ไลฟ์สไตล์

ปลูกเปลี่ยนป่าพัฒนาสู่ความยั่งยืน

ปลูกเปลี่ยนป่าพัฒนาสู่ความยั่งยืน

20 ต.ค. 2558

สังคม : ปลูก เปลี่ยน ป่า พัฒนาสู่ความยั่งยืน

 
     ไม่อยากเห็นภาพโกลาหลของน้ำท่วมทะลักเมือง อยากให้ป่าน้อยใหญ่เป็นผ้าห่มธรรมชาติอย่างยั่งยืน... ทีเอ็มบี นำโดย บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประสานพลังอาสาสมัครทีเอ็มบีเขตเชียงใหม่และสำนักงานใหญ่ ชุมชนบ้านสันลมจอย เทศบาลตำบลสุเทพ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ปลูก เปลี่ยน ป่า พัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ชุมชน อย่างยั่งยืน” 1 ใน 18 โครงการไฟ ฟ้า อินอะบ็อกซ์ ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมอบรมเยาวชนให้เป็นมัคคุเทศก์น้อยเพื่อพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “เมค เดอะ ดิฟเฟอเร้นซ์”
 
     บุญทักษ์ หวังเจริญ  บอสใหญ่ทีเอ็มบี เผยว่า กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของชุมชน โดยร่วมกันปรับเปลี่ยนผืนป่าใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่สู่แหล่งศึกษาธรรมชาติ ความร่วมมือที่ “เปลี่ยน” ป่า เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หรือเป็นการจุดประกายให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของผืนป่า ประโยชน์ของป่าที่จะพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยสร้างงานและรายได้ ถ้าชุมชนร่วมมือ ร่วมใจกัน ป่าก็จะได้รับการอนุรักษ์และดูแล ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าป่าและชุมชนนั้นอยู่ด้วยกันได้ ท้ายสุดนอกจากป่าจะได้รับการดูแล ชุมชนเองก็จะมีรายได้ เป็นชุมชนเข้มแข็ง และสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
 
     ด้าน “พ่อหลวงเอ” สุรเชษฐ์ ตาคำมา ผู้ใหญ่บ้านชุมชนสันลมจอย เล่าว่า บ้านสันลมจอยมี 600 ครัวเรือน ประชากรกว่า 2,000 คน ทำอาชีพหลากหลาย ทั้งรับจ้าง หาของป่า รับราชการ และค้าขาย มีจุดแข็งคือ พื้นที่ป่าเชื่อมกับเขตอุทยานฯ ที่อยู่ใกล้เมืองเชียงใหม่มากที่สุด เคยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมบ้างเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง มีความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมทั้งพิธีกรรม และประเพณีพื้นบ้าน ที่คนท้องถิ่นดั้งเดิมและพี่น้องชนเผ่า อาทิ ชาวอาข่า ชาวลีซู ฯลฯ ยังคงรักษา สืบทอดกันมา และมีทรัพยากรผืนป่าที่พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนได้เป็นอย่างดี
 
     "เมื่ออาสาสมัครเข้ามาพูดคุยถามถึงความต้องการของเรา ได้คุยปรึกษากัน สำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ถึงจุดอ่อน จุดแข็งและปัญหาต่างๆ จนได้มาถึงแนวทางการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ และอยากเผยแพร่ให้คนภายนอกได้รู้จัก เมื่อมีคนมาเที่ยว ก็จะเกิดอาชีพเพิ่มขึ้น อย่างมัคคุเทศก์น้อยที่อาสาสมัครทีเอ็มบีมาช่วยฝึกอบรมเยาวชนโรงเรียนบ้านโป่งน้อย นอกจากนี้ชาวชุมชนสามารถเพิ่มรายได้ ด้วยการขายสินค้าเกษตร อาหาร ของพื้นเมือง แก่นักท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง” ผู้นำชุมชน กล่าว
 
     ทั้งนี้ กิจกรรมปลูก เปลี่ยน ป่า พัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวฯ ได้ดำเนินการ “เปลี่ยน” ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่สำรวจ คิด วางแผน กำหนดแนวทาง และลงมือปฏิบัติ โดยรวมถึงการนำพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและป่าเบญจพรรณ อาทิ ต้นยางนา ต้นพะยอม ต้นมะค่าโมง ต้นดอกเสี้ยว ต้นบุนนาค และต้นยมหอม มาปลูกเสริมกว่า 800 ต้น บนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย การปรับเส้นทางเดินเข้าสู่ผืนป่า พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2.5 กิโลเมตร รวมถึงการอบรมมัคคุเทศก์น้อยเพื่อให้ได้ภาคภูมิใจในผืนป่าชุมชน และจุดประกายให้เยาวชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อยอดต่อไป