ไลฟ์สไตล์

ความหวังต้นกำเนิดศิลปะบนภาพถ่าย

ความหวังต้นกำเนิดศิลปะบนภาพถ่าย

15 ต.ค. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ความหวังต้นกำเนิดศิลปะบนภาพถ่าย

 
        หนึ่งภาพมากเรื่องราว เป็นเสน่ห์ของกรอบสี่เหลี่ยมที่น้อยคนจะปฏิเสธไม่จับจ้อง หรือจับภาพเอาไว้เสียเอง เพื่อเปิดมุมมองการเสพภาพถ่ายจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมยกมาตรฐานศิลปะภาพถ่ายสู่ระดับสากล งาน "โฟโต้ แบงค็อก เฟสติวัล 2015" (Photo Bangkok Festival 2015) จึงเกิดขึ้นจากการผนึกกำลังจากหลายๆ องค์กร ตั้งแต่สถาบันการศึกษา องค์กรวัฒนธรรมระหว่างประเทศ แกลเลอรี่เอกชน ศิลปิน ภัณฑารักษ์ ไปจนถึงเหล่าดีไซเนอร์ที่ต้องการช่วยกันยกระดับวงการสร้างสรรค์ในเมืองไทย โดยกิจกรรมหลักจัดขึ้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC) รวมทั้งมีนิทรรศการย่อยตามแกลเลอรี่พันธมิตรอีกกว่า 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ หนึ่งในนั้นคือนิทรรศการภาพถ่ายภายใน  เดอะ แจม แฟคตอรี่ คอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ ในชื่อชุด “Hope” (ความหวัง) จากฝีมือช่างภาพอาชีพระดับมือรางวัล แพทริค บราวน์ ซึ่งมุ่งสะท้อนประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจผ่านภาพถ่ายของเขาเสมอ
 
        แพทริค บราวน์ ช่างภาพสัญชาติอังกฤษ เล่าว่า ชาวกรีกโบราณนิยามคำว่า “ความหวัง” ไว้กับความชั่วร้ายและเจตนาร้าย เพราะเกี่ยวโยงกับนิทานอุปมานิทัศน์เรื่อง “นางแพนโดรา” เมื่อนางเปิดกล่องความชั่วร้ายก็พรั่งพรูออกมารุมเร้ามนุษย์ แต่สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในกล่องคือ “ความหวัง” เขารู้สึกดึงดูดใจไปกับแก่นของความหมายของคำนี้ แต่ก็ต่อเมื่อคำนี้อยู่คู่กับคำว่า “ความคลางแคลง” เป็นสิ่งควบคู่กันเหมือนหยินและหยาง องค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นคู่ตรงข้ามกันเหล่านี้ เช่น ความดีและความชั่ว ถูกและผิด ทำให้รู้สึกพิศวงหลงใหล กระนั้นชีวิตก็มิใช่เพียงเรื่องถูกและผิด หรือขาวและดำเท่านั้น หากดำรงอยู่บริเวณสีเทาๆ ระหว่างขาวและดำ ดุจเดียวกับเส้นขอบฟ้ามีขีดจำกัดหรือไร้ขีดจำกัดแห่งชีวิต  “Hope” จึงเป็นโปรเจกท์ที่ต้องการสะท้อนถึง ความเปราะบางของการคงอยู่ของมนุษยชาติบนโลก โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะบันทึกสภาพแวดล้อมที่ ไม่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีพ สถานที่ที่จะทำให้เราเห็นความงามในความโหดร้าย เป็นสภาพแวดล้อมที่ความหวังและการมองโลกในแง่ดีถูกผสมกลมกลืนกับความคลางแคลงใจและความไม่มั่นคง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าภาพถ่ายชุดนี้จึงไม่มีมนุษย์อยู่ร่วมในภาพ เพื่อเป็นการสื่อสาร และเน้นย้ำให้เห็นถึงความอ่อนแอของมนุษย์อย่างพวกเราทั้งหลายนั่นเอง
 
