
ชวนเที่ยว : เพลินไปใน 'โซล'
13 ก.ย. 2558
ชวนเที่ยว : เพลินไปใน 'โซล' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์
พูดถึงเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกรุงโซล ถ้าไปกับบริษัททัวร์ มักไม่พลาด แวะวัง กับแวะช็อป เพราะในกรุงโซลมีพระราชวังถึง 4 แห่ง และแหล่งช็อปปิ้งทั้งกลางวัน กลางคืนอีกนับไม่ถ้วน แต่ชวนเที่ยวคราวนี้ จะขอพาไปเดินเล่นเพลินๆ ตามถนนสายอาร์ตๆ ที่สอดแทรกอยู่ตามตึกใหญ่โตกันบ้าง
คราวนี้ ทางผู้ว่าการกรุงโซล จัดพาสื่อต่างประเทศไปดูบ้านเมืองของเขา เลยตามใจให้เลือกเที่ยวชม จะดูความทันสมัยก็มีให้ จะดูความเป็นประวัติศาสตร์เก่าแก่ก็เลือกได้ หรือจะไปเดินเล่นตามถนนสายน่ารักๆ ก็จัดให้ ส่วนถ้าจะไปช็อปปิ้งก็หาเวลาไปเองได้ช่วงค่ำๆ
วันแรกไปถึง เลยไปปรับสภาพร่างกายที่ ถนนซัมชองดง ไม่ไกลจากพระราชวังเคียงบ็อคกุง ถนนเส้นนี้ได้ชื่อมาเพราะความพิเศษ 3 ประการคือ มีภูมิสถาปัตย์เป็นเนินเขาสวยงาม น้ำสะอาด และผู้คนจิตใจดี
เราตั้งต้นเดินเล่นตั้งแต่ประตูพระราชวังกันเลย เดินเลาะไปเรื่อย แถบนี้เป็นย่านบ้านเก่าแก่ มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ไกด์ของเราบอกว่า เมื่อก่อนคนเกาหลีก็ไม่ได้ดื่มกาแฟเยอะขนาดนี้ แต่สงสัยหลังๆ มานี่ พฤติกรรมผู้บริโภคคงจะเปลี่ยนไป เพราะถ้าล้มไปตรงไหน เงยหน้ามาเป็นต้องเจอร้านกาแฟ แต่ที่น่าชอบใจก็คือที่นี่ เขาตกแต่งสถานที่ได้ฮิพ กิ๊บเก๋ ไม่ว่าจะแยกเข้าไปตามตรอก ซอก ซอยไหน ร้านขายนมก็เอารูปปั้นวัวมาตกแต่ง ร้านกาแฟ ก็มีตั้งโต๊ะเก้าอี้ หรือระบายสีกำแพง แม้แต่ในตรอกเล็กๆ ที่เชื่อมไปสู่ถนน ก็ยังมีวาดรูประบายสี สวยงาม เห็นแล้วอดแวะ อดเข้าไปถ่ายรูปด้วยไม่ได้
ร้านค้า บ้านเรือน รวมถึงสถานีตำรวจในย่านซัมชองดง ดูกลมกลืนกันไปหมด อาจจะด้วยเพราะที่นี่มีข้อจำกัดในการขยับขยาย เพราะนอกจากอยู่ใกล้พระราชวังแล้ว ยังอยู่ใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี ราคาสถานที่ก็ไม่แพงหูฉี่ เลยดึงดูดกลุ่มศิลปินเข้ามาเปิดแกลเลอรี่ ร้านค้า ร้านดีไซน์ ตามสไตล์ของตัวเอง จนวันนี้กลายเป็นถนนเดินชิลที่มีสไตล์ของตัวเองและเป็นแลนด์มาร์กสำคัญแห่งหนึ่งของโซลไปแล้ว
ถนนซัมชองดง ด้านหนึ่งติดเนินเขา จะมีร้านค้า บ้านเรือน สร้างขึ้นไปตามเนินเขา ข้ามไปอีกฝั่งก็คือ ถนนบุกชอน ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่เช่นกัน แล้วจะพลาดได้อย่างไร จริงๆ มีทางเล็กๆ เดินขึ้นเนินเชื่อมไปถึงกัน (แต่ดันหาไม่เจอ เลยต้องอ้อมไปเขาทางปกติ)
