
ชุมชนบ้านแตนตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน
06 ต.ค. 2558
กระทิงแดงผนึกชุมชนบ้านแตน ตั้งกลุ่ม เกษตรอินทรีย์ วิถียั่งยืน : บายไลน์...โต๊ะข่าวเกษตร
กลุ่มธุรกิจกระทิงแดงเดินหน้าจับมือเกษตรกรบ้านแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี จัดตั้งโครงการ "เกษตรอินทรีย์ วิถียั่งยืน" หวังยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร
สมคิด รุจีปกรณ์ ผู้จัดการแผนกกิจกรรมเพื่อสังคมอาวุโส กลุ่มธุรกิจกระทิงแดง กล่าวถึงโครงการเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืนว่า “เกษตรอินทรีย์ วิถียั่งยืน” ว่าเป็นโครงการที่กลุ่มธุรกิจกระทิงแดงมุ่งมั่นขับเคลื่อนเพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรบ้านบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังจากที่กระทิงแดงลงพื้นที่ทั่วประเทศมาหลายปีในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้น จนมีภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ที่เข้มแข็ง จึงอยากส่งต่อรูปแบบและชี้แนวทางแห่งความสำเร็จให้เกิดเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แก่ชุมชนบ้านบางแตนด้วยเช่นกัน
“กลุ่มธุรกิจกระทิงแดงจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรชาวบ้านบางแตนให้ความร่วมมือเข้าร่วมโครงการแล้ว 33 ครอบครัว ภายใต้เงื่อนไขสำคัญคือเกษตรกรต้องรวมกลุ่มจัดทำแผนกลุ่มวิสาหกิจเกษตรอินทรีย์ในชุมชนของตนเอง ที่สำคัญต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกษตรอินทรีย์ 2 หลักสูตรจากกลุ่มภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วยหลักสูตรพื้นฐานการทำเกษตรอินทรีย์และการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว กับมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี และหลักสูตรการจัดตั้งกลุ่มและการรับรองคุณภาพมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกยโสธร ที่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร”
ผู้จัดการคนเดิมเผยต่อว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นำตัวแทนเกษตรกรทั้ง 33 ครอบครัวมุ่งหน้าสู่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อพูดคุยกับปราชญ์ชาวบ้านตัวจริงของมูลนิธิข้าวขวัญ ที่สามารถผลิตข้าวอินทรีย์จำหน่ายได้ในราคาตันละ 20,000 บาท ในพื้นที่ชลประทานของจังหวัด โดยมี อ.สุขสรรค์ กันตรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวของมูลนิธิข้าวขวัญ บอกเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า การคัดเลือกพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกเป็นปัจจัยเบื้องต้นสำหรับการสร้างความยั่งยืนผ่านสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ต้องพัฒนาให้ทนต่อโรค แมลง และสภาพภูมิประเทศแต่ละพื้นที่ จากนั้นมุ่งหน้าสู่กลุ่มวิสาหกิจข้าวอินทรีย์เพื่อสังคมบ้านโนนยาง อ.กุดชุม จ.ยโสธร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เข้มแข็งแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พ่อบุญส่ง มาตขาว ประธานกลุ่มวิสาหกิจข้าวอินทรีย์เพื่อสังคมบ้านโนนยาง อ.กุดชุม จ.ยโสธร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรวมกลุ่มปลูกข้าวอินทรีย์ โดยระบุว่าเดิมทีชุมชนบ้านโนนยางมีเพียง 2-3 ครอบครัวที่ทำนาอินทรีย์ โดยปีแรกให้ผลผลิตเพียง 200-250 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น แต่ทุกวันนี้ผลผลิตของกลุ่มเพิ่มสูงถึง 500 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งยังให้กำไรจากราคาขายที่สูงขึ้นและมีตลาดรองรับชัดเจนจากความมั่นใจในกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.กุดชุม 1,697 ครอบครัวมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งหมด 28,419 ไร่
ประชิด ชลารักษ์ หรือป้าจ้อย ชาวนาจากบางแตน ยิ้มอย่างมีความหวังหลังเรียนจนครบ 2 หลักสูตร เผยว่าในที่ดินของป้ามีการปรับบางส่วนปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่แบบไม่ใช้สารเคมี ปลูกไว้กินเอง เพราะป้ากินแล้วรู้สึกว่าร่างกายเราดีขึ้น เห็นราคาตลาดมันดีกว่าข้าวทั่วไปด้วย ก็อยากเพิ่มพื้นที่มาปลูกจริงจัง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อปลูกในนาเราแล้วจะได้ผลดีหรือเปล่าเพราะข้าวนี้ 120 วันเก็บเกี่ยว แต่ที่บางแตนปัญหามีทั้งเรื่องน้ำแล้ง ดินเปรี้ยว น้ำกร่อย และที่เริ่มหันมาสนใจเกษตรอินทรีย์เพราะคิดว่าน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยปลดหนี้จากการลดต้นทุนการผลิตลงได้
"คิดว่าเกษตรอินทรีย์น่าจะทำได้ เพราะเขาทำสำเร็จมาหลายที่แล้ว และพอป้าได้มาอบรมทั้ง 2 หลักสูตรกับกระทิงแดง ก็ยิ่งเห็นวิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบที่เราต้องรวมกลุ่มที่ชัดเจนขึ้น ตอนแรกยังมีแต่คำถามเกิดขึ้นในใจ แต่ตอนนี้ป้าคิดว่าภาพมันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว”
ขณะที่ เชาว์ เที่ยงแท้ หรือกำนันเชาว์ สะท้อนความคิดที่ออกแรงชวนลูกบ้านเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ส่วนตัวมีนาอยู่ 50 ไร่ ลูกบ้านมีปัญหาทำนาตลอด เรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม ดินเค็ม หนี้สินมากมาย อย่างปีไหนแล้งมากไม่มีน้ำทำนา เขาก็ไม่มีอาชีพเสริม แต่พอมาเห็นทั้งที่ข้าวขวัญสุพรรณบุรีและยโสธร กุ้งหอยปูปลาในนา มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ผักหญ้ามีให้เก็บรับประทานใช้เวลาว่างตั้งกลุ่มแปรรูป หารายได้เสริมจากกิจกรรมอื่นๆ
"ที่ผ่านมาเรามัวแต่รอพ่อค้าคนกลางมาตั้งราคารับซื้ออย่างเดียว เขาซื้อเท่าไหร่ก็ขายเท่านั้น บางทียังไม่ได้คิดค่าแรงตัวเองเลย สุขภาพก็แย่ลง ผมเลยคิดว่าเกษตรอินทรีย์นี่แหละจะช่วยผมและชุมชนของบ้านบางแตนได้” กำนันเชาว์กล่าวทิ้งท้าย
"เกษตรอินทรีย์ วิถียั่งยืน" นับเป็นอีกโครงการที่กลุ่มธุรกิจกระทิงแดงได้เดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์แก่คนในชุมชนบ้านแตน ทั้งในแง่ของสุขภาพ การสร้างอาชีพและรายได้ นำมาสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนนั่นเอง



