
การบรรยาย'รวยซะให้เข็ด'กับการลงทุน'อสังหาฯไม่บาน'
10 ต.ค. 2558
การบรรยาย รวยซะให้เข็ด กับการลงทุน อสังหาฯไม่บาน : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
ถือว่าเป็นประเพณีปฏิบัติกันมายาวนานนับสิบปี ที่ในแต่ละปีผมได้จัดการบรรยายขึ้นที่ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ใน “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” ซึ่งการบรรยายของผมในปีนี้จะเป็นหัวข้อ “รวยซะให้เข็ด” กับ โป้ยก่วย “ยันต์ 8 ทิศ” พิชิต ปัญหา และ อุปสรรค ในการลงทุน “อสังหาฯไม่บาน” ประเภท ตึกแถวไม่บาน, อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน, บูทิคโฮเทลไม่บาน, รีสอร์ทไม่บาน, คอนโดมิเนียมไม่บาน ในสไตล์ “อกาลิโก+ไฮโซ+โลว์คอสต์” ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้เนื้อหาหลักที่สำคัญคือ การที่ผมจะได้ทำหน้าที่ “สุนัขเฝ้าบ้าน” เพื่อคอยเตือนสติให้แก่สังคมไทยให้รับรู้รับทราบว่ามี “มหันตภัย” จากการเปิด “เออีซี” เสรีอาเซียน ที่รุกคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ถ้าเรารู้ไม่เท่าทันและเตรียมตัวรับมือกันไว้ไม่ดี ก็อาจจะมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยต้องบอบช้ำกับวิกฤติต่างๆ กันมามากมายหลายครั้ง
แต่ครั้งสำคัญๆ ที่ยังคงเป็น “แผลเป็น” แห่งความทรงจำอันเจ็บปวดเด่นชัดอยู่ในใจผมไม่เคยลืมเลือน โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2532 ช่วงต่อ พ.ศ.2534 หรือวิกฤติที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งอันเกิดจากผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันในภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” หรือที่เรียกกันว่าวิกฤติ “สงครามอ่าวเปอร์เซีย” ในครั้งนั้น “ซัดดัม ฮุสเซน” ได้กรีธาทัพ “อิรัก” บุกยึด “คูเวต” จนเกิดเป็นสงครามลุกลามบานปลายใหญ่โต ในช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจของโลกก็อยู่ในสภาวะชะงักงัน เพราะสถานการณ์ในภาพรวมอ่อนไหวมีโอกาสลุกลามบานปลายขยายตัวไปเป็นสงครามโลก ซึ่งวิกฤติการณ์ครั้งนั้นก็หนักหนาแสนสาหัสและส่งผลกระทบมาถึงบ้านเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ
วิกฤติอีกครั้งหนึ่ง พ.ศ.2539 เป็นเวลาอีก 5 ปีต่อมา เป็นวิกฤติทางการเงินที่เกิดขึ้นที่ “เกาหลี” และ “ไทย” (แต่แท้จริงแล้วก็เกิดขึ้นที่ “เม็กซิโก” ก่อนครับ) เป็นกลเกมทางการเงินที่ทำให้ประเทศที่อ่อนด้อยกว่าถูกโจมตีค่าเงินอย่างหนักหน่วงรุนแรงและรวดเร็ว ประเทศเราในขณะนั้นกำลังทระนงหลงไปว่าจะกลายเป็น “เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย” เพราะทุกอย่างกำลังดูดีมีทีท่าว่าจะไปได้สวย มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดในทุก “มิติ” ผลคือ เกิดเป็นวิกฤติ “ต้มยำกุ้งดีซีส” ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง อันเป็นจากการโจมตีค่าเงินบาท เกิดการขาดดุลเงินสะพัดแบบฉับพลัน เกิดสภาวะ “ฟองสบู่แตก” ของอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเฟื่องฟูต้องมาตกอยู่ในสภาวะหนี้ท่วม ผลกระทบในครั้งนั้นรุนแรงมากครับถึงขนาดที่ว่ารัฐบาลต้องสั่งปิดสถาบันการเงิน ถึง 58 แห่ง เกิดสภาวะวิกฤติทางการเงินอย่างรุนแรงถึงขนาดที่ “ไอเอ็มเอฟ” ต้องเข้ามาแทรกแซง ก็หนักหนาแสนสาหัสเป็นอย่างยิ่งครับ
พอปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ก็เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงของมหาอำนาจอย่าง “สหรัฐอเมริกา” หรือเรียกว่า “แฮมเบอร์เกอร์ดีซีส” ซึ่งยังคงส่งผลกระทบจนถึงปัจจุบัน รวมถึงวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป โดยเริ่มจากการล่มสลายของเศรษฐกิจ “กรีก” พอถึง พ.ศ.2549 จนถึง พ.ศ. 2557 ก็เกิดวิกฤติ “กีฬาสี” ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงและยืดเยื้อยาวนานกว่า 8 ปี จนกระทั่ง พ.ศ. 2557 ที่คณะ “คสช.” เข้ามาบริหารประเทศ แต่คงไม่ลืม พ.ศ.2554 เป็น “วิกฤติทางธรรมชาติ” ซึ่งเกิดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ที่ทำให้คนไทยกว่า 10 ล้านคน ได้รับผลกระทบ อาคารบ้านเรือนต่างๆ จมอยู่ใต้น้ำ เป็นเวลา 3-4 เดือน
