ไลฟ์สไตล์

ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน

ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน

27 ก.ย. 2558

ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์

 
                      1 ตุลาคมของทุกปี ภูกระดึง จ.เลย จะเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากปิดตัวเพื่อฟื้นสภาพป่า ในระหว่างฤดูฝน หลายคนที่ชอบความท้าทาย อยากไปประลองฝีเท้าขึ้นภูกระดึง ก็ไม่วายได้คึกคักไปด้วย หลายคนเอ่ยอ้างว่า ภูกระดึง คือปฐมบทของคนแบกเป้เที่ยวป่า ประมาณว่า ฝึกขาที่ภูกระดึงเป็นระดับปฐม แล้วค่อยไปต่อระดับมัธยมในป่าอื่นๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่า ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะตอนสภาพสองข้างทางที่ขึ้นสู่ยอดภูกระดึง เส้นทางชัดเจน บางช่วงของทางชันก็มีการแปรสภาพเป็นบันไดให้เดินสะดวกขึ้นโดยเฉพาะช่วงแรก ก่อนถึงซำแฮก และช่วงสุดท้ายก่อนขึ้นหลังแป แถมระหว่างทางยังมีร้านค้าให้แวะพักเหนื่อย เติมพลัง ประมาณว่า ไปภูกระดึงต้องนึกถึงน้ำแข็งไสระหว่างทางกันทีเดียว
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      แต่ขณะเดียวกัน ภูกระดึงยังให้กลิ่นอายของการสัมผัสธรรมชาติได้ทุกช่วงเวลา ผสมไปกับร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ที่จัดไว้ให้แถวลานกางเต็นท์ ทำให้หลายชีวิตไม่ลำบากจนเกินไป ประมาณว่ากำตังค์ไป ยังไงก็ไม่อดตาย ส่วนใครอยากจะหุงหาอาหารเองก็ยังทำได้เพียงแต่งดก่อกองไฟ โดยรวมๆ แล้ว ที่นี่เป็นระดับฝึกหัดของการใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ อยู่กับผืนป่านั่นเอง
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      ไม่เพียงแค่ปฐมบทของคนเดินป่า มีไม่น้อยที่ใฝ่ฝันว่า อยากไปเดินขึ้นสักครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยเรื่องราวที่เคยเล่าขานกันมาว่าเป็นเส้นทางพิสูจน์รักแท้ หรือบางคนกลับมาก็ยังถวิลหาความสวยงามและโรแมนติกบนภูกระดึง จนกลับไปเยือนได้เรื่อยๆ
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      ขึ้นภูกระดึง เดินยากจริงหรือ ... ถามฉันก็ต้องบอกว่า “ไม่ยาก แต่ไม่ง่าย” เพราะระยะทางบนภูกระดึงจากจุดชมวิวหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง มีหน่วยเป็นกิโลเมตร หรือระดับพันเมตรขึ้นไปนะ (ฮา)
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ขี้เกียจนับ แต่เรียกว่าพอมีโอกาสไปทำความรู้จักภูกระดึง ก็นึกถึงอยู่ร่ำไป แล้วพอนึกไม่ออกว่าจะสูดธรรมชาติที่ไหน ภูกระดึงก็มักเข้ามาอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของการเดินทางลำพัง
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      การขึ้นยอดภูกระดึงต้องจองไปก่อน เพราะเดี๋ยวนี้เขาจำกัดจำนวนคน ไม่เกิน 5,000 คนต่อวัน ส่วนที่พัก ก็ยิ่งต้องจองล่วงหน้า แต่ถ้าจะนอนเต็นท์ก็หายห่วง เพราะมีลานกางเต็นท์กว้างขวาง รวมถึงมีเครื่องนอนและเต็นท์ให้เช่า ณ ที่ทำการด้านบนภูกระดึง (หน่วยวังกวาง) ด้วย จากกรุงเทพฯ ขับรถไปถึงที่ทำการด่านศรีฐานได้เลย หรือใครจะนั่ง บขส. ก็ไปลงที่ผานกเค้า แล้วต่อสองแถว (ข้างร้านเจ้กิม) เข้าไปถึงที่ทำการก็ได้