ถนนบุกชอน เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเก่าแก่บุกชอน อยู่ระหว่างพระราชวังเคียงบ๊อคกุง และพระราชวังชางด๊อกกุง สมัยก่อนที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูง ทุกวันนี้ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลีที่มีมาตั้งแต่สมัยโชซอน หมู่บ้านจะแบ่งเป็น 3 โซน ที่เราจะสามารถเดินไปตามถนนเล็กๆ ขึ้นเนินเขาไปเรื่อย แต่ก็ต้องระวังรถด้วยนะ เพราะที่นี่เป็นย่านที่อยู่อาศัยจริงๆ ตามทางจะมีป้ายเตือนเป็นรูปกระต่ายโคนี่ให้เงียบเสียงด้วย (ขนาดป้ายยังแอบกุ๊กกิ๊ก)
บ้านเรือนที่เห็นที่หมู่บ้านบุกชอน เป็นบ้านใหม่ที่สร้างในสไตล์เกาหลีดั้งเดิม แต่คงความทันสมัยสมกับเป็นเกาหลีเอาไว้ เพราะมีเครื่องมือสื่อสารติดต่อกับคนในบ้านอยู่หน้าประตูไม้หนาหนัก ที่หมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เกาหลีก็หลายเรื่อง วัยรุ่นหลายคนแต่งชุดฮันบกมาเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นในหมู่บ้านนี้เป็นเรื่องปกติ ขึ้นไปด้านบนสุดของถนน ถึงได้เห็นเส้นทางเชื่อมลงมาอีกฝั่งสู่ถนนซัมชองดง ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้
มาถึงกรุงโซลทั้งที ต้องแวะเที่ยวย้ายกำแพงเมือง ป้อมปราการเก่าแก่อายุนับพันปีด้วย ซึ่งจริงๆ ก็แทบจะอยู่ใจกลางเมืองเหมือนกัน ป้อมปราการนี้เป็นกำแพงป้องกันข้าศึกรุกรานสมัยที่เมืองหลวงยังชื่อ ฮานซุง ในสมัยโชซอน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็นกรุงโซล และขยายอาณาเขตข้ามกำแพงออกไปอีกไกล กำแพงนี้มีความยาว 18.6 กิโลเมตร แต่มีช่วงที่บูรณะใหม่ 10 กิโลเมตร บางช่วงสูง 5-8 เมตร ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นป้อมปราการที่ยาวที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่ยังเหลืออยู่
ไกด์พาเดินจากจุดเริ่มต้น ขึ้นเนินไปถึงป้อมปราการ ลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็กๆ ที่ร่มไปด้วยต้นสนและต้นไม้ขนาดใหญ่ เห็นวิวบ้านเมืองที่ขึ้นหนาแน่นในหุบนอกกำแพง บนเขาแบบนี้ มีเครื่องเล่นออกกำลังกายเป็นจุดๆ ไป เพราะข้างๆ กำแพงก็ยังมีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่ ช่างเป็นวิวออกกำลังกายที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเช่นกัน ...ฉันว่า
ไปถึงช่วงกลางทาง ตัดเลาะลง หมู่บ้านวัฒนธรรมอิฮวา ที่นี่ไม่แวะเป็นต้องเสียใจแน่ๆ ช่างเป็นหมู่บ้านที่น่ารักซะจริงๆ ทั้งบ้านเรือน ถนนหนทาง ร้านค้า ร้านขายของ ที่อยู่คู่กับเมืองมานานรวม 30-40 ปีแล้ว หมู่บ้านวัฒนธรรมอิฮวา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีดงแดมุน (บอกแล้วว่าไม่ไกลเมือง) จากเนินเขา ลงบันไดสู่เบื้องล่าง แต่กำแพงระหว่างทาง มีการเพ้นท์ลายสวยงาม ขั้นบันได ถ้ามองย้อนกลับขึ้นไป จะเห็นการเรียงโมเสกเป็นรูปต่างๆ ทั้งดอกไม้ ปลาคาร์พ จนใครผ่านก็ต้องแวะถ่ายรูป เดินไปสุดหมู่บ้าน จะถึงที่ตั้งของนัคซานแกลเลอรี่ บอกเล่าเรื่องราวของเทือกเขานัคซาน ที่เขาบอกว่าเป็นมังกรสีน้ำเงินแห่งเมืองหลวง เพราะเทือกเขานี้เป็นทิวเขาสูง โอบล้อมเมืองหลวงไว้นั้นเอง