ไลฟ์สไตล์

สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'

สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'

03 ต.ค. 2558

เปิดโลกยนตรกรรม : สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา' : โดย...นันทิพงศ์ พุ่มนิมิตร

 
                      มิตซูบิชิ ได้ชวนสื่อร่วมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ เส้นทาง กรุงเทพ–เขาค้อ–กรุงเทพ เส้นทางการทดลองขับรวมทั้งหมด 772 กิโลเมตร มีทั้งถนนดำหรือ On-Road และทางขรุขระที่เรียกว่า Off-Road ถ้าว่ากันให้ถ่องแท้แล้วรถยนต์แบบปาเจโร สปอร์ต เราเรียกว่า เป็นรถเอสยูวีหรือรถตรวจการณ์ แต่ในทางกฎหมายที่เสียภาษีสรรพสามิต กรมสรรพสามิตจัดกลุ่มรถประเภทนี้ว่าเป็นพีพีวี หรือรถที่พัฒนาจากอนุกรมของกระบะที่ต้องมีหลักการสำคัญคือต้องพัฒนาจากแชชซีกระบะที่มีขายในประเทศดังนั้นอดีตที่ผ่านมารถแบบนี้หน้าตาเรือนร่างมันคือกระบะนำมาเสริมห้องโดยสารให้สะดวกสบายขึ้น ต่อมากฎหมายพัฒนามากขึ้น เพื่อรองรับประเด็นทางเทคนิค ที่เปลี่ยนไปเงื่อนไขเลยเอื้อให้รถสามารถพัฒนาสู่รถไฮเทคเต็มรูปแบบ ส่วนที่เถียงกันจะเป็นจะตายต่อว่าต่อขานกัน ว่าจะเรียกอะไรแน่รถแบบนี้ก็แล้วแต่คนเข้าใจ แต่ถ้าใช้ภาษาไทยเรียกว่ารถตรวจการณ์ก็ดีนะเข้าใจง่ายดี
 
 
สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'
 
 
                      มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ เปิดทำตลาดด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น GLS-LTD,GT และ GT-Premium ทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาดเดียวกัน คือ เครื่องยนต์คลีนดีเซล 4 สูบ 16 วาล์ว MIVEC 2.4 ลิตร (2,442 ซีซี) เทอร์โบ 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที
 
                      รุ่น GT แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ มีห้องโดยสารเหมือนกับรุ่น GT Premium พวงมาลัย แบบมัลติฟังก์ชันสามารถควบคุมเครื่องเสียงด้วยระบบสัมผัส เล่นได้ทั้ง DVD, CD, MP3, แฟรชไดรฟ์, SD Card และระบบนำทางในรถยนต์ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ A2DP (เฉพาะรุ่น GT-Prepium,GT)
 
                      มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ตรุ่นใหม่ เน้นในเรื่องสิ่งความบันเทิงพอสมควร มีการติดตั้งจอภาพ Wide Screen พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีที่สามารถเล่นแยกจากระบบเครื่องเสียงด้านหน้าเข้าไปในหูฟังได้เลย เช่นคนขับดูหนังอีกเรื่องหนึ่งอยู่ แต่คนข้างหลังอยากดูการ์ตูนอาจจะเป็นลูกๆ หรือเด็กๆ ที่โดยสารมาด้วย ก็จะมีหูฟังแยกเสียงให้ต่างหาก มิตซูบิชิให้หูฟังอินฟราเรดมา 2 ชุด สำหรับผู้โดยสารแถวสอง พร้อมรีโมทควบคุมเครื่องเล่น มีเฉพาะรุ่น GT และ GT-Premium ส่วนระบบ Push Start มีมาให้เหมือนกันทุกรุ่น
 
 
สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'
 
 
                      เทคโนโลยีที่ GT ขับเคลื่อน 2 ล้อไม่มีเหมือนที่ GT Premium ขับ 4 ล้อคือ ระบบที่เรียกว่าล้ำสุดในรถระดับเดียวกันคือ ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมช่วยชะลอความเร็ว ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งแบบรุนแรงและระบบกล้องมองรอบคัน กระจกมองหลังปรับลดแบบแสงสะท้อนอัตโนมัติในตัวที่พูดถึงนี้ตัว GLS-LTD ไม่มีเลย
 
