
เส้นสีสานสัมพันธ์สองแผ่นดิน
08 ต.ค. 2558
ศิลปวัฒนธรรม : เส้นสีสานสัมพันธ์สองแผ่นดิน
หากจะอารัมภบทเป็นถ้วยคำสละสลวยเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งคงเป็นเรื่องยากหากไม่มีความเข้าใจในภาษาอย่างถ่องแท้ ทว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงหากใช้ศิลปะเป็นสื่อในการแสดงออกทางความคิด ด้วยว่าภาพหนึ่งภาพนั้นสามารถอธิบายร้อยเรียงความรู้สึกนึกคิดได้หลากหลาย เฉกเช่นมุมมองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านภาพเขียนโดยศิลปินแดนมังกร ในนิทรรศการศิลปะ “ไทยแลนด์ ธรู เดอะ ดรากอนส์ บรัช (Thailand Through the Dragon's Brushes)” ที่หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น จับมือหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ จัดแสดงให้ผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณลานอีเดน ชั้น 1 ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ร่วมชื่นชมอย่างใกล้ชิดเมื่อวันก่อน
พิธีเปิดนิทรรศการเป็นไปอย่างเรียบง่าย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธาน โดยมีสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษากองบรรณาธิการเครือเนชั่น ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการการสื่อสารการตลาด ททท. ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โอกาสนี้ พนา จันทรวิโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการ บรฺิษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด กล่าวในฐานะตัวแทนผู้จัดงานว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ ได้ดำเนินการจัดศิลปินจีนชั้นนำ 10 คนมาตระเวนเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว ศาสนาสถานต่างๆ รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นที่พระนครศรีอยุธยา ลำปาง เชียงใหม่ พร้อมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากความประทับใจ
ด้าน โจว ลี่ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไชน่า เดลี่ และพับลิชเชอร์ อ็อฟ ไชน่า เดลี่ เอเชียแปซิฟิก เล่าว่า 40 ปีที่แล้วโลกทั้งโลกกำลังจับตามองด้วยความสงสัยระหว่างประเทศไทยและจีนที่จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน เพื่อรำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นจึงเกิดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์นี้ขึ้น ในแง่ของศิลปะผลงานที่ออกมาถือว่าสำคัญยิ่งในการร่วมมือไทย-จีน เพราะเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญไม่ว่าจะเป็นสื่อ นักธุรกิจ และประชาชนของทั้งสองประเทศ ศิลปินแต่ละคนมีผลงานเลื่องลือเป็นที่รู้จักในเมืองจีน กิจกรรมลักษณะนี้เคยจัดแสดงทั้งที่จีนและต่างประเทศซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ศิลปะเป็นสื่อในการแสดงออกความคิดได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ดีในแง่ของการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความร่วมมือ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการร่วมมือกันลักษณะนี้ ตอกย้ำความสัมพันธ์เมื่อ 40 ปีก่อนได้เป็นอย่างดี
ภาพเขียนกว่า 80 ชิ้นส่วนหนึ่งเป็นภาพดั้งเดิมที่ศิลปินวาดสะสมไว้แล้วกับอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการลงเส้นและแต้มสีที่เมืองไทย หยาง ฉวิน จิตกรเอกจากนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน นำภาพ 4 ภาพที่วาดจากเมืองจีน พร้อมภาพสะท้อนมุมมองจากการสัมผัสเมืองไทยทั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยูะยา หมู่บ้านแม้ว เชียงใหม่ รวมถึงค่ายมวยไทยอีก 5 ภาพมาร่วมจัดแสดงบอกว่า ส่วนตัวมีความคิดอิสระเห็นอะไรก็วาดไป อย่างภาพ “มวยไทย” ที่ถือว่าเป็นชิ้นเอกได้แรงบันดาลใจมาจากมองว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีพลัง แข็งแกร่ง และน่าเกรงขาม เห็นแล้วรู้สึกประทับใจ
“เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเดินทางมาประเทศไทย รู้สึกผิดคาดจากความคิดเดิมๆ ที่คิดไว้ หรือมองเพียงด้านเดียว แต่เมื่อได้สัมผัสจริงๆ รู้สึกว่ามีความเจริญและทันสมัยมาก ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส และดูเป็นมิตร ในแง่ของความสัมพันธ์ไทย-จีน ตัวเองอาจมีความรู้ร้อย แต่ในแง่ของความเป็นศิลปินจะชอบสังเกตวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ผู้คน หรือศึกษาศิลปวัฒนธรรมระหว่างกันมากกว่า อยากให้คนไทยเปิดใจและยอมรับศิลปะแบบจีน ซึ่งมีเอกลักษณ์ความงามในแบบเฉพาะตัว” หยิง ฉวิน สะท้อนมุมมอง
สำหรับเมืองไทยแล้วคงไม่มีสถานที่ไหนเป็นไฮไลท์เท่าแลนด์มาร์คอย่าง “วัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวัง” คูคู ไช่ บูกัก ศิลปินสาวชาวฮ่องกง ยอมรับว่าชื่นชอบและชื่นชมในงามงดงามของเพชรยอดมงกุฎของไทยเม็ดนี้ น่ามหัศจรรย์ใจมาก เห็นครั้งแรกก็อยากหยิบพู่กันขึ้นมาวาดทันที ไม่เพียงเท่านี้ยังรู้สึกว่าคนไทยใช้ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ ตรงข้ามกับฮ่องกงที่เร่งรีบทุกฝีก้าว ดีใจที่มีโอกาสมาสัมผัสด้วยตัวเอง จะเก็บความประทับใจนี้กลับไปบอกผู้คนที่บ้านเกิด เช่นเดียวกับ ถังชิง ศิลปินมากฝีมือจากมณฑลอันฮุย ผู้ชื่นชอบวาดภาพสัตว์ต่างๆ ครั้งนี้นำภาพเสือ หมีแพนด้า และช้างไทยมาจัดแสดงโดยเล่าว่าช้างไทยมีความฉลาด ใจดี เป็นสัวต์ที่จงรักภักดี ภาพที่ออกมาจึงสวยงามและมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาพโบราณสถาน
“จากการตระเวนไปวาดภาพรู้สึกว่าคนไทยมีความเชื่อด้านศาสนาอย่างมาก นำมาซึ่งความรักที่ทำให้เกิดสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรักธรรมชาติ รักผู้คน นอกจากนี้เมืองไทยยังสะท้อนถึงความเป็นสมัยใหม่และโบราณผสมผสานกันอย่างกลมกลืน จึงดูมีทุกอย่างที่ดีพร้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี่้่จีนน่าจะเรียนรู้ไว้ อย่างไปวัดพระธาตุดอยสุเทพเกิดความชอบขึ้นมาทันที เห็นผู้คนมาวัดด้วยความศรัทธา ภาพนี้เป็นเจดีย์ยอดแหลมวาดบนกระดาษสาและสีแบบจีน หากพูดถึงวงการศิลปะของจีนก็เหมือนเจดีย์แหลมๆ เป็นจุดเด่น แต่ละคนสร้างสรรค์ผลงานอย่างสุดฝีมือเพื่อให้ออกมาโดดเด่นที่สุด” ศิลปินชั้นครูจากแดนมังกร อธิบายแนวคิด
อาจกล่าวได้ว่าการเผยแพร่ผลงานศิลปะของศิลปินชาวจีนครั้งนี้นับได้ว่าช่วยกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติที่มีอยู่แล้วให้แนบแน่นยิ่งขึ้น...



