
สเต๊กปารีเซียงสไตล์ อร่อยไม่เลี่ยน
13 ก.ย. 2558
ชวนชิม : สเต๊กปารีเซียงสไตล์ อร่อยไม่เลี่ยน
พูดถึง “สเต๊ก” ให้สืบค้นจริงๆ จังๆ ว่าเข้ามาเป็นอาหารจานโปรดของคนไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่สำคัญก็คงไม่มีใครอยากจะสืบค้นสักเท่าไหร่ เพราะขอแค่ได้รู้ว่าที่ไหนมี “สเต๊ก” รสชาติอร่อยน่าจะเพียงพอแล้ว ในการดั้นด้นไปชิม เช่นสัปดาห์นี้พอได้ทราบว่าในย่านหลังสวนซอย 1 มีร้าน “สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส” ชื่อ “Le Boeuf” มาเปิดให้บริการที่ตึกแมริออท เมย์แฟร์ ไม่ช้าไม่นานแค่ 6 เดือน ก็มัดใจลูกค้าให้กลับไปชิมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนถึงขั้นต้องมีบริการโทรศัพท์จองโต๊ะล่วงหน้ากันเลยทีเดียว
ว่ากันว่า “สเต๊ก” ที่อร่อยนั้น เนื้อต้องนุ่มพอดี ไม่เหนียวจนเคี้ยวไม่ออกหรือยุ่ยง่ายเหมือนจะละลายในปาก แต่ละร้านจึงแข่งขันกันในการแสวงหาวัตถุดิบจากส่วนต่างๆ ของวัวนำมาใช้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดซึ่งจะทำหน้าที่ให้เนื้อสเต๊กรสชาติถูกลิ้น คือ “น้ำซอส” และแน่นอนว่าแต่ละประเทศย่อมมีสูตรเด็ดของตัวเอง...หนุ่มใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ เดวิด เพอร์ร็อต เจ้าของร้าน ผู้มีใจรักงานทางด้านร้านอาหารและงานโรงแรมพอๆ กับรักประเทศไทย ตัดสินใจหอบเอาสูตรน้ำซอสสเต๊กสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ “คาเฟ่ เดอ ปารีส” ที่เจ้าตัวได้รับการตกทอดมาจากเพื่อนสนิทของบิดามาเปิดร้านอาหารที่เมืองไทย...
เมื่อมั่นใจในสูตรน้ำซอสสูตรเฉพาะรสเปรี้ยวนำตามด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรไม่ต่ำกว่า 13 ชนิด ซึ่งเจ้าตัวจะเป็นคนลงมือทำซอสด้วยตัวเอง เดวิด จึงเปิดเมนูอาหารหลักของร้านด้วยสเต๊กล้วนๆ เพียงแค่ 3 จานเท่านั้น ได้แก่ เนื้อวัวส่วนสตริปลอยด์, ซี่โครงแกะ, ปลาแซลมอน นำเข้าจากต่างประเทศ เสิร์ฟเป็นจานร้อนเพราะวางบนถาดที่ราดด้วยน้ำซอสแล้วจุดไฟข้างใต้ให้ลูกค้าเลือกระดับความสุกของชิ้นเนื้อเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าแต่ละคน ที่เคียงคู่มากับจานหลัก มีทั้ง “สลัด” เน้นเป็นจานกรีนฟู้ดสุดๆ และ “มันฝรั่ง” จานนี้นับว่ากิ๊บเก๋ไม่เบาเพราะสามารถเรียกเติมได้ฟรีไม่มีอั้น จะจิ้มรับประทานกับมัสตาร์ด หรือน้ำซอส ได้ตามความถนัด แต่ว่าถ้าต้องการเพิ่มซอสก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเท่านั้นเอง
