
ควบมาสด้า บีที-50 โปร สะกิดยอดหญ้า ปักกิ่ง-มองโกเลีย (1)
12 ก.ย. 2558
เปิดโลกยนตรกรรม : ควบมาสด้า บีที-50 โปร สะกิดยอดหญ้า ปักกิ่ง-มองโกเลีย (1) : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี
การเดินทางทดสอบสมรรถนะรถมาสด้า บีที-50 โปรใหม่ เที่ยวล่าสุดนั้นจัดว่าเป็นการขับรถที่ไกลอีกครั้งหนึ่งของการทดสอบรถก็ว่าได้ เพราะว่าต้องไปลองขับกันถึงสองประเทศคือ จีนและมองโกเลีย บนภูมิประเทศอันหลากหลาย บนสภาพของการขับขี่ที่ไม่อาจคาดเดาภูมิประเทศได้ ซึ่งหมายถึง การผ่านทางเหล่านี้เราต้องวางใจได้กับพาหนะที่เราฝากชีวิตไว้
กระบะมาสด้าบีที-50 โปรไมเนอร์เชนจ์เปิดตัวสู่ตลาดไม่นานแผนการเดินทางเพื่อพิสูจน์สมรรถนะรถได้รับการตอบรับจากสื่อทันที เพราะเส้นทางที่ไม่เคยมีคาราวานจากเมืองไทยมาก่อน ดึงดูดทุกคนให้ตื่นเต้น คือเส้นทางระหว่างปักกิ่ง-มองโกเลีย ระยะในใบนำทาง 2,200 กิโลเมตร งานนี้ท้าทายกว่างานไหนๆ สมกับสโลแกนมาสด้า บีที-50 โปรใหม่ ที่ว่า TOUGH AS LIFE “นิยามแกร่ง...คุณเท่านั้นที่กำหนด” โดยมีทรานซ์ เอเซีย ออกาไนเซอร์ มือหนึ่งทางด้านการเดินทางระหว่างประเทศ เป็นผู้วางเส้นทาง ทรานซ์ เอเซียนั้นตามคอนเซ็ปต์คือ “ขอให้มีทาง ทุกอย่างจัดให้” เสน่ห์ของทีมงานคือการแถมออปชั่นเรื่องความสนุกสนาน ท้าทายผสมกับความยากลำบากเสมอ
ทีมขับโดยสื่อแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกรับรถจากปักกิ่งขับไปอูลานบาตอร์ เมืองหลวงของมองโกเลียและชุดที่สองขับย้อนกลับ เป้าหมายเดิมแต่คนละเส้นทาง รูปแบบการเดินทางแบบคอนวอย คือขับเรียงหนึ่งตามๆ กันไป ผมนอนบนเครื่องบิน พอลงเครื่องก็เป็นเวลาเช้าตรู่ของปักกิ่ง ช่วงแรก 700 กิโลเมตร ถนนดำล้วนๆ ขับสบายๆ ถึงชายแดนมองโกเลีย ต้องนอนฝั่งจีนก่อน (มองโกเลียใน) เพราะว่าช่วงการทำพิธีผ่านแดน จีน มองโกเลีย ใช้เวลาตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงเที่ยงจึงจะเสร็จอย่างไรก็ไม่ทัน
วันรุ่งขึ้น เราออกกันแต่เช้า เข้าพิธีผ่านแดนจากจีนสู่มองโกเลีย เป็นไปตามคาดคือใช้เวลานานมาก บรรยากาศที่ชายแดนหน้าด่านมองโกเลียที่เราเสียเวลานานมาก พอข้ามฝั่งจากจีนมาฝั่งมองโกเลียเราเห็นความเป็นมองโกเลีย ด้วยรถยนต์แบบจี๊ป ยี่ห้อ UAZ เยอะมากและทำให้เรานึกถึงสมัยสงครามโลกแต่รถเหล่านี้ยังวิ่งได้ดีอยู่แถมซิ่งอีกต่างหาก นอกจากนี้รถที่ขายเป็นโตโยต้า พาร์โด แลนด์ครุยเซอร์ เสียเป็นส่วนใหญ่ รถเก๋งน้อยและก็สภาพบอบช้ำเหลือเกิน จากชายแดนมองโกลเรามุ่งไปนอนกระโจม เป็นคืนแรก ด้วยถนนดำครึ่งทางและอีกครึ่งทางเป็นทางธรรมชาติ
สภาพของภูมิประเทศที่นี่แปลกตา เพราะว่าเราไม่เคยเห็น ออกจากทางดำมาก็เจอกับฝูงอูฐสองโหนก ทันทีที่เห็นอุฐก็เบรกคาราวาน เพื่อจอดรถถ่ายรูป และทำธุระส่วนตัว กลางทะเลทรายโกบี
