
'ตรรกะ'ซ้อน'ตรรกะ'หรือ'เมทริกซ์'ซ้อน'เมทริกซ์'(II)
12 ก.ย. 2558
ตรรกะ ซ้อน ตรรกะ หรือ เมทริกซ์ ซ้อน เมทริกซ์ (II) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้พูดถึงแนวคิดที่ว่าด้วย “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ” หรือ “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” ซึ่งผมเชื่อว่าเป็น “สาเหตุสำคัญ” ที่อยู่เบื้องหลังความสับสนวุ่นวายของเศรษฐกิจโลกและส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจของบ้านเราครับ จะว่าไปแล้วเศรษฐกิจในโลก “ทุนนิยม” ในปัจจุบันได้กลายเป็น “Money Game” อันเป็น “เกมในการลงทุนทางการเงินข้ามชาติ” มีการชิงไหวชิงพริบ ชิงโอกาสทั้งบุก ทั้งรุก ทั้งรับ เกิดขึ้นบน “เครือข่าย” คล้ายกับ “ใยแมงมุม” ที่ถักทอโยงใยกันไปทั้งโลก ที่ผมขอเรียกว่าเป็น “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” หรือ “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ” ที่จำเป็นต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้อยู่ร่วมกับ “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” เหล่านี้ครับ
ในบทความตอนที่แล้ว ผมได้เปรียบประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเราว่าจะต้องทำตัวเหมือน “สาหร่ายในทะเล” ที่ต้อง “พลิ้วไหว” และ “ยืดหยุ่น” ไป (Flexible) ตามทิศทางของกระแสและความรุนแรงของคลื่น “ทุนนิยม” ในโครงข่าย “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรู้จักผ่อนหนักให้เป็นเบา และที่สำคัญการพลิ้วไหวนั้นจะต้องไม่ขาดซึ่งจุดยืน คือ “เอกราช” และ “อธิปไตย” ของเราครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า ในปัจจุบันประเทศของเรา ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีอิทธิพลเท่าไหร่ในประชาคมโลก ทำให้ไม่ได้อยู่ในสภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นหรือขาลง แต่อยู่ในสภาวะสงครามทางเศรษฐกิจที่ครุกรุ่น พร้อมที่จะปะทุอยู่ตลอดเวลา อาจจะเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายที่สภาพทาง “ภูมิศาสตร์” และ “ภูมิสังคม” ทำให้ “ไทย” กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของ “เอเชีย”ใน “ภูมิภาคคะวันออกเฉียงใต้” ก็เลยกลายเป็น “จุดนัดพบ” หรือเป็น “สมรภูมิ” ที่บรรดา “พญาช้างสาร” มักจะนัดกันมา “ชนช้าง” กันในบ้านเราเสมอ ทำให้มีการประลองกำลังกันบนดินแดน “สุวรรณภูมิ” นี้อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่อดีตย้อนกลับไปหลายร้อยปีจวบจนปัจจุบัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ยุคล่าอาณานิคม” (Colonization Period) คงต้องยอมรับนะครับว่าในปัจจุบันสนามประลองกำลังของชาติอภิมหาอำนาจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “จีน” กับ “สหรัฐฯ” ก็อาศัยบ้านเรานี่แหละครับเป็นจุดปะทะและทดสอบกำลังซึ่งกันและกัน ทำให้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะเห็นวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจที่แปลก ๆ เช่น วิกฤติเงินหยวน ที่ลดค่าลงฮวบฮาบ, วิกฤติเกี่ยวกับการค้าทองคำในตลาดโลก, วิกฤติในตลาดหุ้นตลาดทุน และอีกหลากหลายวิกฤติที่กำลังจะตามมาเป็นแบบโปรโมชั่นครับ
