ไลฟ์สไตล์

'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน

'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน

07 ต.ค. 2558

ทำมาหากิน : 'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน : โดย...ธานี กุลแพทย์

 
                      กลุ่มหัตถกรรมผ้าไหมบ้านดู่ จ.นครราชสีมา นำโดย นางประภาพรรณ พาภักดี ในโครงการ “โอท็อปสีเขียว” คว้ารางวัล “G-Green Production” ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะกลุ่มผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนสิ่งทอ ที่ประสบผลสำเร็จปรับกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า ปีที่ผ่านมาทำยอดขายกว่า 1.2 ล้านบาท
 
                      จากที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ดำเนินโครงการสนับสนุนสถานประกอบการวิสาหกิจชุมชน โอท็อป ระดับ 4 และ 5 ดาว เพื่อพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีสะอาด ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่การจัดการของเสียหรือมลพิษจากแหล่งกำเนิด
 
 
'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน
 
 
                      โดยปี 2557 ได้ส่งเสริมสถานประกอบการสิ่งทอขนาดเล็ก 160 แห่ง จาก 20 จังหวัด ผลปรากฏว่า มีผ่านเกณฑ์การประเมินระดับประเทศ 69 แห่ง และได้รับการต่ออายุการรับรอง 21 แห่ง รวม 90 แห่ง โดยเป็นสถานประกอบการระดับดีเยี่ยมได้รับตราสัญลักษณ์ G-Green Production หรือ G ทอง 10 แห่ง ระดับดีมากได้รับตราสัญลักษณ์ G เงิน 28 แห่ง และระดับดี ได้รับตราสัญลักษณ์ G ทองแดง 39 แห่ง
 
                      นางประภาพรรณ พาภักดี ประธานกลุ่มหัตถกรรมผ้าไหมบ้านดู่ อยู่ที่ 29 หมู่ 6 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา วิสาหกิจชุมชนที่ผ่านเกณฑ์ประเมินระดับดีเยี่ยม กล่าวว่า ได้นำหลัก “5 ส.” มาเป็นแนวทางพัฒนากระบวนการผลิต ประกอบด้วย 1.สะสาง คือ แยกของที่ต้องการออกจากของที่ไม่ต้องการและขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้ง 2.สะดวก คือ จัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ สะดวก ปลอดภัย 3.สะอาด คือ ทำความสะอาด เครื่องมือ อุปกรณ์ สถานที่ทำงาน 4.สุขลักษณะ คือ สภาพถูกสุขลักษณะ และ 5.สร้างนิสัย คือ ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
 
 
'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน
 
 
                      “ผลิตภัณฑ์กลุ่มจะใช้วัสดุจากธรรมชาติทั้งหมด ขณะที่กระบวนการผลิตก็คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เศษเปลือกไม้ ใบไม้ ที่นำมาสกัดสีเสร็จแล้ว ก็นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ หรือน้ำที่ใช้ก็มีการนำไปบำบัดเพื่อนำไปรดต้นไม้ต่อ”
 
                      ทั้งนี้ หลังหันมาใช้กระบวนการผลิตดังกล่าวสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ 1.สุขภาพดีขึ้น เช่น เรื่องระบบการหายใจ เมื่อก่อนตอนที่ใช้สีเคมีย้อมผ้าสมาชิกหลายคนมีปัญหาการหายใจติดขัด วิงเวียนศีรษะ แต่เมื่อหันมาใช้สีธรรมชาติอาการเหล่านั้นก็ดีขึ้น 2.ลดต้นทุนผลิต เช่น ทุกวันนี้กลุ่มไม่จำเป็นต้องซื้อสีมาย้อมผ้า เพราะใช้สีธรรมชาติ อย่างต้นมะม่วงก็นำมาสกัดสีได้ ฯลฯ และ 3.ช่องทางการตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ชาวต่างชาติที่มาศึกษาดูงานเป็นการขยายผลิตภัณฑ์ออกไปสู่ต่างประเทศ
 
                      อย่างไรก็ตาม ประธานกลุ่ม ยอมรับว่า กระบวนการผลิตนี้ได้ทำให้ภาพลักษณ์สินค้าดีขึ้น ขายได้ในราคาที่ดีกว่า จึงทำให้ปีที่ผ่านมากลุ่มมียอดจำหน่ายผ้าไหมกว่า 1.2 ล้านบาท ดังนั้น จึงขอเชิญชวนกลุ่มสมาชิกทอผ้าลองปรับใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เรื่องยากแต่ได้ผลคุ้มค่า อย่างน้อยก็ได้ประโยชน์ต่อชุมชน สุขภาพของเราเอง ส่วนท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์กลุ่ม โทรศัพท์ไปสอบถามได้ที่ 0-4445-1245
 
 
 
 
----------------------
 
(ทำมาหากิน : 'โอท็อปสีเขียว' เพิ่มค่าสิ่งทอ นำร่อง 'ไหมโคราช' ทะลุล้าน : โดย...ธานี กุลแพทย์)