ไลฟ์สไตล์

พม่า...จะก้าวเป็นผู้นำส่งออกข้าวได้ไหม ? (1)

พม่า...จะก้าวเป็นผู้นำส่งออกข้าวได้ไหม ? (1)

23 ต.ค. 2558

ทำกินถิ่นอาเซียน : พม่า...จะก้าวเป็นผู้นำส่งออกข้าวได้ไหม ? (1) : โดย ... รศ.สมพร อิศวิลานนท์

 
                      หากย้อนดูประวัติศาสตร์ในอดีต พม่าเคยเป็นผู้นำในตลาดส่งออกข้าวโลกโดยเฉพาะในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เรื่อยมาจนถึงช่วงก่อนส่งครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งพม่ายังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษก่อนจะได้รับเอกราชในป 2491 (ค.ศ. 1948) ซึ่งในยุคนั้นพม่าเป็นผู้ส่งออกข้าวมากถึง 3.4 ล้านตันข้าวสาร ในปี 2479 ขณะที่ไทยมีการส่งออกข้าวในช่วงเดียวกันเพียง 1.54 ล้านตันข้าวสาร
 
                      การที่พม่าส่งออกได้มากเป็นเพราะความพยายามของอังกฤษในการเพิ่มผลผลิตข้าวให้แก่พม่าซึ่งอยู่ภายใต้อาณานิคม แล้วนำผลผลิตข้าวส่งออกไปทั้งในยุโรปและประเทศที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษในเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียและศรีลังกา ที่กำลังประสบจากภาวะการขาดแคลนธัญพืชอาหารในกลุ่มประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ กิจกรรมการผลิต กิจกรรมโรงสีข้าว และกิจกรรมทางการตลาดข้าวในพม่าจึงคึกคักมากเพราะข้าวเป็นสินค้าขาดแคลนและเป็นยุคอุปสงค์มีมากกว่าอุปทานด้วย
 
                      ในช่วงส่งครามโลกครั้งที่สองประเทศพม่าเป็นฐานที่ตั้งของกองกำลังสัมพันธมิตรที่สำคัญแห่งหนึ่ง และมีการสู้รบกับญี่ปุ่นที่พยายามจะเข้ายึดครองพม่า ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทำลายทั้งเส้นทางรถไฟ เส้นทางคมนาคม อื่นๆ รวมถึงเขื่อนชลประทานที่ได้พัฒนาไว้ก่อนหน้านั้น
 
                      นอกจากนี้การหลบหนีภัยสงครามของประชาชนพม่ากระจายไปในทิศทางต่างๆ ทำให้การผลิตข้าวและผลผลิตข้าวหดตัวลง โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวได้ลดลงจาก 31 ล้านไร่ในปี 2483 มาเป็น 16 ล้านไร่ในปี 2488 หรือลดลงมาเกือบเท่าตัว ในขณะที่ผลผลิตข้าวของพม่าลดลงจาก 6.8 ล้านตันข้าวเปลือก ลงมาเหลือ 2.8 ล้านตันในช่วงเวลาดังกล่าว
 
                      หลังส่งครามสงบลง ในปี 2491 และพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ มีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศภายใต้ชื่อว่า “Simla Plan” และ “Pyidawtha Plan” ในช่วงเวลาต่อมา เพื่อพัฒนาการผลิตข้าวให้กลับสู่สถานภาพก่อนส่งคราม ปรากฏว่าพม่าผลิตข้าวเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 5.4 ล้านตันข้าวเปลือกในปี 2500 ส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ มีการส่งออกเพียง 1.75 ล้านตันข้าวสาร แต่ยังคงถือครองเป็นผู้ส่งออกลำดับที่ 1 ที่สูงกว่าที่ส่งออก 1.57 ล้านตัน
 
                      ความขัดแย้งทางการเมืองในระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่อังกฤษได้รวบรวมจัดตั้งขึ้นเป็นประเทศพม่า เช่น ความขัดแย้งกับกลุ่มรัฐฉาน และคะฉิ่น เป็นต้น เป็นเหตุให้คณะทหารเข้ามาปกครองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ คณะทหารและได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นพร้อมกับการดำเนินนโยบายไปสู่การเป็นรัฐสวัสดิการสังคมนิยมเรื่อยมาในระหว่างปี 2505 ถึงจนถึงปี 2531
 
                      ในช่วงดังกล่าวพม่ามีการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการบริหารและรวมถึงแผนพัฒนาการเกษตร โดยมีการจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นในระดับต่างๆ ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงในระดับหมู่บ้าน โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการให้การอุดหนุนปัจจัยการผลิตพร้อมๆ กับการสนับสนุนในด้านงานส่งเสริมการเกษตร
 
                      แต่กระนั้นการที่รัฐเป็นผู้เข้าควบคุมกลไกตลาดข้าวทั้งในประเทศและตลาดส่งออก รวมถึงขบวนการผลิตทุกขั้นตอน ทำให้ภาคการเกษตรของพม่าตกอยู่ในภาวะชะงักงัน แต่ปัจจุบันรัฐบาลพม่าให้ความสำคัญและส่งเสริมภาคการเกษตรมากขึ้น 
 
 
(อ่านวันศุกร์หน้า)
 
 
-------------------
 
(ทำกินถิ่นอาเซียน : พม่า…จะก้าวเป็นผู้นำส่งออกข้าวได้ไหม ? (1) : โดย ... รศ.สมพร อิศวิลานนท์)