เส้นทางที่เราใช้จริงๆ แล้วหากจะไปเมืองหลวงของมองโกเลียก็วิ่งทางดำตรงๆ ไป ก็ถึงแต่เนื่องจากเราต้องการจะทดสอบรถ และเที่ยวไปในท้องทุ่งอันกว้างใหญ่เราจึงเลือกเส้นทางเดินทางเป็นรูปตัวยู เพื่อให้ได้ระยะทาง
เรามาจอดคาราวานอีกครั้งคือที่กระโจมของชาวบ้านที่เลี้ยงสัตว์เพื่อไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่ ผมถามเขาว่าเอาน้ำมาจากไหน เขาบอกว่า ห่างไปราว 500 เมตรมีแหล่งน้ำ หากเราเดินทางไปตามทุ่งหญ้า ที่มันกว้างใหญ่ไม่เห็นมีน้ำที่ไหน แต่หากสังเกตจะพบว่า ที่ไหนมีสัตว์เลี้ยง น้ำจะอยู่ไม่ไกล
วันที่สองของการเดินทาง ตามสูตรคือ 7 8 9 คือ ตื่น 7 โมง ล้อหมุน 9 โมง ขับรถเป็นคาราวานผ่านถนนดำ ผ่านเมืองต่างๆ ราว 200 กม. เราแวะกินข้าวกลางวันกันที่คลับแห่งหนึ่ง ชื่อดรีมกริลล์ เรสทัวรองต์ เป็นอาคารเด่น ชั้นเดียว และมีลานเบียร์ และโลโก้ของโค้กอยู่ข้างหน้า
ร้านนี้จริงๆ เป็นไนต์คลับ สำหรับคอบอลมานั่งดูบอลกัน แต่ผู้จัดการคาราวานจัดการมาเปิดร้านให้เรากินอาหารกัน เพราะว่าไม่มีร้านไหนในเมืองนี้ใหญ่พอจะรองรับคาราวานเราได้หากเป็นการเดินทางแบบหมู่คณะมากๆ ไปเมืองเล็กๆ เวลาจัดคาราวานเรื่องที่กินที่นอนเป็นปัญหาพอสมควรหากสมาชิกในคาราวานเยอะ ไปเมืองเล็กๆ ที่ไม่พร้อมก็จะต้องหาที่กินข้าวพร้อมๆ กันลำบาก ดังนั้นความไม่พร้อมต่างๆ เลยจัดอาหารให้ไม่ได้ตามที่ต้องการ เมนูต่างๆ ก็หาวัตถุดิบเอาจากที่ดีที่สุดของเมืองหรือบางครั้งก็ ต้องสั่งมาจากเมืองหลวงเป็นพิเศษซึ่งหมายถึงมันเป็นเมนูที่เดินทางมาไกลมาก
อาหารกลางวันที่ดรีมกริลล์ เริ่มด้วยซุปข้นสีขาวรสชาติเข้มข้นแต่ออกเค็มถ้าจะให้ดีเราเติมพริกไทยไปนิดแล้วได้รสชาติร้อนคอ อร่อยทีเดียว อีกเมนูข้าวสวย ไก่สามรสเสิร์ฟพร้อมมันบด มีผักเคียง รสชาติดีออกเปรียวหวานแต่มีน้ำพริกแมงดามาช่วยเลยทำให้ต้องสั่งข้าวสวยมาเพิ่ม อร่อยอิ่มหนำสำราญ
หลังจากอิ่มก็เดินทางตามเป้าหมายอีกราว 3-4 ชั่วโมง คือ ที่พักเป็นกระโจม เหมือนคืนแรกในทุ่งหญ้า สภาพเส้นทางเป็นทางทรายผสมกรวด เส้นทางเลาะหมู่บ้านซึ่งสภาพของผู้คนที่นี่อยู่ในฝุ่นบ้านเก่าๆ เหมือนอยู่ในภาพยนตร์โบราณ
ผู้คนสร้างบ้านด้วยวัสดุหลากหลายที่พอหาได้ นำมาประกอบกันได้ ส่วนใหญ่เป็นปูนชั้นเดียว มีรั้วรวมกัน บ้านทรงเหมือนกล่องและดูเหมือนจะสร้างไม่เสร็จ ทำแค่พอเข้าใจได้ว่าเป็นรั้วระเกะระกะ
เราเดินทางห่างเมืองออกไปในทุ่งหญ้า ที่เริ่มเปลี่ยนไปจากวันแรกเพราะว่า ต้นไม้ที่นี่เริ่มเป็นกอเล็กๆ ทำให้มองเห็นความเขียวสุดตา ทางไม่ได้เรียบแบบเดิมมีทั้งขึ้นเนินยาวๆ และลงเนินยาวๆ ทำให้มองเห็นทุ่งสุดหูสุดตา มีลูกรังลอยสลับกับทางทรายแน่นๆ ทำให้ขับรถได้สนุกและทำความเร็วในทางแบบนี้ได้ถึง 70 กม./ชม ส่วนที่ช้าสุดก็ 20-30 กม./ชม ทางเป็นฝุ่นมากทำให้คาราวานแต่ล่ะคันต้องทิ้งระยะห่างกันเกือบ 5 กม.
