ไลฟ์สไตล์

เปิดรับอาสาสมัคร424คนทดสอบวัคซีนหวัด2009

เปิดรับอาสาสมัคร424คนทดสอบวัคซีนหวัด2009

22 ก.ค. 2552

“หมอประเสริฐใหญ่” ชี้ หวัดใหญ่ตายเพิ่มเป็น 44 ราย อัตราตายยังต่ำ ขณะที่หวัดฤดูกาลเฉลี่ยตายวันละ 1 ราย ขณะที่ “หมอประเสริฐเล็ก” ยันวัคซีนทั้งเชื้อเป็น-เชื้อตาย ปลอดภัย เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย อุดรธานีสังเวยไข้หว

 ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ในการประชุมสื่อมวลชน “ไข้หวัดใหญ่ 2009 ความจริงที่ต้องรู้” ว่า การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย คาดว่าหลังจากนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า การแพร่ระบาดจะอยู่ในช่วงสูงสุด และจะมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และต่อจากนั้นอีก 2 เดือนจะลดลง แต่คนจะมีภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น ดังนั้นขณะนี้ไม่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะวางมาตรการขนาดไหน การระบาดของโรคก็จะดำเนินไปอย่างนี้ โดยในจำนวนผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งจะแสดงอาการ และอีกครึ่งหนึ่งจะไม่แสดงอาการ

 นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า การระบาดขณะนี้หากประชาชนรู้จักดูแลตนเองโรคก็จะลดลง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขหากควบคุมได้หรือมีวัคซีนมากใช้อย่างรวดเร็วก็จะตัดการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าประเทศใดก็ประสบปัญหาเหมือนกันหมด

 ส่วนที่พบผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 20 รายในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีผู้ป่วยเสียชิวิตจากปอดบวมด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 400 คนต่อปี เฉลี่ยตายวันละ 1 คน แต่ในส่วนโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการระบาดมา 3 เดือนแล้ว หากเปรียบเทียบก็น่าจะมีผู้เสียชีวิต 90 คน ดังนั้นจำนวน 44 คน ถือว่ายังเป็นอัตราการตายต่ำ

 ด้าน นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาคจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากที่ประเทศไทยได้สั่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะส่งมาถึงในปลายปีนี้นั้น ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย จากติดตามพบว่า ยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียงทางระบบประสาทอย่างที่มีตั้งข้อสังเกต ทั้งนี้แม้ว่าเป็นวัคซีนใหม่ แต่เชื่อว่าความปลอดภัยน่าจะเหมือนเดิม ส่วนในเรื่องประสิทธิภาพป้องกันนั้น เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ได้เท่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ป้องกันสายพันธุ์ตามฤดูกาล ดังนั้นอาจต้องฉีดมากกว่า 1 เข็มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงาน แต่หากเป็นการผลิตจากเชื้อเป็น ฉีดพ่นจมูกใช้เพียงแค่โดสเดียวน่าจะเพียงพอ

 ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงในเรื่องโรงผลิตวัคซีน หากเกิดปัญหารั่วไหลของตัวเชื้อนั้น นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ความปลอดภัยตัวโรงงานผลิตวัคซีนเชื้อเป็นนั้น คิดในแง่ที่เลวร้ายที่สุด หากมีอะไรรั่วไหลออกมา สิ่งที่รั่วออกมาเป็นเพียงเชื้อที่เลี้ยงอยู่และถูกทำให้ปลอดภัยแล้ว ไม่อันตราย เท่ากับว่าโรงงานนี้มีความปลอดภัยสูง ไม่สามารถทำอันตรายได้ สามารถฉีดได้ แต่หากมีค่าซีดีโฟร์ต่ำ การฉีดวัคซีนให้ก็ไม่เป็นผลในการป้องกันได้

 นพ.ประเสริฐ ยังได้กล่าวถึงความรุนแรงของตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วยว่า จากข้อมูลในสัตว์ทดลองเมื่อเปรียบเทียบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่กับเชื้อไข้หวัดตามฤดูกาลพบว่า เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่จะก่อโรคได้รุนแรงกว่าเล็กน้อย แต่หากเปรียบเทียบกับเชื้อไข้หวัดนกถือว่าความรุนแรงน้อยมาก

