ไลฟ์สไตล์

มองหญิงสาวผ่านมุมหนุ่มใต้

มองหญิงสาวผ่านมุมหนุ่มใต้

10 ก.ย. 2558

ศิลปวัฒนธรรม : มองหญิงสาวผ่านมุมหนุ่มใต้

 
        ความงามของ “หญิงสาว” ในมุมมองที่แตกต่างหลากหลายถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “เหมีย” โดย ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินภาพเหมือนชื่อดัง ได้รวบรวมกลุ่มศิลปินหนุ่มใต้ที่มีชื่อเสียงทั้งในแวดวงศิลปะและสิ่งพิมพ์ 6 คนในนาม “ปักษ์ใต้ละติน” ประกอบด้วย ชำนิ ทิพย์มณี, อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, นภดล โชตะศิริ, ชิระ วิชัยสุทธิกุล, สุรัตน์ จริยวัฒนวิจิตร และ สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ มารังสรรค์ผลงานตามจินตนาการของตัวเองเป็นงานศิลปะในรูปแบบที่ต่างๆ กัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจงานศิลปะได้ชม โดยในวันเปิดงานยังได้คนใต้ตัวพ่ออย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ มาเป็นประธาน พร้อมชมผลงานที่เหล่าศิลปินจัดแสดงร่วมกันเป็นครั้งแรก ที่ ฮอฟ อาร์ต สเปซ ในโครงการ ดับเบิ้ลยู ดิสทริก ระหว่างสุขุมวิท ซอย 69-71
 
        ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี โต้โผงาน เผยว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของกลุ่มปักษ์ใต้ละติน โดยเลือกใช้ชื่อนิทรรศการว่า “เหมีย” คือชื่อเรียกหญิงสาวในภาษาพื้นเมืองของชาวใต้ โดยศิลปินเกือบครึ่งในนิทรรศการเลือกที่จะเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความงามของเรือนร่างที่แฝงเร้นด้วยความรู้สึกทั้งของศิลปินและของนางแบบ แต่ศิลปินอีกกว่าครึ่งเลือกที่จะเปลื้องพันธนาการและอารมณ์ของศิลปินและนางแบบ เป็นภาพที่เปลือยความรู้สึกแม้ร่างกายจะปกปิดด้วยอาภรณ์ก็ตาม
 
        “ที่เลือกตั้งโจทย์นี้เพราะเป็นโจทย์ที่คิดง่าย บอกไปเข้าใจได้ทันที และศิลปินทุกคนก็ชอบเหมือนๆ กัน จึงตกลงตั้งโจทย์ให้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง และด้วยความที่ทุกคนในกลุ่มเราพื้นเพเป็นคนใต้ทั้งหมด เลยตั้งชื่อนิทรรศการว่า ”เหมีย“ ซึ่งเป็นภาษาพื้นถิ่นที่พวกเราคุ้นเคยอยู่แล้ว ในนิทรรศการนี้ศิลปินนำภาพถ่ายมาแสดงร่วมกันเป็นครั้งแรก ตัวผมเองก็มีผลงานมาจัดแสดงด้วย แต่เป็นภาพดรออิ้งค์ตามที่ผมถนัด ซึ่งวาดขึ้นใหม่เพื่องานนี้เลย มีนางแบบมานอนเป็นแบบให้ด้วย ที่ผ่านมาวาดภาพมาแล้วทุกแบบแต่แบบนี้ยังไม่เคยวาดมาก่อน ด้วยความที่อายุเริ่มมากขึ้นเลยอยากลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง” ศิลปินดังเล่าอย่างอารมณ์ดี
 
        ศิลปินอาวุโสหนึ่งในสมาชิกกลุ่มปักษ์ใต้ละติน ที่โลดแล่นในวงการนี้มานาน ชำนิ ทิพย์มณี เจ้าของ Chamni's eye studio บอกว่า ภายในนิทรรศการครั้งนี้นำผลงานภาพถ่ายมาร่วมแสดงทั้งหมด 10 ภาพ เป็นผลงานใหม่ๆ ทุกชิ้น ที่ไม่อยากนำภาพเก่ามาแสดงเพราะดูแล้วไม่สดชื่น จึงอยากนำเสนอผลงานให้คนดูเห็นแล้วสดชื่น สบายตา
 
        “ผมอยู่วงการนี้มานาน งานนี้ผมมาสุดทางแล้ว ผมทำเต็มที่่ทั้งปลดเปลีื้องในเรื่องการทำงาน และปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของผู้หญิงด้วย ในมุมมองของผมมองว่าผู้หญิงใต้เป็นผู้หญิงฉลาด กล้าเสี่ยง อย่างทุกวันนี้ก็ยังอยู่กันด้วยความเสี่ยง คำว่า “เหมีย”  ภาษาใต้ก็คือผู้หญิง ผมมองว่าผู้หญิงยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งแน่นอนผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือแม่ของผมนั่นเอง” ศิลปินมากความสามารถเผย
 
        ด้าน สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพแฟชั่นหนุ่มคิวทอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นเมืองไทย เจ้าของผลงานที่นำมาจัดแสดงทั้งหมด 11 ชิ้น เผยว่า ผลงานเหล่านี้มีทั้งภาพถ่ายเก่าและภาพถ่ายใหม่รวมกัน ซึ่งหลังจากได้โจทย์ก็ตีความได้ทันที เพราะมองเรื่องผู้หญิงหรือเพศตรงข้ามเป็นเรื่องธรรมชาติ นำมาตีความให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ทั้งยังมีรูปต้นไม้และใบไม้มาผสมด้วย เพราะมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นกัน เป็นปัจเจก มีสิทธิเท่าเที่ยมกับผู้หญิง ดอกไม้แห้งก็คือความเหี่ยวแห้งเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างจึงเท่าเทียมกันไม่ต้องยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะมนุษย์อยู่บนโลกใบนี้ได้โดยหลายๆ อย่างรวมกัน
 
        ปิดท้ายที่ “โจ” สุรัตน์ จริยวัฒนวิจิตร ช่างภาพแฟชั่นชั้นนำของวงการ ที่ยอมรับว่า ถ่ายภาพแฟชั่นหญิงสาวมาเยอะมาก แต่เพิ่งถ่ายภาพนู้ดเป็นครั้งแรก โดยนำผลงานตระการตามาอวดสายตาผู้ชมถึง 7 ภาพ ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพใหม่ที่รังสรรค์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
 
        “ถ่ายรูปผู้หญิงใส่เสื้อผ้ามาเยอะแล้ว เลยอยากรู้ว่าถ้าถ่ายแบบไม่มีอะไรปกปิดเลยจะเป็นอย่างไร ซึ่งความรู้สึกมันแตกต่างกันมาก ผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าเวลาเราถ่ายมันจะมีอิทธิพลของเสื้อผ้าครอบงำอยู่ แต่ผู้หญิงเปลื้องผ้ามันไม่มีอะไรมาปกปิด ทำให้เราได้เห็นเนื้อหนังแบบเพียวจริงๆ” ตากล้องแฟชั่นเล่าอย่างออกรส