ไลฟ์สไตล์

พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู

พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู

11 ต.ค. 2558

ท่องไปกับใจตน : พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู : โดย...ธีรภาพ โลหิตกุล [email protected]

 
                      “ชะชะช่า เรามาสนุกหน่อย อารามบอย หัวใจไม่หวาดหวั่น พร้อมเด็กวัดพวกเดียวกันแล้วต้องเฮมันทุกวันไป...” พลันที่เสียงเพลง “อารามบอย” ดังขึ้นในห้องแคบๆ ซึ่งมีเก้าอี้ชมภาพยนตร์ตั้งเรียงราย ความทรงจำวัยเยาว์เมื่อครั้งพ่อกับแม่จูงมือเราไปดูหนังดังยุคกึ่งศตวรรษก่อน ก็หวนคืนสู่ห้วงคำนึงอันแสนรื่นรมย์อีกครั้ง นี่คือเพลงประกอบหนัง “เงิน เงิน เงิน” สร้างในปี 2508 โดยละโว้ภาพยนตร์ ประพันธ์คำร้องโดย ครูแก้ว อัจฉริยะกุล และทำนองโดย ครูเวส สุนทรจามร สองครูเพลงคู่บารมีครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์ ซึ่งกาลต่อมา ชื่อเพลงนี้ได้กลายเป็นนามสกุลดาราตลกคือ “โก๊ะตี๋ อารามบอย”
 
 
พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู
 
 
                      และนี่คือการจำลองบรรยากาศ โรงภาพยนตร์บุศยพรรณ ที่โดดเด่นโด่งดังมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในย่านบางลำพู โดยเจาะจงเลือกฉากที่บรรดาเด็กวัดมาร่วมขับขานเพลง “อารามบอย” กันอย่างคึกคักสนุกสนาน แถมเติมสีสันแห่งยุคดิจิทัล ด้วยเทคนิค Projection Mapping Wall ทำให้มีภาพของผู้ชมใน พ.ศ.นี้ ขึ้นไปปรากฏอยู่บนจอ ปะปนกลมกลืนไปกับเด็กวัดในหนังเมื่อ 50 ปีก่อนได้อย่างวิเศษ และชวนอภิเชษฐ์จนแทบไม่อยากลุกจากเก้าอี้ หากไม่มีเสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่ว่า ยังมีอะไรดีๆ และสนุกๆ ให้เราชมอีกหลายห้อง ใน “พิพิธบางลำพู” พิพิธภัณฑ์ชุมชนที่ทำให้บรรยากาศขรึมๆ ของการชมพิพิธภัณฑ์ในยุคก่อน ปลาสนาการจากความทรงจำไปโดยปริยาย
 
 
พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู
 
 
                      ความบันเทิงยุคคุณยาย ที่บัดเดี๋ยวนี้ไม่มีให้ดูแล้ว ทั้งละครร้องแม่บุนนาค คณะนาครบันเทิง วิกลิเกหอมหวล โรงหนังบุษยพรรณ ตลอดจนรถรางสายบางลำพู ถูกจำลองไว้ในห้องจัดแสดงที่ 3 หรือห้อง ”พระนครเซ็นเตอร์” ก่อนถึงห้องที่ 4 “ย่ำตรอกบอกเรื่องเก่า” ชุมนุมของอร่อย ของดี งานประณีตศิลป์ของช่างชาวบางลำพู อาทิ งานตีทองคำเปลวและทำธงชาติของชุมชมบวรรังสี งานเครื่องถมของชุมชนบ้านพานถม “ดุริยประณีต” บ้านดนตรีไทยในชุมชนวัดสังเวชวิศยาราม แต่ที่น่าทึ่ง คือ การจำลองงานแทงหยวกในชุมชนวัดใหม่อมตรส และบ้านทำข้าวต้มน้ำวุ้นในชุมชนวัดสามพระยา ที่มีการจัดแสงและองค์ประกอบฉากได้เนี้ยบสุดๆ เหมือนเดินอยู่ในสถานที่จริง จนเกือบจะยกมือขึ้นไหว้ “ป้าแอ๊ว” วรรณา เวิ่นทอง ที่นั่งทำข้าวต้มน้ำวุ้นอยู่ในบ้านอย่างขะมักเขม้น แต่แท้ที่จริงคือภาพถ่าย มิใช่ป้าแอ๊วตัวเป็นๆ
 