เราพักเบรกครั้งแรกหลังจากขับมายาวนานเมื่อแจ้งทางวิทยุว่า รถของประธานทาเกะซัง ขอความช่วยเหลือเพราะว่ายางรั่ว ทั้งขบวนม้วนกลับไปหารถประธานที่อยู่กลุ่มหลังราว 2-3 กม. สภาพยาง A/T ของบริดจโตนล้อหน้าขวาของรถพังไม่เหลือชิ้นดี สภาพนี้คือเจอหินคมบาด เนื่องจากรถที่นำมาใช้ในคาราวานนี่้ คือ รถมาตรฐานไม่มีการดัดแปลงใดๆ
การจอดช่วยกันกันเปลี่ยนยางถือโอกาสพักเบรกไปในตัว แค่เริ่มต้นก็เสียยางไปแล้วหนึ่งเส้น ความสนุกสนานยังมีต่อโปรดติดตามในสัปดาห์หน้า
--------------------
บีที-50 โปร ในโลกแห่งทุ่งหญ้าสเตปป์
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวมาสด้า บีที-50 โปร เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2555 หลังจากที่ขายมา 3 ปีก็ปรับปรุงโฉมเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เป็นโมเดลปี 2015 ไปเมื่อไม่นานมานี้ มาสด้ายังคงพื้นฐานของกระบะ ที่มีบุคลิกชัดเจนด้วยการออกแบบที่ล้ำไปข้างหน้าทำให้รถดูใหญ่ แต่เส้นสายอ่อนช้อย เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เค้นแรงบิดหนักๆ ได้ง่าย ด้วยโปรแกรมที่เซตไว้ให้ขับขี่แบบสปอร์ต มาสด้าเป็นกระบะที่ให้ความสำคัญกับฟันทรูไดรฟ์ ดังนั้นรถทุกคันจึงรอบจัด พวงมาลัยทดสั้นตอบสนองทันที ช่วงล่างหนึบและมั่นคงสูงจนรู้สึกได้ ในห้องโดยสารท่านั่งการขับขี่ สภาพแวดล้อมของคนขับคนโดยสารมีความชัดเจน ออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ที่ตอบสนอง การขับแบบสปอร์ตไดรวิ่ง ดังนั้น ในทุ่งหญ้าสีเขียว อาณาจักรของม้าและฝูงแกะ หรือบนทางดำ ยาวสุดตา ระหว่างเส้นทางปักกิ่งสู่ชายแดน มองโกเลีย บีที-50 โปร แสดงสมรรถนะของรถที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หลายครั้งที่รถต้องวิ่งบนเส้นทางที่ไม่อาจคาดเดาได้ ไม่มีจังหวะแม้แต่จะยกคันเร่ง มาสด้า บีที-50 โปร ยังรองรับได้ นักขับที่ทักษะไม่มากนัก สามารถ จัดการกับบีที-50 โปรที่ทรงพลังเหมือนม้าศึก ส่วนบีที-50 โปร สามารถกลายร่างเป็นรถกึ่งแรลลี่ สนุกสำหรับมือขับทักษะสูง ตอบสนองเราตามใจปรารถนา นี่คือจุดเด่นของมาสด้า
--------------------
(เปิดโลกยนตรกรรม : ควบมาสด้า บีที-50 โปร สะกิดยอดหญ้า ปักกิ่ง-มองโกเลีย (1) : โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี)