จากการประลองกำลังกันของอภิมหาอำนาจของโลก ฝ่ายที่ตกเป็นผู้เพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบ ก็ต้องระดมความคิดและสรรพกำลังที่จะรุกโต้กลับ เพื่อชิงความได้เปรียบเป็นการแลกกันหมัดต่อหมัด เหมือนนักมวย “มุมแดง” และ “มุมน้ำเงิน” ที่ขึ้นชกกัน โดยใช้บ้านเราเป็นเวที นี่ยังไม่นับบรรดาแฟนๆ มวย และบรรดากองเชียร์ของทั้งสองฝ่าย ยกตัวอย่างเช่น “รัสเซีย” และ “อินเดีย”, “เกาหลีเหนือ” ฯลฯ ก็ดูเหมือนว่าจะถือหางฝ่าย “จีน” ส่วน “อังกฤษ”, “ยุโรป” และ “ญี่ปุ่น” , “เกาหลี” ฯลฯ ดูเหมือนจะเชียร์ฝ่าย “อเมริกา” ขณะที่ประเทศ “ไทย” ที่เป็นสนามมวย ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญอะไรในการประลองกำลังกันในครั้งนี้ แต่กลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างตรงๆ เต็มๆ เมื่อมีการแลกหมัดกันอย่างดุเดือดในทุกๆ ยกครับ ดังนั้น สังคมไทยไม่ใช่แค่เรียนรู้ในการที่จะ “ประคองตัว” ให้อยู่รอดเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่จะต้อง “เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม” ในฐานะที่เราเป็นเวทีและเป็นสนามที่ประลองกำลังของอภิมหาอำนาจในสงครามเศรษฐกิจที่ครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งพอเปิด การค้าเสรี “ASEAN” เรายิ่งต้องเตรียมรับมือกับอีกหลากหลายสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง จะมัวมานั่งโอดโอยแต่อย่างเดียวก็คงจะไม่เหมาะสมนัก เพราะในความเป็นจริงแล้วเศรษฐกิจโลกก็จะมีช่วงเวลา “ฟู” และ “ฟุบ และ“ฟลุค” คละเคล้ากันไป ทำให้ผมนึกถึงอาหาร “ประเภทสิ้นคิด” ที่ยังคงยืนหยัดเป็น “เมนู” ที่นิยมอย่างอมตะนิรันดร์กาล เช่น ข้าวไข่เจียว,ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว ฯลฯ ที่ยังคงขายดิบขายดีไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร จะดีแค่ไหนหรือแย่เพียงใด ทำให้เกิดแนวคิดที่จะเรียนรู้ อยู่ร่วมกับ “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” และ “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ” คือ การ “ลอยตัว” อยู่เหนือ “เมทริกซ์” และอยู่เหนือ “ตรรกะ” ของ “เหตุ” และ “ผล” ที่ผมเรียกว่าแนวคิดแบบ “On The Top” เปรียบเหมือนกับ “ขอนไม้” ขนาดเล็กและเบาที่กำลังลอยพลิ้วอยู่บนผิวคลื่น ไม่ว่าคลื่นลมจะแรงสักเท่าไหร่ พายุลมฝนจะโหมกระหน่ำสักเพียงใด “ขอนไม้” ก็จะลอยพลิ้วเหนือผิวคลื่นได้เสมอ หรืออาจเปรียบได้กับ “สาหร่าย” ที่พลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก หรือเหมือนกับ “ต้นอ้อ”, “ต้นไผ่” หรือ “ต้นหลิว” ที่พลิ้วลู่โอนอ่อนไปตามกระแสลม (ไม่ต้านลม) แต่ย้ำนะครับต้องมีจุดยืน และต้องมีระบบรากแก้วและรากฝอยที่มั่นคงแข็งแรงครับ
กรรมวิธีที่จะ “เรียนรู้อยู่ร่วม” กับวิกฤติ “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” หรือ “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ” โดยการใช้เทคนิค “ลอยตัวพลิ้วไหว” ที่ “ไม่ต่อต้าน” แต่ “ไม่ไร้จุดยืน” จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ท่านผู้อ่านไม่ควรมองข้ามครับ ผมขอเรียกว่าเทคนิค “On The Top” ที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและเราจะอยู่รอดปลอดภัยที่สุดเสมอ ก็อยากให้ท่านผู้อ่านลองนำไปปรับประยุกต์ใช้กันดู ก็ไม่แน่นะครับ อาจจะเป็นอีกหนึ่ง “ทางเลือกที่ เป็นทางรอด” ก็สามารถเป็นไปได้ สำหรับผมแล้วได้ลองใช้ก็ได้ผลดีมาโดยตลอดครับ
.........................................
(หมายเหตุ “ตรรกะ” ซ้อน “ตรรกะ” หรือ “เมทริกซ์” ซ้อน “เมทริกซ์” (II) : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย... ดร.ภัทรพล )