 
พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู
 
 
                      ห้องที่ 5 “ที่นี่บางลำพู” เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนผ่านงานสถาปัตยกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ ด้วยเทคนิคทัชสกรีน จากนั้นไป “ถอดรหัสลับ ขุมทรัพย์บางลำพู” ที่ห้องจัดแสดง 6 ซึ่งจำลองต้นลำพูขนาดใหญ่ในบรรยากาศยามราตรี ที่มีหิ่งห้อยนับร้อยนับพัน พร้อมใจกันกะพริบแสงวิบวับราวกับนัดหมายกันมา จากประสบการณ์ไปดูหิ่งห้อยที่อัมพวามาหลายครั้ง ผมยอมรับว่า นี่เป็นต้นลำพูจำลองที่เหมือนจริงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา สมกับเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้ ที่ต้องเขียนให้ถูกว่า “บางลำพู” ไม่ใช่ “บางลำภู” แต่จนวันนี้ ก็ยังมีหน่วยราชการและห้างร้านบางแห่งยังเขียนผิด แม้กรณีนักประวัติศาสตร์ชุมชน คือ ท่านอาจารย์สมปอง ดวงไสว แห่งโรงเรียนวัดสังเวชฯ ทำหนังสือสอบถามไปยังสํานักงานราชบัณฑิตยสภา ว่า ชื่อชุมนุมนี้เขียนอย่างไร จนได้คำตอบอย่างเป็นทางการว่า “บางลำพู” นั้น...ผ่านมาหลายปี และมีประกาศให้เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางแล้วก็ตาม
 
 
พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู
 
 
                      ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “พิพิธบางลำพู” ซึ่งสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นสร้างสรรค์กลวิธีการนำเสนอ “พิพิธภัณฑ์” ด้วยเทคนิควิธีใหม่ๆ ให้น่าสนใจ จนกล่าวได้ว่า นี่คือ “พิพิธภัณฑ์ชุมชน” ที่ดีที่สุด น่าชมที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอุษาคเนย์-อาเซียน แน่นอนที่สุด งานนี้ต้องให้คะแนนชื่นชมกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ที่มี ดร.นริศ ชัยสูตร เป็นอธิบดี ซึ่งไม่เพียงทุ่มทุนปรับปรุงอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชฯ ให้กลายเป็น “พิพิธบางลำพู” (ซึ่งประกอบด้วย 1.พิพิธภัณฑ์กรมธนารักษ์ และ 2.พิพิธภัณฑ์วิถีชุมชนบางลำพู) เท่านั้น แต่ยังพิถีพิถันคัดเลือกทีมงานที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น มีลูกเล่นแพรวพราวอย่างบริษัท ไร้ท์แมน จำกัด มานำเสนอพิพิธบางลำพูให้มีชีวิตชีวาอีกด้วย
 
 
พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู
 
 
                      อย่างไรก็ตาม สิ่งดีๆ อย่างนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น หากไม่มีชุมชนบางลำพูที่เข้มแข็ง คอยปกป้องอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชฯ ซึ่งเกือบจะถูกรื้อทิ้งหลายครั้งแล้ว โดยพวกเขารวมตัวกันในนาม “ประชาคมบางลำพู” เป็นแบบอย่างให้เด็กๆ ในชุมชนมองเห็นคุณค่าแห่งท้องถิ่นตน แล้วจัดตั้ง “ชมรมเกสรลำพู” คอยหนุนช่วยผู้ใหญ่ในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมของชุมชนอย่างแข็งขัน และร่วมปกป้องอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์ฯ อย่างมีพลัง กระทั่งอาคารร้างแปรสภาพเป็นแหล่งเรียนรู้ล้ำเลอค่า ในนาม “พิพิธบางลำพู” ที่อุปมาดั่ง “อัญมณีน้ำงาม” ประดับย่านบางลำพูในวันนี้ และยังจะมีบทบาทสำคัญสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพอีกมากมายในวันข้างหน้า ด้วยเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า...
 
                      “...ผู้รู้จักคิดพิจารณา ย่อมแสวงหาความรู้และความคิดจากพิพิธภัณฑ์ ไปใช้ประโยชน์ได้ไม่รู้จักจบสิ้น...” (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 9 สิงหาคม พ.ศ.2522)
 
 
--------------------
 
 
                      “พิพิธบางลำพู” ตั้งอยู่บนถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทร.0-2281-9828 หรือ www.facebook.com/pipitbanglamphu เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดบริการทุกวันจันทร์) โดยผู้ชมสามารถเดินดูห้องจัดแสดงชั่วคราว (ชั้น 1 อาคารปูน) ได้ตามอัธยาศัยโดยไม่จำกัดเวลา ยกเว้นส่วนนิทรรศการถาวร (อาคารไม้ และชั้น 2 อาคารปูน) ต้องเข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 30 นาที (รอบแรกเวลา 10.00 น. และรอบสุดท้ายเวลา 16.00 น.) และมีเจ้าหน้าที่นำชม โดย 3 ห้องแรกจะเป็นพิพิธภัณฑ์กรมธนารักษ์ จากนั้นจึงเป็นพิพิธภัณฑ์วิถีชุมชนบางลำพู
 
 
--------------------
 
(ท่องไปกับใจตน : พิพิธภัณฑ์ฝันหวาน วันวาร ณ บางลำพู : โดย...ธีรภาพ โลหิตกุล [email protected])