ไลฟ์สไตล์

ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'

ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'

20 ก.ย. 2558

ท่องโลกเกษตร : พิสูจน์วิถีชีวิตเกษตกรที่หนองใหญ่ ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง' : โดย...ดลมนัส กาเจ

 
                     เสียงดนตรีบรรเลงเพลงพื้นเมือง “ส่วย” ทำนองคล้ายเพลงเขมรแว่วมาแต่ไกล ขณะที่เรากำลังมุ่งหน้าไปยังศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริบ้านอะลาง ต.หนองใหญ่ นำโดย วิทยา ประจันตะเสน เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) เพื่อชมความสำเร็จของกลุ่มโครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ต.หนองใหญ่ อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ ที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำไปปฏิบัติจริง เวลาผ่านไปเพียงครึ่งขวบปี แต่ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จอย่างงดงามและเป็นรูปธรรม สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวเห็นได้อย่างชัดเจน
 
 
ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'
 
 
                     กลุ่มโครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ต.หนองใหญ่ เกิดขึ้นหลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและแกนนำเกษตรกรในภาคอีสานที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 เน้นเนื้อหาสาระคือการรวมตัวของสมาชิกกลุ่มประเทศในอาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปลายปี 2558 โดย สนช.ให้โจทย์ว่าแต่ละพื้นที่ควรจะพัฒนาภาคการเกษตรอย่างไรเพื่อสู่ความยั่งยืน ทำให้แกนนำเกษตรกร ต.หนองใหญ่ นำโจทย์กลับหารือเพื่อสนองนโยบาย สนช.ที่จะนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
 
                     เบื้องต้นมีความเห็นว่าควรนำวัฒนธรรมนำการเกษตรด้วยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทบทวน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่มีการเปลี่ยนวิถีชีวิตมาทำเกษตรในรูปแบบใหม่ที่อิงเกษตรอุตสาหกรรม เน้นการใช้สารเคมีและพืชเชิงเดี่ยว ทั้งที่บรรพบุรุษจะใช้ปุ๋ยตามมีตามเกิดในท้องถิ่น มีการทำนา เลี้ยงโค กระบือ ที่มีลักษณะคล้ายกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงนำมาประยุคใหม่ และหันมาทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมมีการตั้งกลุ่มขึ้นมา โดยมี บุญโจม บุญมาก เป็นหัวหน้าส่วนขับเคลื่อนและการมีส่วนร่วม
 
 
ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'
 
 
                     จากนั้นมีการประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปแนวทางการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการเกษตรสู่ความยั่งยืน ระหว่างสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ กับเทศบาลตำบลหนองใหญ่ ได้ข้อสรุปคือ การร่วมกันจัดทำแนวทางการเกษตรสู่ความยั่งยืนโดยกระบวนการกำหนดแนวเขตการเพาะปลูกระดับตำบล โครงการนำร่องตำบลตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ตำบลหนองใหญ่ การดำเนินโครงการ วิถีวัฒธรรม วิถีเกษตรกรรม นำการปฏิรูป การรับฟังความคิดเห็นและร่าง “ข้อเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ” การเสวนา การจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ฝ่าวิกฤติภัยแล้ง ด้วยพลังชุมชน และการประชุมชี้แจงกระบวนการจัดทำข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกร ในการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ
 
                     หลังจากได้ข้อสรุปแล้วจึงมีการบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู การสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2558 ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ กับเทศบาลตำบลหนองใหญ่ขึ้นมา เพื่อดำเนินโครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ต.หนองใหญ่ เป็นแห่งแรกของ จ.ศรีสะเกษ มีเครือข่าย 4 ตำบล เน้นการเกษตรที่เป็นเนื้อหาสาระหลัก 2 รูปแบบ คือในพื้นที่ที่เหมาะในการปลูกข้าวให้เป็นพื้นที่ทำนาและพื้นที่ไม่เหมาะสมให้เป็นพื้นที่การปศุสัตว์ ปัจจุบันมีการเลี้ยงโค กระบือในพื้นที่ ต.หนองใหญ่กว่า 5,000 ตัว รวมถึงอาชีพอย่างอื่น อาทิ เลี้ยงเป็ด ไก่พันธุ์พื้นเมือง การเพาะเห็ด เลี้ยงปลา เป็นต้น ต่อมามีการขยายเพิ่มเป็น 8 ตำบล ล่าสุดเพิ่มเป็น 22 ตำบลใน 22 อำเภอของ จ.ศรีสะเกษแล้ว
 
