
ตามรอยพระอริยะ ที่...สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุบุญแจ่มฟ้า
สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุบุญแจ่มฟ้า ตั้งอยู่ ณ บ้านตะกาดเง้า ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี บนเนื้อที่ ๖ ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีไปทางทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ห่างจาก อ.ท่าใหม่ ๙ กิโลเมตร เป็นสำนักสงฆ์ธรรมยุต ซึ่งอยู่ในการดูแลของ พระกิต
ทั้งนี้ หากพูดถึงพระธาตุบุญแจ่มฟ้า หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน หรืออาจจะเคยได้ยินได้ฟังจากสถานที่ใดมาบ้างแล้ว แต่คงไม่ได้ลึกซึ้งถึงขั้นจำได้หมายรู้
แต่ถ้าหากพูดถึง หลวงพ่อดาบส สุมโน พระผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ แห่งอาศรมไผ่มรกต ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย เชื่อว่าหลายท่านรู้จักหลวงพ่อกันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว
เพราะกิตติศัพท์ของพระคุณเจ้านั้น ไม่ธรรมดา แต่ในที่นี่คงจะไม่กล่าวลงลึกมากนัก ด้วยเหตุเนื้อที่กระดาษมีจำกัด จึงจะขอกล่าวถึงที่มาที่ไปของพระคุณเจ้าว่า มีความเกี่ยวเนื่องกับพระธาตุบุญแจ่มฟ้าอย่างไร ทำไมต้องสร้างองค์พระธาตุเจดีย์ไว้เชิงเขาบ้านตะกาดเง้า
หลวงพ่อดาบส สุมโน ได้ตั้งความปรารถนาที่จะสร้างพระธาตุเจดีย์ เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์และประชาชนทั่วไป ในถิ่นฐานบ้านเกิดของท่าน ไว้เป็นอนุสรณ์มงคล เพื่อให้ชาวจันทบุรีและพุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ใกล้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือที่ ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี
แต่ติดปัญหาเรื่องสถานที่ในการก่อสร้าง และในขณะเดียวกันนั้น ชาวบ้านตะกาดเง้าได้ถวายที่ดินเชิงเขาให้แก่พระคุณเจ้าเพื่อสร้างศาสนสถาน
ครั้นเมื่อธรรมะจัดสรรให้แล้ว พระคุณเจ้าจึงตัดสินใจลงเอยด้วยการก่อตั้งองค์พระธาตุ ณ พื้นดินอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
โดยท่านได้รวมความศรัทธาของคณะศิษย์จากเชียงรายจำนวนหนึ่ง และคณะศิษย์จากจันทบุรี กรุงเทพมหานคร รวมทั้งคณะศรัทธาพื้นที่ใกล้เคียง ได้เริ่มทำพิธีวางศิลาฤกษ์ และดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ปีจอ ฉศก จุลศักราช ๑๓๕๖ โดยพระคุณเจ้าเป็นผู้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด จนแล้วเสร็จ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๓ เดือน
ทั้งนี้ หลวงพ่อดาบส สุมโน ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานยังองค์พระเจดีย์ และตั้งชื่อพระเจดีย์องค์นี้ว่า “พระธาตุเจดีย์บุญแจ่มฟ้า จุฬาภาพรรณรังษี”
ต่อมาชาวบ้านพากันเรียกชื่อสั้นลงเหลือเพียง “พระธาตุบุญแจ่มฟ้า”
ส่วนพระวิหารนั้น เป็นวิหารขนาดเล็ก ลักษณะผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ และภาคกลางโบราณ หลังคาย่อมุมลดหลั่น ๖ ชั้น ยอดเป็นรูปเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ภายในประดิษฐานพระแก้วมรกตหยกเขียว
นอกจากนี้แล้ว ผนังภายในพระวิหารยังประดับด้วยภาพวาดจิตรกรรม พระพุทธเจ้าครั้งเสด็จในวาระต่างๆ ด้วย เช่น พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทศน์โปรดพระพุทธมารดา สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงสู่โลกมนุษย์ เป็นต้น
อีกทั้งยังมีภาพวาด สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช และบรรพชนผู้กล้า ตอนทุบหม้อข้าวก่อนเข้าตีเมืองจันทบูร (จันทบุรี) เป็นการฉายภาพพระอัจฉริยะความเป็นเลิศทางด้านจิตวิทยาที่โดดเด่นเหนือบุคคลธรรมดา ที่คนไทยทุกยุคทุกสมัย ต่างทึ่งในพระปรีชาญาณมาจนถึงทุกวันนี้
นอกจากศาสนวัตถุดังที่ได้กล่าวมาแล้ว สำนักปฏิบัติธรรมบุญแจ่มฟ้า ยังมีประเพณีงานบุญประจำปี “ก่อเจดีย์ทรายไหลลอยประทีปโคมไฟ” ซึ่งตรงกับคืนวันเพ็ญ เดือน ๑๒ ที่มีความยิ่งใหญ่ และไม่เหมือนใคร เพราะพระคุณเจ้า หลวงพ่อดาบส สุมโน ท่านบอกไว้ชัดเจนเลยว่า หากใครได้ก่อเจดีย์ทรายไหลลอยประทีปโคมไฟ ตามหลักพุทธวิธีที่ถูกต้องแล้ว ถือเป็นบุญเลิศหลายนัก สามารถถ่ายถอนปวงบาปได้
และอีกหนึ่งงานบุญ ที่สำนักปฏิบัติธรรมบุญแจ่มฟ้าจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นั่นก็คือ งานสมโภชองค์พระธาตุบุญแจ่มฟ้า ทุกวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ของทุกปี
และขณะนี้สำนักปฏิบัติธรรมบุญแจ่มฟ้ากำลังคิดจะสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อใช้กักเก็บน้ำไว้ให้พระสงฆ์ และผู้ปฏิบัติธรรมได้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี
หากผู้ท่านใดมีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ ติดต่อสอบถามไปได้ที่ พระกิตติพงษ์ สุมงฺคโล
อย่างไรก็ตาม หากท่านกราบสักการะองค์พระธาตุเจดีย์บุญแจ่มฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีธุระไปต่อที่ไหน ละแวกใกล้เคียงกันนั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น วัดเขาสุกิม หาดเจ้าหลาว, หาดคุ้งวิมาน, บ่อพลอย ที่เขาพลอยแหวน โบราณสถานค่ายเนินวง, แหลมเสด็จ, อ่าวคุ้งกระเบน, และอู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บ้านเสม็ดงาม เป็นต้น
สำหรับเส้นทางสู่สำนักปฏิบัติธรรมบุญแจ่มฟ้าเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพมหานครสู่พระธาตุบุญแจ่มฟ้า ให้ขับรถไปตามเส้นทางสายตะวันออกผ่าน จ.ชลบุรี หนองปรือ จากหนองปรือวิ่งตรงไปยัง อ.แกลง จากแกลงไป อ.ท่าใหม่ ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร
จาก อ.ท่าใหม่ ไปพระธาตุบุญแจ่มฟ้า ใช้ระยะทางประมาณ ๙ กิโลเมตร
สอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่โทร.๐๘-๔๘๐๘-๔๕๒๘, ๐๘-๑๕๘๓-๓๘๘๕
เรื่อง - ภาพ... "ไตรเทพ ไกรงู"