                      สำหรับตัวแรกที่ได้ขับคือ ปาเจโร สปอร์ต GT 2WD เครื่องยนต์ ดีเซล เทอร์โบ 2.4 ลิตร 181 แรงม้า เกียร์ออโต้ 8 สปีด หรือตัวรองท็อปนั่นเอง ผมได้ลองขับรู้สึกเลยว่า ห้องโดยสารกว้างเก็บเสียงได้ดี จากนั้นลองไปนั่งทั้งเบาะผู้โดยสาร และเบาะแถว 2 ความรู้สึกเหมือนมาด้วยกันคนละคัน คือความรู้สึกตอนนั่งคู่หน้า นิ่มนวลมากรู้สึกสบาย แต่พอได้นั่งแถว 2 ความนิ่มนวล เริ่มออกฤทธิ์ตัวถังที่มีระยะโยกข้างๆ การยกตัวของรถเวลายกคันเร่ง ทำให้ด้านท้ายมียุบมียก ข้อดีของการเซตช่วงล่างแบบนี้คือรถจะมีความสามารถในการซับแรงสะเทือนจากถนนได้มากกว่าปกติแต่ผมรู้สึกถึงอาการเมาเหมือนกัน
 
                      ส่วนอื่นๆ ของปาเจโร สปอร์ต เช่น การเข้าเกียร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกสบาย และวงพวงมาลัยกระชับ การบังคับรถตอนเข้าโค้งรู้สึกว่าง่ายขึ้นมาก และด้วยเกียร์ที่มีถึง 8 เกียร์สปีด ทำให้รถขับได้สนุกมากเลยทีเดียว
 
 
สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'
 
 
                      สำหรับรถปาเจโร รุ่นนี้ ถ้าเราจอดติดไฟแดงด้วยเกียร์ D ระบบ INC ก็จะตัดกำลังส่งไปยังเพลาแบบเกียร์ว่าง ช่วยลดการสึกหรอ และประหยัดน้ำมันมากขึ้น และยังมีออปชั่น เบรกมือไฟฟ้า ทำให้ง่ายต่อการจอด
 
                      อีกหนึ่งบททดสอบที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเอสยูวี คือ ออฟโรด โดยใช้รุ่น GT Premium 4 WD ในการขับขี่ลุยทางขึ้นเขา และลงเขาโดยพื้นมีโคลน ผสมทำให้ลื่นเล็กน้อย บททดสอบที่ไม่ได้โหดหินอะไร
 
                      ด้วยระบบซัพพอร์ทของรถที่มันทันสมัย และมีพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วทำให้การขับขี่รู้สึกปลอดภัยและรู้สึกขับง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีต่างๆ เช่น กล้องรอบคันแบบมุมสูง ทำให้การมองเห็นทัศนียภาพต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย ระบบแบบนี้เคยมีใช้ในโตโยต้า พราโด้และแลนด์โรเวอร์ มาพักหนึ่งแล้ว
 
 
สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา'
 
 
                      อีก 1 จุดเด่นของปาเจโร สปอร์ต ตัวท็อปคือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่โด่งดังโดยเฉพาะระบบ All Wheel Control ที่รวมระบบ Full time กับ Part time เอาไว้ด้วยกัน หรือชื่อย่อๆ ในระบบคือ 4×4 LLC ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดาย ทั้งระบบการเซตติ้งค่าพื้นผิวถนนต่างๆ ก็สามารถทำได้ละเอียด ปลีกย่อยไปกว่ารถเอสยูวีอื่นๆ
 
                      ถ้าวัดกันแบบหมัดต่อหมัด ปาเจโร สปอร์ตตัวใหม่นี้เต็มไปด้วยสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าราคาสมเหตุสมผล ระบบไฮเทค ระบบความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริงและก้าวหน้ากว่ารถอื่นๆ การเลือกรถแบบหลายที่นั่ง สมบุกสมบัน งานหนักแถมหรูหราปลอดภัย ในชั่วโมงนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เลือกปาเจโร สปอร์ต
 
 
 
 
---------------------
 
(เปิดโลกยนตรกรรม : สัมผัสปาเจโรสปอร์ต 'ล้ำทุกองศา' : โดย...นันทิพงศ์ พุ่มนิมิตร)