จน พ.ศ.2556 จนถึงปัจจุบัน เป็นวิกฤติเศรษฐกิจของไทยยังทรงๆ ทรุดๆ ไม่ได้ฟื้นตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ ราคาผลผลิตของสินค้าทางการเกษตรยังคงตกอยู่ในสภาวะตกต่ำ หนี้สินในครัวเรือนมีอัตราและแนวโน้มที่จะขยายตัวสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ในภาพรวมเศรษฐกิจมีความผันผวนเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงตกอยู่ในสภาวะเงินฝืดเป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับผมแล้วใน พ.ศ.2557-2558 เป็นช่วงการเริ่มต้นของวิกฤติการเปิด “เออีซี” เสรีอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การไหลทะลักของทุนมหาศาลจากชาติมหาอำนาจ ซึ่งเราจะเห็นการประลองกำลังกันแย่งชิงความได้เปรียบและอิทธิพลเหนือภูมิภาค “อาเซียน” ดังเห็นได้จากเมื่อเดือนที่แล้วเป็นการประลองกำลังชิงไหวชิงพริบกันของมหาอำนาจอย่าง “จีน” และ “อเมริกา” มีการประกาศลดค่าเงิน “หยวน” รวมถึงมีการเทขายทองคำและน้ำมันดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ ยังมีความผันผวนเป็นอย่างยิ่งในตลาดหุ้นของ “จีน” ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจการลงทุนไปในวงกว้างทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของบ้านเราครับ
ที่ผมกล่าวมาเสียยืดยาวก็เพียงเพื่อที่จะเตือนสติ เตือนความจำให้แก่บรรดาแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” จะได้ไม่หลงลืมกันครับว่าเราได้เจออะไรมาบ้าง และได้รับผลกระทบกันอย่างหนักหนาสาหัสและบอบช้ำกันขนาดไหนกว่าจะผ่านมาได้แต่ละวิกฤติ ซึ่งที่ผมกล่าวมานี้เป็นแค่วิกฤติใหญ่ๆ ที่ได้รับรู้รับทราบกันอย่างชัดเจนถึงผลกระทบ ซึ่งก็มีวิกฤติย่อยอีกนับสิบนับร้อยในช่วงเวลา 25 ปี ซึ่งผมได้คลุกคลีในธุรกิจการลงทุน “อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่บาน” ครับ
สำหรับผมแล้วการลงทุนในธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์ไม่บาน” หากพิจารณาโดย “แก่น” แล้ว การที่จะขาดทุนหรือเจ๊งนั้น เป็นไปได้ยากมากครับ เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็น 1 ในปัจจัย 4 ของมนุษย์ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า อาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, ยารักษาโรคที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพ ก็ไปหาความลับกันครับว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ “รวยซะให้เข็ด” กันได้อย่างไรกับการลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์ไม่บาน” ที่คุ้มค่าราคาประหยัด และจะต้องเตรียมตัวใจไว้อย่างไรเพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยและสามารถคืนทุนไวในการเผชิญหน้ากับวิกฤติต่างๆ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
การบรรยายของผมในหัวข้อ “รวยซะให้เข็ด” กับ โป้ยก่วย “ยันต์ 8 ทิศ” พิชิต “ปัญหา” และ “อุปสรรค” ในการลงทุน “อสังหาฯไม่บาน” ที่คุ้มค่าราคาประหยัด จะจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมิตติ้งรูม 3-4 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ท่านที่สนใจก็สามารถสำรองจองที่นั่งได้โดยด่วนที่ 0-2245-1399 และ 0-2644-1478 ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ซึ่งท่านที่เข้าร่วมฟังการบรรยายในครั้งนี้จะได้รับฟรี ดีวีดีการบรรยายในครั้งนี้ฟรี ท่านที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกันให้ได้นะครับ
.......................................
(หมายเหตุ การบรรยาย “รวยซะให้เข็ด” กับการลงทุน “อสังหาฯไม่บาน” : คอลัมน์ ตึกแถวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



