ไลฟ์สไตล์

กทพ.แนะนำวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในฤดูฝน

กทพ.แนะนำวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในฤดูฝน

13 ต.ค. 2558

ลุงแจ่มเตือนภัย : กทพ.แนะนำวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในฤดูฝน

 
                    การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม แนะนำวิธีขับรถอย่างปลอดภัยบนทางพิเศษในฤดูฝน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ เนื่องจากผิวจราจรเปียกลื่น และทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี ดังนั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น กทพ.ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ดังนี้
 
                    การเตรียมสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี และตรวจสอบอุปกรณ์ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำอยู่เสมอ เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อให้หน้ายางแข็ง ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำดียิ่งขึ้น ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพถนนเปียกลื่น หากเบรกแล้วรถมีอาการปัด ให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่
 
                    เปิดไฟหน้า-หลังรถ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้า-หลังรถนอกจากจะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
 
                    ลดความเร็ว จากการศึกษาพบว่า ช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรก เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนพื้นถนน ซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน ดังนั้นการลดความเร็วของรถจึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่เกิดการลื่นไถล คือ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกแรงๆ หรือการเบรกกะทันหัน การค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักเหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็วลงนับว่าเป็นวิธีการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากเหยียบเบรกอย่างรุนแรง รถอาจเสียการทรงตัว
 
                    หลีกเลี่ยงการขับรถลุยแอ่งน้ำ การขับรถผ่านแอ่งน้ำขังด้วยความเร็วสูงนั้น อาจทำให้รถเกิดอาการเสียหลักได้ ทางที่ดีหากพบเห็นแอ่งน้ำอยู่ข้างหน้าควรชะลอความเร็วลงเสียก่อน ขณะขับผ่านแอ่งน้ำห้ามเหยียบคันเร่งหรือเบรกเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุม เมื่อพ้นแอ่งน้ำจึงเหยียบคันเร่งต่อไปได้ ทางที่ดีหากพอหักหลบได้ก็ควรหลบอย่างปลอดภัยดีที่สุด
 
                    ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ 10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
 
                    หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะจะทำให้รถพลิกคว่ำได้ ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็วโดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะทรงตัวได้แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