บางช่วงของบ้านเรือนสมัยก่อนถูกรื้อทำลาย กลายเป็นบ้านเรือนสมัยใหม่ขึ้นมาแทน ตามนโยบายรัฐบาลในสมัยหนึ่ง แต่บางช่วงก็ยังคงความดั้งเดิมไว้ให้ได้เห็น ด้านบนของเขานัคซาน ยังเป็นป้อมปราการ เดินขึ้นไปเรียกเหงื่อได้เยอะเอาการ แต่อากาศด้านบนก็สดชื่นคุ้มค่ากับการมาเยือน มองเห็นวิวไกลๆ ไปถึงเทือกเขามังกรที่โอบล้อมด้านหลังพระราชวังเคียงบ็อคกุงเลยทีเดียว นักข่าวสาวเกาหลี จู ยูง อาห์ บอกกับฉันว่า ที่นี่สวยงามจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่กรุงโซลแต่เพิ่งจะเคยมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน (ฮา) ไม่แปลกใจกับสำนวนไทย ใกล้เกลือกินด่าง เพราะฉันก็มักเป็นเช่นนั้น เดินตามทางจนสุดกำแพง ก็ลงมาถึงพื้นล่างพอดี
ท่ามกลางกลิ่นอายวัฒนธรรม และความเป็นศิลปินริมถนน ในมุมต่างๆ ของโซล สิ่งใหม่ๆ ก็มีไม่แพ้กัน อย่างคลองชองเกชอน ในย่านกลางเมือง ถ้าเทียบกับบ้านเรา อาจจะนึกถึงคลองแสนแสบ เพียงแต่ว่าลักษณะของคลองและการใช้งานต่างกัน
คลองชองเกชอน เคยเป็นคลองน้ำเน่ามาก่อน กระทั่งมีการบูรณะใหม่ ปรับสภาพจนทุกวันนี้น้ำใสสะอาด และกลายเป็นแหล่งพักผ่อนกลางถนน กลางเมืองอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ต้นคลองมีจัดนิทรรศการท่องเที่ยวเมืองไทยอยู่พอดี เลยได้เห็นธงไทยและเกาหลีใต้โบกสะบัดใกล้ๆ กัน แถมมีการตั้งพระปฐมเจดีย์จำลองบริเวณน้ำพุ ใกล้ๆ กับสัญลักษณ์รูปหอยตัวใหญ่ด้วย
อะไรเสียแล้วแก้ไขได้ อะไรที่ไม่มีก็สร้างได้เช่นกัน ที่เกาหลีใต้ เลยมีสิ่งก่อสร้างที่ตื่นตื่นใจขึ้นมากลางน้ำ เขาเรียกกันว่า เซบิด หรือ เกาะลอยน้ำ (Flooting Island) และกลายมาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งของกรุงโซล เป็นสิ่งก่อสร้างที่ลอยอยู่เหนือน้ำแห่งแรกของโลก บนบกด้านหน้าเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้ง ที่เป็นทั้งสวนสาธารณะ ลานปั่นจักรยาน มีจอแอลซีดีขนาดยักษ์เหมือนลอยอยู่กลางน้ำ ตกค่ำก็จะฉายหนังหรือดนตรีให้คนดู ส่วนเกาะกลางน้ำ เป็นอาคารที่มีทั้งร้านค้า ห้องอาหาร ห้องประชุม
ตกค่ำ ตั้งแต่ 19.30-21.00 น. บริเวณสะพานบันโพ ที่อยู่ใกล้กันจะปล่อยน้ำพุลงสู่สายน้ำ ทุกครึ่งชั่วโมง ประกอบกับแสงสีของตัวอาคารกลางน้ำทั้ง 2 แห่งที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ จนดูกันเพลินทีเดียว
กรุงโซลยังเที่ยวได้ไม่เบื่อ ใครที่ชื่นชอบกลิ่นอายของศิลปะ บอกเลยว่า น่ามาเดินเพลินๆ เพราะมีสอดแทรกอยู่แทบทุกอนู จนเกือบลืมไปว่าเดินอยู่ในเมืองหลวงที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของเอเชีย ส่วนขาช็อปก็ยิ่งไม่น่าพลาด ผู้ว่าฯ โซลบอกมาว่า 1-7 ตุลาคมนี้ จะมีการจัดงานแกรนด์เซลทั้งเมืองเลยจ้า
--------------------
(ชวนเที่ยว : เพลินไปใน 'โซล' : เรื่อง / ภาพ ... นพพร วิจิตร์วงษ์)



