ไลฟ์สไตล์

ศิลป์สะท้อน ‘คำพ่อสอน’

ศิลป์สะท้อน ‘คำพ่อสอน’

01 ต.ค. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์สะท้อน ‘คำพ่อสอน’

 
        โรงเรียนพระดาบส นับว่าเป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงต้องการพระราชทานโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาสในสังคม เพื่อให้มีชีวิตใหม่สดใสงดงามและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม ด้วยทรงเชื่อมั่นว่าถ้าเยาวชนมีความรู้มีอาชีพ โอกาสที่จะถูกชักจูงไปในทิศทางที่ผิดย่อมน้อยลง ด้วยเหตุนี้ “กลุ่มศิลปิน” จากแขนงต่างๆ จึงรวมตัวกันจัดกิจกรรมศิลปะเฉลิมพระเกียรติ “โครงการคำสอนพ่อ” ขึ้น ผ่านการรวบรวมผลงานภาพเขียนและประติมากรรมจำนวน 89 ชิ้น เพื่อประมูลและจำหน่ายหารายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมถวายเป็นพระราชกุศลสมทบทุนกองทุนนักเรียน โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ดร.อรสุดา เจริญรัถ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้, วิทิตนันท์ โรจนพานิช, วรัทยา วัฒนายุทธ, จารุต วงศ์คำจันทราในนามคณะกรรมการ จัดงานเปิดตัวโครงการพร้อมตั้งโต๊ะจัดกิจกรรมเสวนา “กว่าจะมาเป็นศิลปะคำพ่อสอน” โดยเชิญศิลปินเจ้าของผลงาน 9 ภาพสำหรับใช้ประมูล อาทิ ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง, อ.ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ, วรสันต์ สุภาพ, อ.สุไลมาน ยาโม และ เอกชัย วรรณแก้ว ร่วมพูดคุยที่บริเวณคริสตัล คอร์ท ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อวันก่อน
 
        ภายในงาน ดร.อรสา เจริญรัถ ผู้ช่วยเลขาธิการโครงการพระดาบส เผยถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานโรงเรียนพระดาบส จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนที่ขาดโอกาส แล้วอยู่นอกระบบการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้เป็นชีวิตใหม่เป็นโอกาสและเป็นความสุขของเยาวชนเหล่านี้ โครงการคำพ่อสอนเกิดขึ้นโดยวัตถุประสงค์สำคัญคือการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เยาวชนและประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายได้น้อมนำและนำการเรียนรู้มาสู่การประพฤติปฏิบัติจากคำพ่อสอนสู่การประพฤติที่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นในเรื่องของศิลปะเฉลิมพระเกียรติคำพ่อสอนนั้น เป็นการเรียนรู้ผ่านงานศิลปะซึ่งเป็นความงดงามของจิตใจ และเมื่อใดจิตใจได้เรียนรู้ถึงคำพ่อสอนแล้วเชื่อว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน
 
        ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ ทัศนศิลป์ปี 2552 เล่าถึงผลงานเขียนภาพ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ว่ามีแรงบันดาลใจมาจากปฐมบรมราชโองการที่ทรงตรัสไว้เมื่อตอนขึ้นครองราชย์ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ตัวเองก็เป็นหนึ่งในมหาชนชาวสยามที่ได้รับพระเมตตาดังจะเห็นได้ว่าทรงได้พระราชทานโครงการต่างๆ โดยภาพนี้เขียนขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ฉลอง 80 พรรษาและครองราชย์ 60 ปี ทำแล้วก็จัดแสดงมาหลายครั้งแต่ไม่ได้นำมาเพื่อจำหน่ายหรือการประมูล ครั้งนี้ถือว่าสำคัญที่นำออกมาเพื่อให้ประชาชนได้ประมูลนำเอาไปบูชา ส่วนเงินที่ได้ก็นำเอาโครงการพระดาบสซึ่งเป็นหนึ่งในพันกว่าโครงการ ส่วนโครงสร้างของภาพนี้ มีที่มาจากผ้าทอหนึ่งผืน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ส่วนแรกผ้าทอซึ่งประกอบด้วยเส้นยืนเส้นพุ่งตัดกันได้ช่องตาราง 29,200 ถามว่าทำไมต้องเป็นจำนวนนี้ก็เพราะเอาจำนวน 365X80 ช่อง แต่ละช่องนั้นเขียนใบโพธิ์สีทอง เพื่อใช้เป็นตัวแทนน้ำพระราชหฤทัยของในหลวง นอกจากนี้ตรงบริเวณด้านล่างของภาพเปรียบเหมือนชายผ้าทอก็ใช้เป็นตัวแทนดิน น้ำ ป่า สัตว์ ที่ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สุดท้าย พระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปราฏขึ้นโดยประโยคทศพิธราชธรรม 10 ข้อเรียงร้อยจนกลายเป็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจาก “คำสอนของพ่อ” ในข้อที่ว่า “วิริยะ” จึงเกิดเป็นภาพดังกล่าวขึ้น
 
