
รสฟิวชั่นเคียงชาไทย สไตล์อังกฤษ
20 ก.ย. 2558
ชวนชิม : รสฟิวชั่นเคียงชาไทย สไตล์อังกฤษ
ต้องบอกว่าร้านที่จะพาไปชิมวันนี้ ตอบโจทย์ผู้มีรสนิยมแบบผู้ดีอังกฤษแต่ใช่ว่าเท้าจะไม่ติดดิน ด้วยแม้จะวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นแบบนั้น ทว่าก็สามารถเข้าถึงและจ่ายได้ในราคาสบายกระเป๋า เรากำลังพูดถึง “โนว่า ทีรูม” ร้านชาโมเดิร์นสไตล์ลอนดอนเนอร์ฝีมือคนไทยแท้ๆ แห่งแรกที่มีที่มาจากการเก็บเกี่ยวทุกความอร่อยจากกรุงลอนดอนสู่กรุงเทพมหานคร เพราะตัวเจ้าของ “โจ” โชติวิทย์ เตชะอุบล หนุ่มนักเรียนเก่าอังกฤษ ติดใจการกินอยู่อีกทั้งวัฒนธรรมแบบชาวเมืองผู้ดีเลยอยากนำมาถ่ายทอดโดยลดทอนพิธีรีตรองลงเหลือไว้เพียงความเรียบง่ายสบายๆ ทว่าเปี่ยมด้วยรสนิยม โนว่า ทีรูม จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นโดยวางคอนเซ็ปต์ไว้ว่าทุกอย่างต้องคัดสรรมาแล้ว เริ่มจากบรรยากาศเพียงย่างกรายเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความทันสมัยโปร่งตา ผนังหินอ่อนและกระจกใสบานใหญ่ถูกแต่งแต้มไปแทบจะทุกพื้นที่ใช้สอย เรียบหรูด้วยเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่แต่ยังคงกลิ่นความคลาสสิกไว้ จะมื้อเที่ยงรีบกินรีบกลับไปเคลียร์งานต่อหรือมีเวลาเหลือเฟือเลือกมุมเหมาะๆ นั่งชิลจิบชาพร้อมของว่างยามบ่ายก็เพลินอารมณ์เชียวละ ส่วนมื้อค่ำไม่ต้องพูดถึงอยากโรแมนติกแค่ไหนได้ตามนั้นกับดินเนอร์สุดหรูพร้อมไวน์หลายระดับให้ดื่มด่ำจนลุกกลับบ้าน
ลองกางเมนูดูการจัดสรรความอร่อยทั้งอาหารและเครื่องดื่ม บอกเลยว่า (แทบ) ทุกจานเป็นแนวฟิวชั่นครีเอทขึ้นจากมันสมองและสองมือเชฟหนุ่มวัย 29 ปี “เชฟทอดด์” สรดิษ มธุรตรัย ดีกรีไม่ธรรมดาเป็นเจ้าของสูตรคัพเค้กที่เซเลบคนดัง โอปราห์ วินฟรีย์ ยกให้เป็นที่สุดของคัพเค้กที่ต้องกินก่อนตาย คร่ำหวอดในวงการอาหารทั้งในและต่างประเทศกว่า 10 ปี ที่แน่ๆ เป็นหนึ่งใน 10 เชฟกระทะหล่อปี 2013 อีกด้วย ทำให้แต่ละจานผสมผสานเทคนิคแนวโมเดิร์นกับความคลาสสิกของรสชาติดั้งเดิมที่เป็นต้นตำรับไว้ได้อย่างลงตัว แนะนำให้เรียกน้ำย่อยกันด้วย "สลัดปูนิ่มทอดกรอบ" เชืื่อว่าคนรักสุขภาพต้องหลงรักแน่นอน ในจานอุดมไปด้วยผักนานาชนิดก่อนจะเติมเต็มรสชาติด้วยปูนิ่มทั้งตัวทอดกรอบมาพร้อมเต้าหู้เนื้อนุ่มแล้วราดด้วยน้ำสลัดญี่ปุ่นที่มีทั้งความเค็ม หวาน มัน และเผ็ดนิดๆ หน้าตาดีแถมรสชาติยังทำให้ไม่อยากวางช้อนกันเลย
นั่นแค่เรียกน้ำย่อยเข้าสู่โหมดกินเป็นเรื่องเป็นราว ใครชอบเป็ดยกมือขึ้น จานนี้ชื่อ “ดัักค์ แอนด์ วาฟเฟิล” เชฟพิถีพิถันมากๆ เพราะเป็ดขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นสาบ เขาจึงเลือกส่วนสะโพกเนื้อเด้งดึ๋งไปหมักซอสดับกลิ่นแล้วอบจนกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาบนวาฟเฟิลกรอบๆ ประกบด้วยไข่ดาวราดน้ำเชื่อมเมเปิ้ลใส่เมล็ดมัสตาร์ดให้รสชาติอร่อยแบบคลาสสิกลอนดอนแท้ๆ สำคัญว่าเนื้อเป็ดอบไร้กลิ่นและเข้ากับวาฟเฟิลดีทีเดียว