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      หลังจากติดต่อลงชื่อ จ่ายค่าธรรมเนียม กับเจ้าหน้าที่เรียบร้อย ใครจะให้ลูกหาบแบกของให้ก็ให้นำสัมภาระไปติดต่อชั่งน้ำหนัก ค่าลูกหาบกก.ละ 30 บาท คนหนึ่งแบกกันทีไม่ต่ำกว่า 30-40 โล แถมบางคนแรงดี ขึ้นแต่เช้า ก็อาจจะได้วันละ 2 เที่ยวเชียว ฝากสัมภาระเสร็จ ก็ได้เวลาขาขึ้น ( ใครไปเกินบ่ายสองโมง ก็อาจจะอดขึ้น เพื่อความปลอดภัยเพราะอาจจะจ๊ะเอ๋กับพี่ใหญ่ระหว่างทางก่อนขึ้นหลังแปได้) ไต่ระดับความชัน ต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วงแรกไปถึงซำแฮก นี่วัดใจกันทีเดียว เพราะถือได้ว่าเป็นช่วงที่ทางชันสุดๆ แล้ว
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      ระยะจากด่านศรีฐานถึงหลังแป 5.5 กม. บางคนอาจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง บางคนอาจจะเดินกันจนเย็นก็มี ระหว่างทางมีร้านขายของ โดยเฉพาะน้ำแข็งไสนี่ เรียกแรง คลายร้อนได้ดีนัก ถึงหลังแปแล้ว เป็นต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายพิชิตภูกระดึง ก็ขึ้นมาถึงระดับ 1,288 เมตรแล้วนี่นา แต่ยังค่ะยังไม่ถึงที่พัก ต้องเดินทางราบต่ออีก 3.7 กม. ไปให้ถึงหน่วยวังกวาง สภาพด้านบนของภูกระดึงเป็นที่ราบรูปหัวใจ แต่ทำเอาขาล้าได้เหมือนกัน ถึงที่ทำการก็จับจองทำเลที่กางเต็นท์ ถ้าศาลาว่างก็มักจะยึดศาลาเพราะอย่างน้อยตอนฝนตก น้ำก็ไม่ซึมขึ้นจากพื้น หรือไม่ก็อย่าไปอยู่ใกล้ชายป่า เพราะตกค่ำอาจจะต้องผวากับหมูป่า หมาป่า ที่ออกมาโชว์ตัว แล้วยังมีพี่ใหญ่ก็อาจจะเข้ามาทักทายได้
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      ได้ที่ทางแล้ว ที่เหลือก็คือรอสัมภาระ ถ้าลูกหาบมาเร็วก็สบายไป จ่ายตังค์รับของ มีเวลาเหลือๆ ไปเดินเที่ยวเล่น วันแรกแว่บไปเดินดูอาทิตย์ตกที่ ผาหมากดูก ระยะ 2.2 กม. ก่อนจะเดินฉายไฟกลับที่พัก หลังอาทิตย์ลับขอบฟ้า ส่วนตอนเช้าใครจะอยากไปดูอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ก็ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ เพราะต้องออกเดินทางกันแต่เช้ามืด ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ เดินกัน 2 กม.เชียว แถมเส้นทางนี้ มักมีพี่ใหญ่(ช้างป่า)ออกมาตรวจตรา จนเคยเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาแล้ว หรือถ้าไม่เน้นต้องดูอาทิตย์ขึ้น เช้าๆ ค่อยเดินมาเที่ยว ยิ่งช่วงปลายฝนแบบนี้ ก็มีโอกาสเจอทะเลหมอกสวยๆ (แต่สายแล้วหมอกอาจจะฟุ้งๆ) แล้วค่อยเดินเล่นลานพระ ก่อนกลับมากินข้าวเช้าที่แคมป์  
