ไลฟ์สไตล์

ขุดบ่อเลี้ยงกบ-กุ้งในสวนปาล์ม อานิสงส์จากน้ำในอ่างพระปรง

ขุดบ่อเลี้ยงกบ-กุ้งในสวนปาล์ม อานิสงส์จากน้ำในอ่างพระปรง

15 ต.ค. 2558

ทำมาหากิน : ขุดบ่อเลี้ยงกบ-กุ้งในสวนปาล์ม อานิสงส์จากน้ำในอ่างพระปรง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                      ด้วยสภาพพื้นที่บ้านช่องกุ่มในอดีตที่เต็มไปด้วยความแห้งแล้งกันดาร ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพทางด้านการเกษตรจำพวกข้าว อ้อยและมันสำปะหลัง โดยปลูกได้ปีละครั้งเนื่องจากต้องพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว   แต่หลังจากกรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพระปรงตามแนวพระราชดำริแล้วเสร็จในปี 2544 ทำให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรกรอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี
 
                      ลุงวศิน วะโฮรัมย์ อายุ 63 ปี เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันแห่งบ้านช่องกุ่ม หมู่ 3 ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำพระปรงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ทุกวันนี้เขาสามารถปลูกปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชผัก สมุนไพร เลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์และอื่นๆ บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินจาก ส.ป.ก. จนสามารถสร้างอาชีพและรายได้ตลอดทั้งปี 
 
                      “ผมมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ยังไม่มีอ่างพระปรง เมื่อก่อนปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังก็ขาดทุนมาตลอด ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้ แทบเอาชีวิตไม่รอด เพราะบริเวณนี้ประสบภัยแล้งมาโดยตลอด แต่เมื่อมีอ่างพระปรงก็เลยเกิดความคิดว่าน้ำมาปัญญาเกิดก็เลยลงทุนทำสวนปาล์มและปลูกพืชผสมผสาน โดยปลูกมะนาวแซมในสวนปาล์ม เลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์ เลี้ยงปลาในบ่อกุ้ง เลี้ยงไก่พื้นบ้านและเลี้ยงกบ ถ้าในหลวงทรงไม่มีพระราชดำริในวันนั้นก็ไม่รู้ว่าชีวิตของลุงในวันนี้จะเป็นอย่างไร”
 
                      เกษตรกรรายเดิมยอมรับว่าวันนี้มีอยู่มีกินได้ก็เพราะเดินตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืชใหม่ จากปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการนำปาล์มน้ำมันมาปลูกแทนแซมด้วยมะนาวและไม้ผล โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2551 จำนวน 380 ต้นบนเนื้อที่ 15 ไร่ เริ่มให้ผลผลิตมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว โดยในปี 2557 ให้ผลผลิตรวมทั้งหมดประมาณ 92 ตัน เฉลี่ยไร่ละ 6 ตันขายได้ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 บาท ขณะเดียวกันภายในสวนปาล์มก็ยังมีการเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด โดยเลี้ยงในบ่อดินรองด้วยพลาสติกจำนวน 2 บ่อ บ่อละประมาณ 2,000 ตัว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงรุ่นละ 4 เดือนทำให้มีรายได้เสริมจากการเลี้ยงกุ้งเฉลี่ย 5 หมื่นบาทต่อรุ่น
 
                      “ตอนนี้มีรายได้เข้ามาเกือบทุกวัน ผลผลิตที่ได้ถ้าเป็นพืชผัก มะนาว ไม้ผลก็จะมีพ่อค้ามารับถึงที่ ส่วนปาล์มน้ำมันก็จะตัดนำไปส่งโรงงานเอง สำหรับปาล์มน้ำมันนอกจากผลผลิตจากสวนตัวเองแล้ว ยังรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากสมาชิกในเครือข่ายเพื่อนำไปส่งโรงงานด้วย” ลุงวศินเผย
 
                      ด้านสายเมือง วิรยศิริ ที่ปรึกษาสำนักงานโครงการพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมสวนปาล์มน้ำมันของลุงวศิน วะโฮรัมย์ โดยระบุว่าสวนปาล์มน้ำมันแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่โครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขาตามพระราชดำริปราจีนบุรี-สระแก้ว และถูกยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยเกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถเข้ามาศึกษาดูงานได้ตลอดเวลา
 
                      “สวนปาล์มของคุณวศิน ถือเป็นสวนต้นแบบของการใช้น้ำเพื่อการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างให้แก่เกษตรกรหรือผู้สนใจมาศึกษาดูงานได้เป็นอย่างดี” สายเมืองกล่าวทิ้งท้าย
 
                      ลุงวศิน วะโฮรัมย์ นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จในการนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในวิถีเกษตรกรรม จนเป็นแบบอย่างให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การมีอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน
 
 
 
 
--------------------
 
(ทำมาหากิน : ขุดบ่อเลี้ยงกบ-กุ้งในสวนปาล์ม อานิสงส์จากน้ำในอ่างพระปรง : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)