
'โรคกระดูกพรุน'ภัยเงียบที่ป้องกันได้
14 ก.ย. 2558
โรคกระดูกพรุนภัยเงียบที่ป้องกันได้ : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ
โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่เกิดจากการสลายของกระดูกที่สะสมเป็นเวลานาน ซึ่งถือเป็น “ภัยเงียบ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา เนื่องจากการวินิจฉัยตรวจพบได้ยากในระยะเริ่มต้น
“กระดูกของคนเราจะเติบโตและมีความหนาแน่นจนถึงช่วงวัยกลางคน คนส่วนใหญ่จึงลืมให้ความสนใจดูแลโรคกระดูกพรุนจะตรวจวินิจฉัยพบก็หลังจากที่ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บจากภาวะกระดูกหักหรือเกิดปัญหาข้อต่อและหมอนกระดูกสันหลัง”
“ภาวะกระดูกหักมักเกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ อาจก่อให้เกิดภาวะพิการถาวร และเป็นอัตรายต่อชีวิตได้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่น เช่น อาการเจ็บปวดเรื้อรังเวลาเคลื่อนไหวร่างกาย ความพิการผิดรูปของกระดูก (หลังโก่งค่อม) แม้การสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดตามอายุขัยแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสูญเสียเนื้อเยื่อกระดูกจนเกิดภาวะกระดูกพรุน เพื่อลดความเสี่ยง เราควรจะดูแลรักษากระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม” คุณหมอณัชชากล่าวเสริม
โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่เกิดขึ้นทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่มักจะเกิดในผู้หญิงตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงวัยทอง เนื่องจากการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ดี ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ดังนั้นการดูแลกระดูกให้แข็งแรงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม และกาเฟอีนเป็นประจำ หรือผู้ที่ขาดความสมดุลในการบริโภคอาหารและไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่เราต้องดูแล การเติบโตของกระดูกถูกกระตุ้นโดยการออกกำลังกาย ทั้งการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อโดยการยกน้ำหนักนับเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการป้องกันภาวะกระดูกพรุน
คนไทยและคนเอเชียมีแนวโน้มและความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนสูง เนื่องจากเรามีกระดูกที่บาง โครงสร้างร่างกายที่เล็ก และมีการบริโภคแคลเซียมในปริมาณต่ำ
๐ การป้องกันภาวะกระดูกพรุน
เพื่อลดอัตราความเสี่ยง คุณหมอณัชชาได้ให้คำแนะนำดังต่อไปนี้
1.ทั้งหญิงและชายที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจเช็กความหนาแน่นของมวลกระดูกสะโพกและกระดูกสันหลังอย่างสม่ำเสมอ
2.เราควรบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่าง เช่น ชีส โยเกิร์ต ผักใบเขียว คอร์นเฟลก ปลาซาร์ดีน งา ปลาตัวเล็กตัวน้อย และนมเสริมวิตามินดี วันละแก้วเป็นประจำ
3.เลือกบริโภคเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยวิตามินดี อย่างเนื้อปลาต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาแฮร์ริ่ง วิตามินดีนั้นสำคัญต่อร่างกายของเราเพราะช่วยให้เราดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
4.บริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเค จำพวกผักต่างๆ เช่น ผักโขม ผักจำพวกกะหล่ำ ถั่วเขียว หน่อไม้ฝรั่ง และบรอคโคลี่ เพราะวิตามินเค ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูก
5.การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การยกน้ำหนัก การวิ่งเหยาะๆ เล่นเทนนิส และการเดินนั้นก็เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างและคงความแข็งแรงให้กระดูก
6.การออกไปรับแสงแดดในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น 10 โมงเช้าเพื่อช่วยให้เราได้รับวิตามินดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
๐ การรักษา
การรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนนั้นมีอยู่หลายทาง “ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ไวทัลไลฟ์ เรามีวิธีการรักษาแบบเฉพาะราย โดยการใช้ยารักษาร่วมกับการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ทั้งการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย”
“ทางเลือกอื่นในการรักษาคือ การใช้ฮอร์โมนบำบัด ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความไม่สมดุลของฮอร์โมนเป็นรายๆ ไป และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อประเมินผลได้ผลเสีย และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล”
“เราทุกคนควรทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ เมื่อเราขาดการเคลื่อนไหวหรือไม่ได้ออกกำลังกายมันจะทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง ดังนั้นเราควรหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง ยกน้ำหนัก หรือเล่นกีฬาอะไรก็ได้”
พญ.ณัชชา หริญรักษ์
แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย
และแพทย์ด้านเวชศาสตร์ป้องก้น
จากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์
.......................................
(หมายเหตุ “โรคกระดูกพรุน”ภัยเงียบที่ป้องกันได้ : คอลัมน์ ดูแลสุขภาพ )