        แพทริคนำเสนอภาพถ่ายของเขาจากภูมิทัศน์ที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ และห่างไกลแถบตะวันตกของออสเตรเลีย สำหรับเขาคือสถานที่ซึ่ง “ความหวัง” และ “ความคลางแคลง” มาปะทะกัน เป็นภูมิทัศน์ที่มนุษย์ทอดทิ้ง และถึงแม้จะโดนทอดทิ้ง พื้นที่ว่างนั้นก็ยังมีรายละเอียด มีอารมณ์ มีชีวิต เขาเลือกใช้ฟิล์มโพลารอยด์ 665 ในการบันทึกภาพซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสื่อสารเรื่องราวของความเปราะบางนี้ ทั้งการเลิกผลิตฟิล์มโพลารอยด์ 665 จนเรียกได้ว่าฟิล์มชนิดนี้กำลังจะสูญหายไป การใช้ฟิล์มโพราลอยด์ชนิดนี้ในการบันทึกภาพผลงานที่ได้ จึงเป็นเพียงภาพเดียวในโลกไม่มีการทำซ้ำ ซึ่งอาจจะให้ภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ก็ได้ ในกระบวนการนี้เอง ที่ทำให้เราเกิด “ความหวัง” เช่นกัน นอกจากนี้ความพิเศษของนิทรรศการภาพถ่ายชุด “Hope” คือ การนำเสนอเรื่องราวทั้งจากภาพนิ่งและเสียงจากสถานที่จริง โดยในนิทรรศการมีการกำหนดจุดให้ผู้เข้าชมได้ยืนรับฟังเสียงบรรยายในแต่ละภาพ ซึ่งเป็นเสียงที่ศิลปินบันทึกมาจากสถานที่ที่เขาได้ไปถ่ายภาพนั้นๆ มานั่นเอง
 
        บรรยากาศภายในนิทรรศการแน่นขนัดไปด้วยผู้ที่ชื่นชอบและติดตามผลงานของช่างภาพคนดัง หนึ่งในนั้นมี ปิยทัต เหมทัต ศิลปิน ช่างภาพอิสระ และผู้อำนวยการเทศกาลโฟโต้บางกอกที่บอกว่า สนใจนิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการแสดงผลงานส่วนตัวของแพทริค บราวน์ ซึ่งล้วนสะท้อนมุมมอง ความคิด และถ่ายทอดความเป็นตัวตนของเขาผ่านนิทรรศการชุดนี้อย่างชัดเจน
 
        “นิทรรศการภาพถ่ายครั้งนี้ถือว่าเป็นผลงานที่น่าตื่นเต้นแพทริคสามารถแหวกออกมาจากผลงานที่เขาคุ้นเคย มีหลายภาพที่น่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่รูปที่ผมชอบ ถ้ามองในเชิงเทคนิคอาจจะดูเป็นการผิดพลาด ซึ่งแพทริคก็รู้ดีว่าหลายรูปเป็นการใช้ความผิดพลาดทางเทคนิคจากการถ่ายภาพด้วยฟิล์มโพลารอยด์ อย่างเวลาดึงฟิลม์บางทีเคมีที่ทำปฏิกิริยากับฟิล์มอาจจะมีความไม่สม่ำเสมอกัน ทำให้เกิดเป็นภาพ หรือรูปทรงบางอย่างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งสำหรับผมและเชื่อว่าแพทริคก็เช่นเดียวกันที่ต่างชอบความไม่สมบูรณ์แบบของงาน แต่กลับกลายเป็นความสวยงามและลงตัวในบางมุม ทั้งยังสร้างความน่าสนใจให้ผลงาน ซึ่งสามารถเห็นได้จากหลายรูปในงานนี้ ที่สำคัญนิทรรศการภาพถ่ายชุดนี้ยังสะท้อนความเป็นเซน แสดงถึงความนิ่งและสมดุลเหมือนหยินกับหยาง ดังเช่นภาพที่เขาพยายามจะแบ่งเป็นขาวกับดำในภาพเดียวกัน หรือการมีเส้นแบ่งตรงกลางบนกับล่าง ซึ่งระหว่างขาวกับดำความสนใจกลับอยู่ตรงสีเทา และเป็นข้อคิดที่เชิญชวนให้ทุกคนต้องลองไปสังเกตด้วยตัวเอง” ปิยทัต กล่าวปิดท้าย
 
        นิทรรศการ HOPE เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลโฟโต้บางกอก 2015 โดยจัดแสดงขึ้นที่ เดอะ แจม แฟคตอรี่ ตั้งแต่วันนี้-17 ตุลาคมนี้ (ไม่เสียค่าเข้าชม) ที่ เดอะ แจม แฟคตอรี่ คลองสาน ติดตามได้ที่ www.facebook.com/TheJamFactoryBangkok หรือ www.photobangkokfestival.com