 
ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'
 
 
                     “หลังจากที่เราดำเนินการมาพบตัวเลขชัดเจนครับ เดิมชาวบ้านค่อนข้างยากจน มีรายได้เฉลี่ยคนละราว 2.5 หมื่นบาทต่อปี แต่ปัจจุบัน 7.79 หมื่นบาทต่อปี โดยมีรายได้เพิ่มจากลดการใช้สารเคมี ลดค่าปุ๋ยเคมีหันมาใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำเอง ส่วนรายได้เพิ่มที่ชัดเจนมาจากโค กระบือ ทุกวันนี้ราคาแพงมากตัวผู้ราคาตัวละ 4-5 หมื่นบาท รายได้จากพืชสวนครัว จากกลุ่มอาชีพต่างต่างๆ ผ้าทอ ไม้กวาด เพาะเห็ด เลี้ยงเป็ดไก่ เป็นต้น” เอกอมร มะโนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองใหญ่ กล่าวระหว่างบรรยายสรุปหลังจากที่คณะของเราไปถึง
 
                     ด้าน หมุน แซ่จึง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ บอกว่า โครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียงใน จ.ศรีสะเกษ ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรเป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ดำเนินโครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียงที่ ต.หนองใหญ่ เวลาผ่านไปไม่นานปัจจุบันโครงการนี้เดิมนำร่องเพียง 4 ตำบล แต่ปัจจุบันมีทุกอำเภอของ จ.ศรีสะเกษ 22 อำเภอ เนื่องจากโครงการนี้ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพของครอบครัวเกษตรกรอยู่ดีกินดีตามมาด้วย
 
                     “ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนให้สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ เป็นกลไกของเกษตรกรในการที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตร การน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของจังหวัดให้สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน และสามารถแข่งขันในเวทีระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลกได้” หมุน กล่าว
 
 
ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง'
 
 
                     ขณะที่ สุพิศ บันพันธ์ เกษตรกร วัย 47 ปี จาก ต.หนองใหญ่ ที่ร่วมโครงการบอกว่า มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง 4 ไร่ ของภรรยา 30 ไร่ แรกที่ทำนาใช้โค กระบือไถนา ตอนหลังมาจ้างรถไถนา ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ถ้ารวมกับค่าปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชด้วย ที่นา 1 ไร่ ต้องลงทุนไร่ละ 4,000 บาท ขณะที่ผลผลิตข้าวหอมมะลิ 105 และกข 15 ให้ผลผลิตไร่ละ 480 กก.แทบจะไม่มีกำไร แต่หลังจากร่วมโครงการนี้แล้วหันมาใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ทำให้ต้นทุนลดลงถึง 50% รายได้เพิ่มขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
 
                     “ตอนนี้วัวควายแพงมาก ถ้าเลี้ยงควาย 4 แม่ใช้ผสมเทียม ออกลูกทุกปี ขายได้ปีละเกือบ 2 แสนบาท เกษตรกรอยู่ได้แล้ว อย่างผมมีวัวตัวเมีย 3 ตัว ควายอีก 2 ตัวรายได้ปีหนึ่งเป็นแสนครับ” สุพิศ กล่าว
 
                     ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเพียงบางส่วนจากที่เราได้สัมผัสมาในเวลาอันสั้น แต่จากการสอบถามชาวบ้านแล้วต่างตอบเสียงเดียวกันว่า จากการที่รวมกลุ่มเข้าโครงการนำร่องตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ต.หนองใหญ่ ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นและวิถีชีวิตดีขึ้นตามมาด้วย
 
 
 
 
----------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : พิสูจน์วิถีชีวิตเกษตกรที่หนองใหญ่ ทำได้จริง 'ตามพ่ออย่างพอเพียง' : โดย...ดลมนัส กาเจ)