เปิดรับอาสาสมัคร424คนทดสอบวัคซีนหวัด2009

 นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน กล่าวถึงการเปิดรับอาสาสมัครเพื่อทดลองวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดพ่นทางจมูกที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรัสเซียว่า ในระยะที่ 1 จะมีการเปิดรับอาสาสมัครที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 24 คน จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ อายุระหว่าง 18-49 ปี เป็นคนแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคเอดส์ และไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคนี้มาก่อน คือ เมื่อเปิดรับสมัครจะต้องเจาะเลือดดูก่อนว่ามีภูมิต้านทานต่อโรคนี้หรือไม่ เพราะบางคนอาจจะเคยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 มาก่อน แต่อาจจะไม่มีอาการ ก็ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ถ้าเป็นหญิงต้องไม่ตั้งครรภ์ เพราะไม่รู้ว่าวัคซีนจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กหรือไม่

 นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ในอาสาสมัคร 24 คนจะให้มีการให้วัคซีนแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ให้วัคซีนในปริมาณที่ต่ำ และวัคซีนในปริมาณที่สูง เพื่อดูว่าการให้วัคซีนในปริมาณเท่าใดจะได้ผลมากกว่ากัน โดยใน 24 คนนี้จะได้รับวัคซีนชนิดพ่น 2 ครั้ง ๆ ที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 21 วัน ส่วนระยะที่ 2 จะทดลองในอาสมัครจำนวน 400 คน คือ อายุ 12-18 ปี 100 คน อายุ 18-49 ปี 200 คน และอายุ 50-59 ปี 100 คน การทดลองในกลุ่มนี้จะใช้สูตร 3 ต่อ 1 คือ ใน 100 คน 75 คนจะได้รับวัคซีนจริง ส่วนอีก 25 คนจะได้รับวัคซีนหลอก โดยช่วงที่มีการทดลองในอาสาสมัครกลุ่มนี้จะมีการนัดมาตรวจร่างกาย 5-6 ครั้ง สำหรับค่าตอบแทนอาสาสมัครนั้นการนัดมาแต่ละครั้งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 500 บาท แต่อาสาสมัครในกลุ่มแรกต้องมาพักค้างคืนประมาณ 1 สัปดาห์ของการทดสอบที่ศูนย์ทดสอบวัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะมีค่าตอบแทนให้ประมาณ 5,000บาท

 นพ.วิชัย ยอมรับว่า การโจมตีเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนอาจมีผลต่ออาสาสมัครที่จะสมัครเข้ามาร่วมโครงการ แต่ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีประสบการณ์สูง และเคยทดลองวัคซีนเอดส์มาแล้ว ดังนั้นคิดว่าเมื่อทำความเข้าใจกับอาสาสมัครแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยการเข้ามาร่วมโครงการจะใช้วิธีสมัครใจไม่บังคับ โดยการทดลองวัคซีนในครั้งนี้จะมีหลัก 3 ข้อ คือ ปลอดภัยหรือไม่ กระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่มากน้อยเพียงใด และวัคซีนที่ใช้กระตุ้นนั้นปริมาณสูงหรือต่ำดีกว่ากัน อย่างไรก็ตามกระบวนการทดลองวัคซีนในระยะที่ 1 และ 2 นั้นจะใช้เวลาอย่างละ 2 เดือน แต่ทั้ง 2 ระยะสามารถทำคาบเกี่ยวกันได้

 นพ.วิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการทดลองในคน ระยะที่ 1 ต้องรอผลการทดลองในสัตว์ก่อน หากพบว่ามีความปลอดภัยแล้วก็สามารถเริ่มกระบวนการได้ทันที โดยคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคน จะประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค. คาดว่าจะนำผลการทดลองในสัตว์เข้าที่ประชุมและเริ่มกระบวนการได้ทันทีโดยการเปิดรับอาสาสมัครหลังจากนั้น