อร่อยแค่ไหนก็แค่เป็นสูตรที่เจ้าของร้านมาช่วยครีเอทอีกแรงก็เท่านั้น เช่นเดียวกับเมนูชื่อแปลก “สโลว์คุกแซลมอน” จานนี้ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษเพราะทึ่งในกรรมวิธีการปรุง เริ่มจากแล่ปลาแซลม่อนเป็นชิ้นโตๆ แล้วบรรจุในถุงสุญญากาศ นำไปแช่ในน้ำวนที่ควบคุมอุณหภูมิความร้อนไว้ที่ 50 องศาเซลเซียส จนเนื้อปลาสุกทั่วทั้งชิ้น ลักษณะที่ได้คือจะมีความชุ่มฉ่ำหวานนุ่มละมุนลิ้น และไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหารใดๆ วิธีนี้ศัพท์ในครัวเรียกว่า “ซูวี (Sous Vide)” และเพื่อความสมบูรณ์แบบก็ต้องจัดเสิร์ฟพร้อมเห็ด มันฝรั่งหมัก และไข่ปลาแซลมอนเม็ดโตใส และก็อย่างที่คาดหวังอร่อยละมุนละไมได้สุขภาพจริงๆ มาที่จานเส้นของโปรดสำหรับทุกเพศทุกวัย “เฮ้าส์สเปเชี่ยล พอร์ค เบลลี่” สปาเกตตีผัดมาแบบแห้งๆ และไม่มันวาวชวนเลี่ยน พิเศษตรงที่ใส่หมูกรอบชิ้นหนาเต็มคำซึ่ง่กรอบจริงไรจริงลงไปด้วย ปรุงรสแบบคลาสสิกด้วยน้ำมันมะกอก กระเทียม เผ็ดหอมกำลังดีด้วยพริกแห้งตำรับพื้นบ้าน
จานคาวแปรสภาพเป็นจานเปล่าในบัดบล ได้เวลาล้างคอด้วยของหวาน "เชฟทอดด์" คนเดิมภูมิใจนำเสนอมากๆ กับ "แดดดี้ โทสต์" ที่มีที่มาจากนักชิมรุ่นใหญ่เพราะเป็นเมนูสุดโปรดของ ดร.อภิชัย เตชะอุบล คุณพ่อเจ้าของร้าน การันตีความอร่อยหวานนุ่มด้วยโทสต์ชิ้นหนากรอบนอกนุ่มในหอมกรุ่นจากเตาโปะด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตเข้มข้น รองรับด้วยสายไหมสีขาวฟุ้งราวกับว่าโทสต์ชิ้นโปรดกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ แต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สดและแคนดี้โกลด์สีทองอร่ามเพิ่มอรรถรสในการค่อยๆ ละเลียด และอย่าลืมเชียวนะมาถึึงร้านชาอารมณ์อังกฤษฝีมือคนไทยควรปิดท้ายมื้ออาหารด้วยการดื่มด่ำชาออแกนิกคุณภาพดี เน้นย้ำว่าเป็นชาไทยชั้นดีจากเชียงรายที่รสชาติไม่แพ้ชาผู้ดีผ่านการคัดเลือกและนำผสมผสานรสชาติจากทีมโนว่า ที มาสเตอร์ และ Flavorist ชาวฝรั่งเศส จนได้รสชาติใหม่ๆ 36 ชนิด หอมกรุ่นชวนดื่ม อาทิ รอยัล เอิร์ล เกรย์ ชาดั้งเดิมรสมาตรฐาน เฟรนช์ เอสทาสซี่ เบรนจากชาดำมีกลิ่นกุหลาบ เรียกว่าเป็นฝรั่งเศสอันน่าลุ่มหลงก็พอจะได้ อาฟเตอร์ ดินเนอร์ ชาสมุนไพรไร้กาเฟอีน จิบแล้วช่วยให้หลับสบาย คาราเมล ป๊อปคอร์น มีกลิ่นคาราเมลหอมๆ เป็นต้น เพิ่มลูกเล่นการเสิร์ฟโดยพนักงานจะตั้งนาฬิกาทรายที่โต๊ะลูกค้าเพื่อจับเวลาบอกว่าชาชนิดใดเหมาะกับการชงน้ำร้อนกี่นาทีเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมาะสมกับแต่ละชนิด
อยากเปลี่ยนบรรยากาศจิบชานอกมาเป็นชาไทยคุณภาพอังกฤษ ร้านไม่เล็กไม่ใหญ่เตรียมไว้ให้นั่ง 10 กว่าโต๊ะ อยู่บนชั้น 9 ตึก เดอะ เฮลิกซ์ ดิ เอ็มควอเทียร์ เปิดบริการทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-22.00 น. ส่วนศุกร์-อาทิตย์เพิ่มเวลาอีกชั่วโมงปิดที่ 23.00 น. สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร 0-2003-6289



