
น้ำประปาหยุดไหลชาวบ้านเดือดร้อน
09 ต.ค. 2558
เปิดซองส่องไทย : น้ำประปาหยุดไหลชาวบ้านเดือดร้อน - นำป้ายเหล็กมากั้นเป็นที่จอดรถ
ชาวบ้าน หมู่บ้านห้วยไม้ไผ่ ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ส่วนใหญ่ชาวบ้านมีอาชีพทำประมงเล็กๆ ซึ่งมีรายได้น้อยมาก เฉลี่ยครอบครัวละ 12,000 บาท แต่ต้องรับภาระจ่ายค่าน้ำประปาในราคาที่สูงกว่าปกติทั่วไป ในราคายูนิตละ 8 บาท เฉลี่ยต้องจ่ายค่าน้ำประมาณเดือนละ 250-300 บาท ซึ่งชาวบ้านยินดีจ่ายค่าน้ำประปาในราคาที่สูงมากๆ กว่าที่เป็นอยู่ หากแต่ยังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำประปาของหมู่บ้านที่ยังไหลน้อยและไม่ไหลอยู่เป็นประจำ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา น้ำประปาก็ยังไม่ไหลเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ได้ร้องเรียนไปยังผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ในความดูแลของอบต.ทุ่งมะพร้าว แต่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข หรือความช่วยเหลือแต่อย่างใด จนเมื่อประมาณกลางเดือนที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านประมาณ 25-30 คน รวมตัวกันเดินทางไปประท้วงกับผู้ดูแลเก็บเงินและจ่ายน้ำประปา ซึ่งการประท้วงดังกล่าวส่งผลให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมะพร้าว ปิดการให้บริการน้ำประปาไปหลายวัน
ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ทาง อบต.ถึงได้ทำกับชาวบ้านแบบนี้ ใช้สิทธิตรงไหนในการปิดน้ำประปา เพราะชาวบ้านก็ได้จ่ายค่าน้ำกันทุกเดือน และเงินเดือนที่พวกท่านได้ใช้กันทุกๆ เดือนก็เป็นเงินภาษีของพวกเราชาวบ้านทั้งหลายเหล่านี้ จึงอยากให้ทางลุงแจ่มช่วยสอบถามไปยังอบต.ทุ่งมะพร้าวให้ด้วยว่าเป็นเพราะสาเหตุใดถึงได้หยุดดำเนินการจ่ายน้ำให้กับชาวบ้านอย่างพวกเรา ซึ่งได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
สุรพล / พังงา
ตอบ
นายช่างไฟฟ้าดูแลด้านสาธารณูปโภค องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทุ่งมะพร้าว จ.พังงา ชี้แจงว่า ประปาที่หมู่บ้านห้วยไม้ไผ่นี้ ทาง อบต.ได้รับงบส่งเสริมมาเมื่อปี 2550 ก่อสร้างเป็นแบบประปานครหลวง เมื่อปี 2550 เสร็จสิ้น มีการตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำโดยอาศัยสมาชิกภายในหมู่บ้านทำการคัดเลือกประธานภายในหมู่บ้านขึ้นมา แล้วมีคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำประมาณ 7-10 คนด้วยกัน โดยให้มาบริหารประปาระบบหมู่บ้านกันเอง โดยคิดค่าน้ำเฉลี่ยหน่วยกิตละ 8-10 บาท ที่คิดเป็นเงินจำนวนนี้เพราะต้องจ่ายเป็นค่าไฟ ค่าคนดูแล ค่าซ่อมบำรุงรักษาระบบท่อ โดยจะเก็บค่าน้ำทั้งหมู่บ้านยูนิต 8 บาท ทั้งหมู่บ้าน บ้านไหนใช้จำนวนเท่าไหร่ก็จะเก็บตามยูนิตที่ชาวบ้านใช้กัน