        ด้านศิลปินผู้ลุ่มหลงในชีวิตชาวเรือและเป็นเจ้าของผลงานภาพ “ชีวิตสายน้ำ” วรสันต์ สุภาพ เล่าว่า ทุกวันนี้แทบหาภาพครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเรือเอี้ยมจุ๊นไม่ได้แล้ว จึงอยากจะนำเสนอภาพนี้ให้เหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่า แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ เป็นความรู้สึกอบอุ่นพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกัน ต่างจากบ้านใหญ่โต วิถีชีวิตชาวเรือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยที่หาดูที่ไหนในโลกไม่ได้ต้องที่นี่ที่เดียว เช่นเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยา วัดพระแก้ว สำหรับงานชิ้นนี้ตรงกับพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตแบบ “พอเพียง” สังเกตในงานจะมีการสอดแทรกในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อบอกว่าไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนยากดีมีจนหรือร่ำรวยก็ต้องมีปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงทุกบ้าน
 
        สำหรับศิลปินผู้ดับไฟใต้ด้วยปลายพู่กัน จากจังหวัดปัตตานีที่เข้าร่วมโครงการนี้ อ.สุไลมาน ยาโม กับภาพ “ยิ้มสู้” เผยถึงแรงบันดาลใจในการเขียนภาพหญิงชราชาวใต้กำลังเปิดประตูบ้านออกมาด้วยรอยยิ้มขณะที่ตรงฝาบ้านมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้อยู่หัว และมีโมบายเป็นนกพิราบห้อยที่ประตูบ้านโดยใช้เทคนิกสีน้ำมันว่า อยากสื่อให้ถึงคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสงบแต่เมาะ (ยาย) คนนี้ยังยิ้มสู้ กล้าที่จะเผชิญหน้าโดยมีนกเป็นตัวแทนสันติภาพ และมีในหลวงทรงทอดพระเนตรด้วยความห่วงใยลูกๆ ทุกคนในประเทศ แต่จะว่าไปแล้วถึงเราจะอยู่ตรงไหนของประเทศ ศาสนาใด เราก็มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน รูปที่มีทุกบ้านก็คือรูปในหลวง
 
        อีกหนึ่งศิลปินแม้ร่างกายพิการแต่มี่หัวใจรักในหลวงไม่น้อยกว่าใคร เอกชัย วรรณแก้ว เข้าร่วมกิจกรรมด้วยการขึ้นเวทีโชว์วาดภาพ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ประกอบบทเพลง “คำสอนของพ่อ”  ซึ่งขับร้องโดย อี๊ด วงฟลาย จากนั้นจึงเปิดให้ผู้ร่วมงานประมูลภาพและก็ได้สมทบเข้าโครงการไปเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท ทั้งนี้เจ้าตัวเผยว่า ก่อนหน้านี้ใช้เท้าวาดภาพ กระทั่งเมื่อตั้งใจจะฝึกวาดภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพยายามใช้หัวไหล่หนีบพู่กันและปากคาบพู่กันเขียนแทน แม้จะต้องลำบากมากแต่ก็ทำได้จนสำเร็จ สำหรับหลักที่ใช้ในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอดก็คือ “เป็นคนดีของพ่อ”
 
        ทั้งนี้ กิจกรรมศิลปะเฉลิมพระเกียรติ “โครงการคำสอนพ่อ” จำนวน 80 ภาพ จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์ศิลปะ ฮอฟ อาร์ต สุขุมวิท ส่วนอีก 9 ภาพจะจัดงานประมูลในวันที่ 26 ตุลาคม 2558 ที่ห้องนภาลัย บอลลูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