
มีสิทธิทำไมต้องจ่ายเงินเอง
22 ก.ย. 2558
เปิดซองส่องไทย : มีสิทธิทำไมต้องจ่ายเงินเอง
ดิฉันมีเรื่องจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ใช้สิทธิประกันสังคม และร้องเรียนผ่านคอลัมน์ลุงแจ่มค่ะ
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดิฉันพาพี่สาวไปรักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี ตามใบนัดของแพทย์เพื่อเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกที่รังไข่ เดิมพี่สาวมีสิทธิประกันสังคมที่ รพ.วิภารามปากเกร็ด แต่หลังจากโรงพยาบาลตรวจพบว่าเป็นเนื้องอก จึงส่งต่อมาที่ รพ.รามาฯ เมื่อต้นเดือนสิงหาคม พี่สาวได้มาพบแพทย์ที่ รพ.รามาฯ แล้วครั้งหนึ่งและแพทย์นัดให้เข้าผ่าตัดในวันดังกล่าว โดย รพ.วิภารามฯ ได้ทำหนังสือส่งตัว รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลกรณี “ผู้ป่วยใน” ทั้งหมด ตั้งแต่ 25 สิงหาคม ถึงวันออกจากโรงพยาบาล
ใบนัดระบุเวลา 08.30 น. แต่พยาบาลแจ้งให้มา 7 โมงครึ่ง เมื่อไปที่แผนกรับผู้ป่วยใน (ชั้น 2 อาคาร 1) หลังจากพยาบาลตรวจเอกสารเสร็จ ได้แจ้งให้ไปที่การเงินเพื่อจ่ายค่าตรวจเลือดและเอกซเรย์ ดิฉันจึงแจ้งว่าผู้ป่วยมีสิทธิประกันสังคมแบบส่งต่อ และถามว่าต้องจ่ายเงินเองหรือ และพยายามยื่นเอกสารให้ดู พยาบาลตัดบทว่า “ไม่ทราบ ถ้าคุณมีสิทธิก็ไม่ต้องจ่าย ถ้าเขาให้คุณจ่ายแสดงว่าคุณไม่มีสิทธิ” และก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
เราไปที่การเงินเพื่อเช็กว่าต้องจ่ายเงินเองหรือไม่ เจ้าหน้าที่เช็กแล้วบอกว่าต้องจ่ายเอง ดิฉันพยายามติดต่อประกันสังคมรพ.วิภารามฯ แต่ติดต่อไม่ได้ ตอนหลังมีเจ้าหน้าที่ รพ.รามาฯ คนหนึ่งแนะนำว่า “น้องกลับไปที่ห้องแอดมิดนะ บอกเขาให้เอาชื่อใส่เป็นผู้ป่วยในก่อน แล้วค่อยไปเจาะเลือด” ดิฉันจึงกลับไปห้องรับผู้ป่วยในอีกครั้ง เข้าไปหาพยาบาลคนเดิมและสอบถาม เธอตอบทันทีว่า “ไม่ได้ ยังไม่ได้เตียงจะเอาเข้าเป็นผู้ป่วยในได้อย่างไร กว่าจะได้เตียงก็บ่าย” แล้วเธอก็ไม่สนใจที่จะคุยกับดิฉันต่อไป ในที่สุดเราตัดสินใจจ่ายเงินค่าเจาะเลือดและเอกซเรย์เอง (รวม 670 บาท)
เวลา 09.17 น. เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าได้เตียงแล้ว (ไม่ใช่ “บ่าย” อย่างที่พยาบาลบอก) ให้มาทำเรื่องนอนโรงพยาบาล
ดิฉันเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในห้องเดิม ซึ่งนั่งห่างอยู่จากพยาบาลคนแรกที่ดิฉันไปติดต่อไม่เกิน 5 เมตร มีโต๊ะทำงานคั่นอยู่ 2-3 โต๊ะ (ช่วงแรกเจ้าหน้าที่คนนี้ไม่อยู่) เจ้าหน้าที่ถามว่าผู้ป่วยใช้สิทธิอะไร ดิฉันจึงแจ้งไปพร้อมส่งเอกสารให้ และถามว่าทำไมเราต้องจ่ายค่าเจาะเลือดค่าเอกซเรย์เอง เจ้าหน้าที่ดูเอกสารแล้วบอกว่าเป็นรายการ “ผู้ป่วยนอก” ดิฉันแย้งว่าควรอยู่ค่าในแพ็กเกจการมาผ่าตัดหรือไม่ เจ้าหน้าที่พูดคำเดิมว่าเป็นรายการผู้ป่วยนอก
ตอนหลังติดต่อเจ้าหน้าที่ประกันสังคม รพ.วิภารามฯ ได้ เจ้าหน้าที่งงว่าทำไมต้องให้ไปเจาะเลือดก่อน และบอกทุกอย่างควรรวมอยู่ในค่าใช้จ่าย “ผู้ป่วยใน” ซึ่ง รพ.วิภารามฯ ยินดีรับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว และบอกว่าเคยทำเรื่องส่งตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอื่นแบบนี้ แต่ไม่เคยมีปัญหา หากทาง รพ.รามาฯ จะแยกรายการเจาะเลือดมาเป็นรายการผู้ป่วยนอก ควรติดต่อไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัด หากเป็นแบบนั้นทางโรงพยาบาลก็ยินดีแก้เอกสารให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนผู้ป่วยนอกด้วย ไม่ใช่ให้ผู้ป่วยจ่ายเงินเอง และแนะนำให้ดิฉันร้องเรียนต่อประกันสังคม
ตอนหลังดิฉันตัดสินใจโทรไปแจ้งที่สายด่วนประกันสังคม แต่มีความยุ่งยากมาก ต้องเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังไป 3 รอบ 3 คน และข้อมูลก็คลาดเคลื่อน จึงขอร้องเรียนมาที่ลุงแจ่มค่ะ
ดิฉันมีคำถามถึงสำนักงานประกันสังคม และ รพ.รามาฯ ดังนี้
1.ในกรณีนี้ ผู้ป่วยควรต้องเสียค่าตรวจเลือดและเอกซเรย์เองหรือไม่
2.หากผู้ป่วยเจอกรณีแบบนี้ควรทำอย่างไร
3.เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ รพ.รามาฯ และสำนักงานประกันสังคมจะจัดการอย่างไร
หวังว่าคอลัมน์ของ “ลุงแจ่ม” จะช่วยให้ความกระจ่างได้
สมฤทัย
ตอบ
พ.ต.ต.หญิง รมยง สุรกิจบรรหาร รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า เป็นข้อๆ ดังนี้
1.จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า โรงพยาบาลวิภาราม ปากเกร็ด ได้ทำหนังสือส่งตัวผู้ประกันตนไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2558 จนถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล แต่เนื่องจากผู้ประกันตนไม่ได้ยื่นหนังสือส่งตัวแสดงการใช้สิทธิประกันสังคมต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดีที่จุดรับลงทะเบียนผู้ป่วย ทำให้มีการเรียกเก็บค่าตรวจเลือดและเอกซเรย์ จำนวน 670 บาท
2.สำนักงานประกันสังคมได้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับโรงพยาบาลวิภาราม ปากเกร็ด ซึ่งโรงพยาบาลได้แจ้งผู้ประกันตนให้มารับเงินจำนวนดังกล่าวคืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