ในบางครั้งจะมีปัญหาเรื่องน้ำไม่ไหลอยู่หลายวัน เพราะระบบไฟฟ้ามีปัญหา ท่อแตกชำรุด ตอนนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ตู้ควบคุมสูบน้ำดิบไฟไหม้ ตามที่ผู้ร้องเรียนบอกมานั้น ถึงขั้นให้ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ทางช่างของอบต.เข้ามาช่วยดูแล เพราะเกินความสามารถในการซ่อม ช่วงนั้นน้ำหยุดไหลถึง 4 วันด้วยกัน เพราะต้องซื้ออุปกรณ์ในการซ่อมตู้อยู่ 4 วัน ถึงกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ก็จะมีปัญหาในด้านท่อรั่วอีก เพราะว่าระยะท่อที่เดินน้ำยาวประมาณ 5 กิโลเมตร โดยมีบางจุดรั่วซึม จึงทำให้แรงดันน้ำอ่อน ทำให้ชาวบ้านอาจมีน้ำใช้ไม่ทั่วถึง และบางบ้างอาจน้ำไหลอ่อน
ทาง อบต.ได้เข้าไปซ่อมให้ ทางประปาหมู่บ้าน ตัวนี้เป็นกิจการระบบพาณิชย์ในหมู่บ้าน ถ้าเงินที่เก็บเหลือจ่ายก็เอาไปใช้ในหมู่บ้าน อบต.ไม่เกี่ยวอะไร เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาของประปาหมู่บ้านเท่านั้น ก็ต้องให้ชาวบ้านรู้จักในการบริหารงานของตัวเอง และตอนนี้น้ำก็ไหลได้ตามปกติแล้ว ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
นำป้ายเหล็กมากั้นเป็นที่จอดรถ
บริเวณหน้าตลาดสายสอง ถนนพุทธมณฑลสายสอง แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. ไม่ทราบว่าเจ้าของตลาด หรือ สน.หลักสอง กันแน่ ที่นำป้ายเหล็กมากั้นที่จอดรถบนเนื้อที่ช่องจราจร 1 ช่อง ยาวประมาณ 60 เมตร
สำหรับร้านค้าซึ่งบริเวณตรงนั้นพอดีเป็นที่กลับรถและทางลงสะพาน เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เนืองๆ หรือการจราจรติดขัดเป็นคอขวด และป้ายนี้จะตั้งอยู่อย่างถาวร จึงอยากให้ทางหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก คอลัมน์ลุงแจ่ม ช่วยสอบถามที่ว่า เขากันผิวจราจรได้หรือ ถ้าไม่ได้ลุงแจ่มช่วยหาช่องทางแจ้งผู้เกี่ยวข้องแก้ไขให้ด้วย
เพราะเคยร้องเรียนไปยัง สน.หลักสอง และทางสำนักงานเขตบางแคแล้ว แต่ไม่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขแต่อย่างใด และทั้งสองหน่วยงานนี้ต่างนิ่งเฉย ไม่มีความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเลย อยากให้เร่งแก้ด่วนด้วย เพราะชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
ประจักษ์
ตอบ
พนักงานฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางแค ชี้แจงว่า ป้ายเหล็กที่นำมากั้นหน้าบริเวณตลาดสายสอง ทาง สน.หลักสอง เป็นผู้นำมากั้นไว้ เพื่อให้เป็นที่สำหรับจอดรถจักรยานยนต์ โดยไม่ให้รถใหญ่จอดซ้อนคัน แต่ก็มีผู้ฝ่าฝืน จึงเป็นหน้าที่ของทาง สน.หลักสอง ที่ต้องเป็นผู้ดำเนินการ เพราะฝ่ายเทศกิจมีหน้าที่เพียงแค่ดูแลบริเวณฟุตบาทเท่านั้น
ด้าน พ.ต.ท.พิสิทธิ์ สวัสดิ์ถาวร รอง ผกก.จร.สน.หลักสอง ชี้แจงว่า บริเวณหน้าตลาดสายสอง ถนนพุทธมณฑลสายสอง แขวงหลักสอง เขตบางแค ทาง สน.เป็นผู้กั้น เพื่อให้เป็นที่จอดสำหรับรถจักรยานยนต์เท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันการโจรกรรม สำหรับรถใหญ่ไม่อนุญาตให้จอดได้ และหากมีการฝ่าฝืนจะดำเนินการล็อกล้อและเสียค่าปรับโดยทันที เพื่อเป็นการป้องกันการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น
รอง ผกก.จร.บอกว่า จะเร่งดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้โดยเร็วที่สุด เพื่อความสะดวกสำหรับประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณนี้