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      ช่วงปลายฝนแบบนี้ ฉันเลือกที่จะเดินเที่ยวตามเส้นทางน้ำตก เพราะสายน้ำจะดูอลังการ เส้นทางเริ่มจากหลังแคมป์นี่เอง เข้าสู่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกกำลังงาม จังหวะที่ไปนักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก เลยมีช่องว่างถ่ายน้ำตกได้สบายๆ ไม่เต็มไปด้วยผู้คน ถัดจากวังกวางเดินต่อไป น้ำตกเพ็ญพบใหม่ อีกกิโลกว่าๆ เส้นทางชัดเจนแต่เดินขึ้น-ลงเนิน เลาะไปตามสันเขาเรื่อย จนเจอกับด้านบนของน้ำตก เลยได้เก็บภาพทั้งด้านบนและด้านล่างสบายๆ ก่อนจะเดินตามทางไปเรื่อยๆ จนถึง น้ำตกโผนพบ น้ำตกนี่ดูจะเป็นน้ำตกใหญ่ แถมมีหลายชั้นลงไปถึงด้านล่าง ซึ่งตามเทรลเดินจะพาลงไปด้านล่างของน้ำตก ให้หามุมสวยๆ ถ่ายรูปกันได้ ออกจากตรงนี้ เดินไปอีกสักพัก ก็จะเจอกับลานหินกว้างๆ บึงน้ำสวยสงบ บางช่วงน้ำน้อย เดินเล่นบนลานหินสบาย จนบางคนเลือกนั่งแช่ขากินข้าวเที่ยงที่เตรียมมากันที่นี่ ส่วนด้านล่างลงไปเป็น น้ำตกเพ็ญพบ  สายน้ำแผ่กว้างเต็มลานหิน      เลยจากตรงนี้ไป เดินตามเทรลไปอีกกิโลกว่าๆ ก่อนจะออกชายป่า เส้นทางเหมือนเป็นวงกว้าง ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว ต้องต่อให้ครบรอบ เพราะยังไงหันหลังกลับก็ไกลกว่าแน่ๆ ไม่นาน น้ำตกถ้ำใหญ่ ก็ปรากฏในสายตา เก็บรูปกันจนพอใจถึงได้กลับ ออกมาเห็นป้ายบอกทางไปสระอโนดาตอีก 2 กม.กว่าๆ กับ ผาหล่มสัก อีกกว่า 9 กม. ดูแค่ป้ายนะ แต่ขาก้าวไปตามทางกลับที่พักซะงั้น แค่ กม.กว่าๆ ผ่านลานพระศรีนครินทร์ ตัดเข้าลานกางเต็นท์ ได้ใช้เวลาสบายๆ ตอนเย็นพักผ่อนเสียหน่อย
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      อ้อ...ถ้าใครอยากดูเมเปิ้ลแดงๆ ก็คงต้องไปช่วงปลายปี ในเส้นทางน้ำตกถ้ำใหญ่ บางช่วงที่เลียบข้างลำห้วยเล็กๆ มีต้นเมเปิ้ลอยู่เป็นระยะๆ ช่วงเที่เมเปิ้ลแดง จะร่วงหล่นเกลื่อนพื้นป่าและก้อนหินที่มีมอสปกคลุม ยิ่งทำให้ดูชุ่มฉ่ำสวยงาม วันรุ่งขึ้น มีเวลาเหลือๆ ค่อยไปเดินเล่นผ่านดงสน เลาะหน้าผา ตั้งต้นจากลานพระศรีนครินทร์ ไปสระอโนดาต แล้วตัดออกไปริมผา แถวๆ ผาเหยียบเมฆ แล้วค่อยเดินเลาะหน้าผาเรื่อยไปจนถึง ผาหล่มสัก ก็ได้ ขากลับค่อยเดินนับดาวกลับที่พัก (ระยะทางเลาะผา 13 กม.) แล้วอย่าได้คิดหาทางลัด เพราะหมายถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ความหลากหลายของผืนป่าที่ปรากฏ หลังฝนที่จางไป อดแวบนึกถึงข่าวคราวการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงไม่ได้
 
 
ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน
 
 
                      บางครั้งเสน่ห์ของธรรมชาติ ก็อยู่ที่การสร้างเกราะปกป้องตัว สกรีนคนที่จะเข้าถึง ไม่ได้เผื่อแผ่ให้กับทุกคนจนไม่อาจควบคุม ... ภูกระดึงก็เช่นกัน!!
 
 
 
 
---------------------
 
ติดต่ออุทยานแห่งชาติภูกระดึง ขออนุญาตท่องเที่ยวและพักแรมบนภูกระดึง 0-4281-0833 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และ 0-4287-1458 (ระหว่างเวลา 07.00-16.30 น.)
 
จองบ้านพัก 0-4281-0834
 
---------------------
 
(ชวนเที่ยว : เมื่อ 'ภูกระดึง' ผลิบาน : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)