ส่วนเมนู “แอพพิไทเซอร์” หนุ่มสัญชาติสวิสแต่หัวใจไทยบรรจุรายการเรียกน้ำย่อยเอาไว้ย่อมๆ แค่ 5 จานแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพรสเต็มปาก และที่ยกมาเป็นตัวอย่างในครั้งนี้ มีขนมปังอบร้อนๆ กินกับเทอร์รีนหลากหลายประเภท อาทิ “ริลเลตส์ เดอ พอร์ค” (Rillettes de Porc) หมูสับผสมสมุนไพรอัดเป็นก้อนก่อนจะนำไปนึ่งเสิร์ฟเย็นพร้อมกับแตงกวาดองและกระเทียมดอง โดยเฉพาะจาน “เทอร์รีน เดอ ฟัวกราส์” (Terrine de Fois Gras) ที่เสิร์ฟเย็นเช่นเดียวกันนั้นขอบอกว่า ความกลมกล่อมของตับห่านชิ้นเล็ก จิบสลับกับไวน์แดงล่ะก็ ขอบอกทำหน้าที่เรียกน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานได้เกินขนาดจริงๆ
จานหลักจานเรียกน้ำย่อยอร่อยแค่ไหน แนะนำว่าให้ขยักพื้นที่กระเพาะไว้สำหรับขนมหวานกันบ้าง เพราะที่ร้านนี้มีขนมให้เลือกมากถึง 15 รายการ ที่เป็นหน้าเป็นตาต้องยกให้ “โปรฟีเทอโรลส์ โอ ช็อกโกแลต” (Profiteroles au Chocolat) แป้งขนมปังชนิดเดียวกับที่ทำขนมเอแคร์ สอดไส้ไอศกรีมวานิลลาราดซอสช็อกโกแลตที่มีความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์แล้วท็อปปิ้งด้วยอัลมอนด์สไลด์ จานนี้เข้มด้วยรสช็อกโกแลตก็จริงแต่ก็ถูกเบรกด้วยความหวานหอมของไอศกรีมวานิลลาและความมันของอัลมอนด์....ตอนเห็นพนักงานยกเสิร์ฟแอบหวั่นใจเล็กๆ ว่าจะกินไหวหรือไม่สุดท้ายขอดกันจนเกลี้ยง ของหวานอีกจานต้องบอกว่าละมุนชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร “วาเชอฮา”(Vacherin) ขาวๆ ฟรุ้งฟริ้งๆ มีแซมสีแดงเล็กๆ นั้นคือ เมอแรงเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมโยเกิร์ตท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมและสตรอเบอร์รี่ เมื่อความหวานของเมอแรงถูกตัดด้วยความเปรี้ยวจากโยเกิร์ตและสตรอเบอร์รี่ แต่มีความมันนุ่มของวิปปิ้งครีมทำหน้าที่สอดประสานให้กลายเป็นรสอร่อยในหนึ่งเดียว...ตักใส่ปากลืมเพลินจนลืมคำนวนแคลลอรี่ไปเลยทีเดียว
ขณะที่เครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบมีแอลกอฮอล์และนันแอลกอฮอล์ คอกเทล มอคเทล น้ำผลไม้...ภายในร้านโปร่งโล่งสบายตา สามารถรองรับลูกค้าแบบเต็มพิกัดได้ 80 ที่นั่ง ขณะเดียวกันอุปกรณ์ที่ใช้ส่วนใหญ่ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสเกือบทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ผ้าปูโต๊ะสีแดงแล้ววางทับด้วยกระดาษสำหรับจดรายการอาหารของลูกค้า เวลาพนักงานนำมาเสิร์ฟจะได้ไม่เกิดความสับสน ถือว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เจ้าของใส่ใจทุกรายละเอียด สำหรับเรื่องเวลาเปิด-ปิด ถ้าวันธรรมดา 11.30-23.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ขยับเปิดเร็วขึ้นอีก 30 นาที ถ้ามีโปรแกรมแล้วว่าจะไปนั่งชิมรสมือหนุ่มสวิสคนนี้ มีเบอร์โทรศัพท์ 0-2672-1230 ให้โทรจองล่วงหน้า 1 วัน ไม่เช่นนั้นมีสิทธิ์อกหักเอาได้ง่ายๆ ถ้าขับรถไปเองจอดที่ตึกแมริออท เมย์แฟร์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสก็ลงสถานีชิดลม เดินชิลมุ่งหน้าหลังสวนซอย 1 ไม่เกิน 400 เมตร...เอาที่สบายใจ



