปรุงใหม่ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ
เพราะ “โฮมส์ออฟฟิศ” ที่สร้างใหม่ในทำเลเดียวกันบนพื้นที่ดินประมาณ 30-50 ตารางวา ความสูงของอาคารประมาณ 3-4 ชั้น ในปัจจุบันราคาซื้อขายประมาณยูนิตละ 7-8 ++ ล้านบาท แต่ถ้าเป็นการปรับปรุงอาคารเก่าที่มีพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกัน มีขนาดที่ดิน 30-50 ตารางวาเท่ากัน ก็จะมีราคาอยู่ระหว่าง 6 ล้านบาท++ จะเห็นได้ว่ามีราคาต่างกันถึง 25-30% เลยทีเดียว ในสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ด และเงินฝืดเคืองเช่นนี้ การใช้เงินอย่างรู้ “คุณค่า” และก่อให้เกิด “ประโยชน์สูง+ประหยัดสุด” น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงสภาวะหนี้สินของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ต้องชำระเงินผ่อนรายเดือนที่ลดลง และมีเงินเหลือพอที่นำไปใช้ก่อให้เกิดประโยชน์อื่นๆ ที่จำเป็นได้อีกมากครับ
นอกจากนี้ กระบวนการให้ชีวิตใหม่หรือในทางเทคนิคการออกแบบที่เรียกกันว่า “Revitalization” คือ “การนำทรัพยากรที่มีค่าฟื้นคืนกลับมาให้ชีวิตใหม่” ที่ผมมักจะสอนนักศึกษาคณะสถาปัตย์ทั้งระดับปริญญาตรี,โท, เอก ให้รับรู้ถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่าง “รู้คุณค่า” และ “รู้เท่าทัน” เพราะกว่าจะเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างต่างๆ เช่น เหล็ก, หิน, ปูน, ทราย, อลูมิเนียม, กระจก ฯลฯ จำเป็นต้องใช้พลังเงินและพลังงานมหาศาล เพราะต้องระเบิดภูเขาเพื่อให้ได้มาทั้งหินและปูนซีเมนต์ ต้องดูดทรายออกจากแม่น้ำ ต้องใช้เชื้อเพลิงมหาศาลในการที่จะผลิตเหล็กเส้น, อลูมิเนียมและกระจกขึ้นมา ทั้งยังต้องใช้แรงงานของช่างอย่างมากมาย เพื่อใช้ในการก่อสร้างแต่ละโครงการ
ดังนั้น การที่จะใช้ทรัพยากรอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ แบบสร้างกันไม่แล้วเสร็จทิ้งค้างคาเอาไว้ก็คงไม่ดีแน่ อีกทั้งยังควรจะสร้าง “จิตสำนึก” ในการอนุรักษ์พลังงานและการใช้ทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างมี “สติ” ที่กำกับด้วย “ปัญญา” ถนอมรักษาทรัพยากรเอาไว้ให้รุ่นลูกหลานได้ใช้ มิใช่เราใช้กันเสียหมดไม่เหลืออะไรไว้ให้คนรุ่นลูกหลานได้ใช้กันอีกเลย มิหนำซ้ำยังก่อให้เกิด “มลภาวะ” รวมถึง “ทัศนะอุจาด” พอคิดได้อย่างนี้ก็มีกำลังใจที่จะลงมือปฏิบัติงานออกแบบและปรับปรุง “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ย่าน “อินทามระ” ที่ผมได้รับการร้องขอจากแฟนรายการท่านนี้ให้เสนอแนวทางในการปรับปรุงฟื้นฟู บูรณะให้พลิกฟื้นกลับคืนชีวิตขึ้นมาใหม่ครับ
มาชื่นชมความงามของการฟื้นชีวิตใหม่ให้กับ “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” แม้ว่าจะเป็นเพียงโครงการเล็กๆ มีเพียง 3 ยูนิต แต่ลึกๆ ผมก็ภูมิใจที่ได้ทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ของสถาปนิกในการออกแบบปรับปรุงบูรณะอาคารเก่า ซึ่งจะว่าไปแล้วสถาปนิกส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบทำงานประเภทนี้สักเท่าไร เพราะเหมือนกับการทำงานแบบถูกมัดมือชก เต็มไปด้วยข้อกำหนดไม่สามารถใส่จินตนาการอันบรรเจิดเข้าไปได้ “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น” ครับ
สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ผมให้แฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ได้ดูบรรยากาศภายนอกว่าอาคารที่เหลือเพียงแค่โครงสร้างที่ถูกทิ้งร้างมากว่า 10 ปี ได้ถูกผมเนรมิตฟื้นชีวิตออกมาได้สวยสดงดงามเพียงใด แล้วอีกสองสัปดาห์หน้าค่อยไปดูกันว่าบรรยากาศภายใน ซึ่งผมมั่นใจว่ามีความสวยงามไม่แพ้รูปลักษณ์ภายนอกจะน่าสนใจแค่ไหน ท่านที่สนใจในรายละเอียดโครงการ “ฟื้นคืนชีวิต” ให้กับ “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ย่าน “อินทามระ” ใจกลาง “กรุงเทพมหานคร” สามารถโทรมาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 08-1339-6007 หรือติดตามบทความย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com ครับ
........................................
(หมายเหตุ การฟื้นชีวิต “โฮมส์ออฟฟิศไม่บาน” ย่านอินทามระ : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย.. อาจารย์เชี่ยว)



