ไลฟ์สไตล์

การถอดรหัสธุรกิจสู่การสร้างบรรยากาศร้านค้าเพื่อความสำเร็จ

การถอดรหัสธุรกิจสู่การสร้างบรรยากาศร้านค้าเพื่อความสำเร็จ

03 ต.ค. 2558

การถอดรหัสธุรกิจสู่การสร้างบรรยากาศร้านค้าเพื่อความสำเร็จขั้นสูง : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง

 
 
          เศรษฐกิจซบเซาแค่ไหนก็ตามก็ไม่เท่า และรุนแรงเท่ากับหัวใจที่ซบเซาของเราเองครับ สำคัญที่สุดในเวลานี้คือกำลังใจ และแนวทางใหม่ๆที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ต้องใช้พลังแห่งปัญญา และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค
 
          ในรายการอยู่สบาย เคยกล่าวไว้ว่า “ ชีวิตเมื่อเจอโรคภัย หัวใจกำลังหยุดเต้น การกระตุ้นหัวใจคือหน้าที่ของหมอที่ทำให้ฟื้นคืนสติได้ สถานการณ์อันเลวร้ายก็ต้องกระตุ้นด้วยแรง และพลัง เช่นกัน” “เมื่อจมน้ำการผายปอดก็ช่วยให้รอด สภาวะเศรษฐกิจถดถอย การผายปอดก็เกิดขึ้นได้ในเศรษฐกิจ” ผายปอดในที่นี้คือความพยายามกระตุ้น ให้เดินหน้าต่อได้ ด้วยแรง กำลัง และความกระฉับกระเฉง การหยุดนิ่ง คือการปล่อยให้ตาย แปลว่ายิ่งตกยิ่งต้องออกแรง ยิ่งลงก็ยิ่งพยายามเชิดหัวขึ้นให้ได้
 
          สัญลักษณ์แห่งการกระตุ้นเศรษฐกิจในสังคมปัจจุบันคือความพยายาม ความขยัน การหาทางออกเชิงสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับองค์กร ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาอันเกิดจาก การเตรียมความพร้องเชิงวิชาการ การค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ ความพยายามหายุทธวิธีในการกระตุ้นและวางแผนธุรกิจให้ยั่งยืน
 
          การปรับเปลี่ยนบรรยากาศองค์กรก็เป็นเรื่องที่ควรต้องทำในสภาวะนิ่ง เสมือนกระแสน้ำและกระแสลมที่ต้องหมุนเวียน เปลี่ยนถ่าย ไม่ใช่นิ่งจนน้ำเน่า หรือลมอับ บางครั้งการปรับผังบ้าง ตกแต่งเปลี่ยนสีเปลี่ยนแสงเปลี่ยนมุมมองใหม่บ้างก็ส่งผลดีต่อการกระตุ้นยอดขาย เช่นการจัดดิสเพลย์หน้าร้านที่ควรทำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เปลี่ยนปรับตามเทรนด์และกระแส สร้างมุมมองที่น่าสนใจใหม่ๆ โดยเฉพาะร้านค้าประเภทเสื้อผ้าและแฟชั่น การจัดวางผังวางองค์ประกอบร้าน ก็ควรปรับเปลี่ยนบ้าง เพื่อรับกับกระแสใหม่ๆ การขยับเปลี่ยนสี ให้ดูไบรท์ โปร่ง สะอาด สว่าง หรือจับคู่สีใหม่ๆบ้าง โดยนำข้อเสียหรือข้อควรปรับปรุงมาแก้ไขอุดรอยรั่วธุรกิจ เช่น มุมอับที่ขายไม่ดี จุดบอดของแสง จุดอับทางมุมมอง ความบกพร่องในการให้บริการที่ผ่านมา ตลอดจนข้อมูลทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นพฤติกรรมลูกค้า ความนิยม ความต้องการที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น
 
          ข้อมูลอดีตเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ ด้วยการออกแบบเช่น การใช้สีใหม่ๆ คู่สีใหม่ๆ ที่มีคุณภาพที่ตอบสนองเทรนด์ การจัดวางใหม่ด้วยข้อมูลผู้บริโภค การเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กรให้ดูทันสมัยเพื่อตอบสนองแบรนด์ และภาพลักษณ์ใหม่ในกรณีธุรกิจที่ถึงวงจรห้วงเวลาที่เริ่มล้าสมัย การเปลี่ยนและขยับผังการนั่งของทีมงานก็สามารถกระตุ้นพลังความแอ็กทีฟได้เช่นกัน อยู่แบบเดิมๆ ไปนานๆ ก็อาจเจอกับสภาวะขี้เกียจได้ หรือแม้กระทั่งการปรับผัง การปรับการจัดวางของผู้บริหารให้เหมาะสมกับยุค และการเปลี่ยนแปลง เช่น การออกแบบผังให้ระดับหัวหน้านั่งปะปนในโซนของพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชาโดยในพื้นที่ ให้สามารถมอนิเตอร์ทุกคนได้แต่ก็ยังรักษาความเป็นส่วนตัวและกว้างขวางพอในการบริหาร ซึ่งสามารถสร้างความผูกพันและกันเองในการบริหารได้ ฉะนั้นในบางครั้งการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่นั่งอาจส่งเสริมการทำงานได้มากขึ้น การออกแบบในอนาคตจะต้องสามารถปรับเปลี่ยน ขยับผังให้เหมาะสมได้ง่ายไม่ติดตาย การออกแบบระบบถอดประกอบผนัง การใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเป็นส่วนใหญ่ น่าจะเหมาะสมที่สุดต่อจากนี้ครับ
 
          การใช้ทฤษฎีศิลปะมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ธุรกิจและลักษณะเฉพาะของธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญนะครับ อย่าปล่อยให้อาคารขาดบรรยากาศที่ดีไป อย่าละเลยการจัดวางผังที่เหมาะสม อย่าปล่อยให้ร้านค้าเป็นไปตามยถากรรม ช่วงขาลงเปลี่ยนแปลงให้เป็นขาขึ้น รับกับการเปลี่ยนแปลง รับกับสถานการณ์ อย่านิ่งเฉย อย่าตระหนกเกินเหตุ อย่าเป็นกระต่ายตื่นตูม แต่เป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำทุกอย่างให้คล่องตัวขึ้น น่าอยู่ขึ้น น่าจับจ่ายขึ้น น่าใช้งานขึ้น โดยเฉพาะจิตใจทัศนคติของเราที่ต้องอาศัยพลังใจและความเชื่อมั่นในสิ่งดีที่เรามี แค่นี้ความสำเร็จในทุกยุคก็ตามมาอย่างแน่นอนครับ
 
 
........................................
(หมายเหตุ การถอดรหัสธุรกิจสู่การสร้างบรรยากาศร้านค้าเพื่อความสำเร็จขั้นสูง : คอลัมน์ แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)