ไลฟ์สไตล์

'ลมพิษเรื้อรัง'...โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม

'ลมพิษเรื้อรัง'...โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม

28 ก.ย. 2558

“ลมพิษเรื้อรัง”...โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ

 
          ท่ามกลางสภาวะอากาศที่แปรปรวน ทั้งแดดออก อากาศร้อน ฝนตก อากาศเย็นอับชื้น อาจช่วยกระตุ้นก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือโรคลมพิษแบบเฉียบพลัน ที่เมื่อกล่าวขึ้นทุกคนจะรู้จักเป็นอย่างดี แต่เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักโรคลมพิษแบบเรื้อรัง ซึ่งมีลักษณะอาการที่คล้ายกับโรคลมพิษแบบเฉียบพลันที่ผู้ป่วยจะต้องทรมานกับอาการผื่นคันอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังมีผลต่อบุคลิกภาพและความสวยงามของผู้ป่วย รวมถึงกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวันอีกด้วย
 
          เนื่องในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เป็นวันโรคลมพิษโลก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้ทั่วโลกร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของโรคลมพิษ ที่ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่ก็มีผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย จึงอยากให้คนไทยหันมาให้ความสนใจกับโรคใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือคนใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
 
          โรคลมพิษเป็นโรคที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง ไม่มีขุย มีขนาดได้ตั้งแต่ 0.5 หรืออาจถึง 10 ซม. เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขนขา มีอาการคันแต่ละผื่นมักจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นนั้นก็จะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่ก็อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่นๆ ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีริมฝีปากบวม ตาบวม (Angioedema) โรคลมพิษแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่
 
          - โรคลมพิษชนิดเฉียบพลัน (acute urticaria) คืออาการผื่นลมพิษเป็นมาไม่เกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุส่วนใหญ่มักเป็นปฏิกิริยาต่อการติดเชื้อเช่น เป็นไข้หวัด บางรายเกิดจากยา อาหาร แมลงกัดต่อย เมื่อแก้ปัญหาที่สาเหตุแล้วอาการก็จะดีขึ้น อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายก็หาสาเหตุที่ชัดเจนไม่ได้ ผู้ป่วยโรคลมพิษชนิดเฉียบพลันรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการแสดงที่อวัยวะอื่นได้ เช่น อาการปวดท้อง แน่นจมูก คอ หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก หอบหืด หรืออาจเป็นลมจากความดันโลหิตต่ำ แต่จะพบได้น้อยโรดลมพิษชนิดเฉียบพลันมักจะหายภายใน 2-3 สัปดาห์ประมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยโรคลมพิษชนิดเฉียบพลัน ผื่นอาจขึ้นต่อเนื่องไปจนเป็นลมพิษเรื้อรัง
 
          - โรคลมพิษชนิดเรื้อรัง (chronic urticaria) ผู้ป่วยจะมีอาการผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันนานเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งมีทั้งชนิดที่ทราบสาเหตุกระตุ้นเช่น การติดเชื้อ ยา ระบบฮอร์โมน หรือเกิดจากปัจจัยทางกายภาพ และชนิดไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนซึ่งมักจะเป็นความแปรปรวนภายในร่างกายเอง
 
          ในต่างประเทศมีข้อมูลว่าโรคลมพิษชนิดเรื้อรังพบประมาณร้อยละ 0.5-1 ของประชากร ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่จากสถิติผู้ป่วยนอกแผนกผิวหนังโรงพยาบาลศิริราช พบผู้ป่วยโรคลมพิษประมาณร้อยละ 2-3 ของผู้ป่วยที่มารับการรักษาโรคผิวหนัง โรคลมพิษเรื้อรังสามารถพบได้ในทุกกลุ่มอายุ อุบัติการณ์สูงสุดในกลุ่มประชากรวัยทำงาน อายุระหว่าง 20-40 ปีอาจเป็นได้ว่าเนื่องจากกลุ่มวัยทำงานมักมีอาการเครียดสะสมและอาจละเลยต่อการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง จึงทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้มากขึ้น
 
          อย่างไรก็ตามโรคลมพิษเรื้อรังนั้นมีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งด้านบุคลิกภาพการทำงาน การเรียน การดำเนินชีวิตประจำวันความสัมพันธ์ทางเพศการนอนหลับและยังก่อให้เกิดความเครียดอีกด้วย เนื่องจากผื่นและอาการคันที่อาจเป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะในรายที่ไม่ทราบสาเหตุหรือสิ่งกระตุ้นที่ชัดเจน อาจมีภาวะความเครียดที่สูงขึ้นเพราะผู้ป่วยจะไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีอาการเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากปัจจัยกระตุ้นได้ ทั้งนี้ผู้ป่วยผื่นลมพิษสามารถปฏิบัติตัวเพื่อบรรเทาอาการได้ ดังนี้
 
          1.งดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดลมพิษตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
          2.นำยาต้านฮีสตามีนติดตัวไว้เสมอ เพื่อให้ใช้ได้ทันทีหากมีอาการ
          3.ทำจิตใจให้สบายไม่เครียด
          4.ไม่แกะเกาผิวหนัง เนื่องจากอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบจากการเกา
          5.รับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากยาทำให้เกิดอาการง่วงซึม จนรบกวนการทำงานหรือการขับขี่ยานพาหนะ ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาการให้การรักษาต่อไปตามความเหมาะสม
          6.อาจใช้ calamine lotion ทาบริเวณผื่นลมพิษเพื่อช่วยลดอาการคัน แต่ยานี้ไม่ได้ทำให้ผื่นหาย
 
          “สำหรับผู้ป่วยโรคลมพิษที่มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มโรคลมพิษเฉียบพลัน ที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ปวดท้อง มีอาการหน้าบวม ตาบวม ปากบวมอย่างมาก ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดอาการหอบหืดจนอันตรายถึงชีวิตได้แต่ในรายที่มีอาการชนิดเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาตามแนวทางการรักษาโรคลมพิษเรื้อรังต่อไป กรณีที่สามารถสืบค้นจนทราบสาเหตุและแก้ไขสาเหตุได้ เมื่อรับประทานยาต้านฮิสตามีนไปแล้วผื่นลมพิษมักหายได้เร็วเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เป็นโรคลมพิษชนิดเฉียบพลัน แต่หากหาสาเหตุไม่พบหรือเป็นสาเหตุที่แก้ไขไม่ได้โดยง่าย แพทย์จำเป็นต้องให้ยาตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไปเพื่อควบคุมอาการผื่นลมพิษให้ได้และเมื่อควบคุมอาการได้แล้วจึงค่อยๆ ลดยาลง
ศ.พญ.กนกวลัย กุลทนันทน์
หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
 
.......................................
(หมายเหตุ “ลมพิษเรื้อรัง”…โรคใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ)