
กรุงเทพฯ ชวนทุกวัยร่วมใส่ใจสุขภาพ
จากผลการสำรวจสถานะสุขภาพประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ในปี 2551 โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าโรคยอดฮิตติด 5 อันดับแรกของคนกรุงคือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภูมิแพ้ ระบบกล้ามเนื้อ และระบบทางเดินหายใจ โดยจากผลการสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าถึงเวลาแ
พญ.มาลินี กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลและบริการทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมและให้ความรู้ทางด้านสุขอนามัยแก่คนเมืองได้มีความรู้และก้าวทันความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการทางการแพทย์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหน่วยงานหลักอย่างสำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนตามนโยบาย 4 ด้านหลัก คือ การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ จึงเป็นที่มาของงานในครั้งนี้
ขณะที่ จินดา นามบดีอุบล วัย 69 ปี เจ้าของแชมป์กีฬาไม้พลอง จากการแข่งขันกีฬาผู้สูงอายุระดับประเทศ ที่มาร่วมสาธิตการออกกำลังด้วยยางยืด เล่าว่า เคยป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ เขตราษฎร์บูรณะได้ส่งนักสุขศึกษาเข้ามาฟื้นฟูและบำบัดด้วยการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุด้วยกีฬา ตอนนี้นอกจากจะหายจากการเป็นอัมพฤกษ์แล้ว สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว
ส่วน "น้องเอียน" กัณฑ์อเนก เดวีส์ วัย 10 ขวบ ตัวแทนกลุ่มนักเต้นเชียร์ลีดดิ้งจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรังสิต เล่าว่า เต้นมาประมาณ 2 ปีแล้ว ทั้งสนุกและได้ออกกำลังกายด้วย เพราะการเต้นถือเป็นการออกกำลังกายที่มีประโยชน์ ทั้งช่วยในเรื่องสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง และจิตใจแจ่มใส ทำให้รู้จักเพื่อนมากมาย และที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลาไปหาหมอเพื่อรักษาร่างกายด้วย
สุขภาพดีหาซื้อไม่ได้ อยากแข็งแรงต้องเสริมสร้างและดูแลตัวเองนะคะ