เริ่มการทดสอบฉีดวัคซีนไข้หวัด2009ให้กับคนเป็นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย

บริษัท CSL ผู้ผลิตวัคซีนของออสเตรเลียได้เริ่มฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ 240 คนที่มีสุขภาพแข็งแรงดีอายุระหว่าง 18-64 ปีในเมืองอะดิเลดของออสเตรเลียในวันนี้ และจะทดสอบกับเด็กอีก 400 คนในวันที่ 4 สิงหาคม อาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งโดยฉีดห่างกันสามสัปดาห์และต้องตรวจเลือดทดสอบเพื่อดูว่าวัคซีนสามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิค้มกันได้หรือไม่

นายแอนดรูว์ คิวธ์เบิร์ตสัน  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ CSL กล่าวแสดงความมั่นใจว่า วัคซีนจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A H1N1 ที่ระบาดทั่วโลกในขณะนี้ได้ การทดลองรอบแรกจะใช้เวลาเกือบ 7 สัปดาห์จึงจะเสร็จเรียบร้อย แต่คาดว่าจะได้ผลการทดสอบเบื้องต้นเพื่อให้รัฐบาลได้นำไปพิจารณาวางแผนสำหรับการแจกจ่ายวัคซีนในเดือนตุลาคม

นางนิโคลา ร็อกซัน รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย บอกว่า ทันทีที่ได้รับการยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชน และเธอคาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจะพุ่งสูงขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ข่าวระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียได้สั่งวัคซีนจาก CSL จำนวน 21 ล้านโดซ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันประชาชนทั่วประเทศ หลังจากมีผู้ติดเชื้อแล้ว 14,703 คน ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 41 คน

การทดสอบวัคซีนครั้งนี้เป็นที่จับตาทั้งจากองค์การอนามัยโลก และบริษัทคู่แข่งยักษ์ใหญ่เพื่อดูว่าวัคซีนจำเป็นต้องใช้แอนติเจน  สารกระตุ้นภูมิคุ้มกันจำนวนเท่าใดจึงจะเพียงพอป้องกันการติดเชื้อได้ ส่วนบริษัทผลิตวัคซีนยักษ์ใหญ่ อย่าง โนวาร์ติส เอจี  คาดว่าจะเริ่มทดสอบกับคนในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่บริษัทซาโนฟี อะเวนติน เอสเอ จะเริ่มทดสอบในเดือนสิงหาคม และบริษัทแบกซ์เตอร์ อินเตอร์แนชันแนล จะผลิตวัคซีนได้ภายในเดือนสิงหาคม หลังจากนั้นจึงจะเริ่มทดสอบในคน ขณะที่องค์การอนามัยโลกแจ้งเมื่อวานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 700 คนแล้ว


อุดรธานีสังเวยไข้หวัด2009แล้วรายแรก

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 52 สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ จ.อุดรธานี ในขณะนี้มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นเพศชายอายุ 55 ปี ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีหลายวัน และได้เสียชีวิตลงเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

  นายสัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ป่วยถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลกุมภวาปี ในเบื้องต้นทราบว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่ด้วย คือโรคเก๊า และโรคสะเก็ดเงิน และรับระทานยารักษาโรคดังกล่าว จึงทำให้ภูมิต้านทานโรคต่ำ ซึ่งได้ส่งเชื้อตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิยาศาสตร์การแพทย์ จึงทราบว่าผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จริง โดยขณะนี้ตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าระวังที่บ้านของผู้เสียชีวิต ตรวจอาการญาติที่ใกล้ชิด เพื่อควบคุมโรคไม่ให้ระบาดออกไป

  สำหรับตัวเลขผู้ป่วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จนถึงขณะนี้ มียอดผู้ป่วยสะสม 247 คน รักษาหายแล้ว 99 คน อยู่ระหว่างดูแลรักษา 148 คน โดยแยกรักษาที่โรงพยาบาล 32 คน รักษาที่บ้าน 116 คน โดยในเขต อ.เมือง พบผู้ป่วยมากที่สุด