ไลฟ์สไตล์

วธ.ยันฉาย‘อาบัติ’สงฆ์โดยรวมเสียหาย

วธ.ยันฉาย‘อาบัติ’สงฆ์โดยรวมเสียหาย

14 ต.ค. 2558

วธ.ยันหากอนุญาตฉาย ภาพยนตร์เรื่อง'อาบััติ'โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ อาจจะทำให้ภาพลักษณ์สังฆ์โดยรวมเสียหาย

               เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)  กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนวัฒนธรรมว่า ในที่ประชุมตนได้มอบนโยบายการทำงานแก่ผู้บริหารใหม่ที่มีมติแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาคือ นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งจะเน้นการสานต่อการทำงานเดิมเป็นหลัก และสานต่อนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2559 โดยในส่วนของกรมศิลปากรจะเน้นเรื่องการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ โบราณสถานแหล่งมรดกโลก ตลอดจนการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนทุกกลุ่มวัย ส่วนสวธ.จะเน้นการส่งเสริมและสืบทอดงานของศิลปินทุกสาขา รวมทั้งการปลูกฝังและรณรงค์เรื่องค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการให้มีความชัดเจน รวมถึงแผนแม่บทการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้

               นายวีระ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนได้มอบหมายให้นายอนันต์ นางพิมรวี และทีมงานเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ ดูแลตรวจสอบเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องอาบัติ และวันเดียวกันนี้เวลา 15.00 น.นายปรัชญา ปิ่นแก้ว โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวจะเข้ามาปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่วธ. เกี่ยวกับการแก้ไขตัดต่อภาพยนตร์เรื่องอาบัติ วธ.ไม่ได้จ้องระงับภาพยนตร์เรื่องอาบัติ ตามคำร้องเรียนหรือกระแสสังคมที่ต่อต้านห้ามฉาย แต่จากรายงานที่ได้รับจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีหลายฉากที่ดูล่อแหลมอย่างต่อเนื่องอาทิ ฉากเณรจูบสีกา ฉากเณรโอบเอวสีกาเข้ากุฏิ ฉากเณรวางเศียรพระพุทธรูปบนพื้น เป็นต้น ตนจึงเป็นห่วงว่าหากมีการอนุญาตให้ฉายหรือเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว อาจทำให้ชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาเข้าใจผิดในวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ ทำให้ภาพลักษณ์ของศาสนาพุทธในไทยเสียหาย

               พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ) กล่าวว่า ภายหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องอาบัติ ปล่อยตัวอย่างบางฉากออกมาสู่สายตาประชาชน ทำให้องค์พุทธ 6 องค์กรประชุมหารือกันและมีมติว่า ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ผู้สร้างขาดจิตสำนึกทางด้านศีลธรรม สร้างความเสียหายต่อพระศาสนาโดยรวม ไม่เชิดชูพระพุทธศาสนา ชัดเจนว่าเนื้อหาบางส่วนในภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการจงใจละเมิดและปฎิบัติที่ลบหลู่พระพุทธรูปที่ชาวพุทธถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า ทั้งหมดจึงเป็นเหตุเป็นผลให้องค์กรพุทธฯทั้ง 6 องค์กรมอบหมายให้ ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายก สนพ ไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อ รัฐมนตรีว่าการวธ.

               “หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่องค์กรพุทธฯออกมาต่อต้าน ทำให้หนังเรื่องอยู่ในกระแสเป็นการทำการตลาดให้อย่างได้ผล และตอนนี้ยิ่งระงับการฉายยิ่งเข้าทาง เป็นการขยายวงกว้าง คนเรียกร้องอยากดูกระจายมากขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ องค์กรพุทธฯมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องการพิทักษ์ ปกป้องพระพุทธศาสนา ไม่ได้สร้างกระแสเพื่อช่วยโปรโมทภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว”พระเมธีธรรมาจารย์กล่าว