
เอซุส เซนโฟน 2 ของแรง ราคาเยา แต่...
06 ก.ย. 2558
ไอทีรีวิว : เอซุส เซนโฟน 2 ของแรง ราคาเยา แต่...
ชื่อเสียงของสมาร์ทโฟนแบรนด์ Zenfone ของ Asus นั้น โด่งดัง โดดเด่น ติดหูติดตาลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่สมัยออก Zenfone 4 5 และ 6 จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ตามล่าหา Zenfone 5 ที่เกิดขาดตลาดกันอยู่ช่วงหนึ่ง ในเวลาที่กระแสของเจ้าสมาร์ทโฟนหน้าตาดูดี ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากฝั่ง อินเทล เกิดพีคกันสุดๆ
ต่อมา กระแสของ Zenfone 2 ก็เกิดขึ้นตามมา เมื่อเอซุสประกาศว่าจะเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่แม้จะใช้รหัสที่เล็กลง แต่ประสิทธิภาพและขนาดหน้าจอ ไม่เล็กลงไปตามชื่อ ทำให้คนไทยจำนวนมากตั้งตารอ...คอย การเปิดตัวและนำออกจำหน่ายกันสักที
พอรอกันให้หายเบื่อ เอซุสก็เปิดตัว Zenfone 2 ในตลาดเมืองไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นล่างสุด ในรหัส ZE550ML จนถึงรุ่นท็อป ZE551ML ในราคาค่าตัวน่าคบหาเริ่มต้นตั้งแต่ 6,990 บาท จนถึง 11,990 บาท
ทุกรุ่นใช้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว เท่ากันทั้งหมด แต่แตกต่างกันที่รายละเอียดในส่วนของซีพียู แรม ความจุหน่วยความจำภายใน (16 32 และ 64 GB) ความละเอียดหน้าจอ ระดับ HD จนถึง Full HD
ว่ากันตามจริง ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่รอ... เจ้าเซนโฟน 2 ว่าเมื่อไหร่จะถึงมือให้ทดสอบกันสักที แม้ว่าจะได้สัมผัสตัวเป็นๆ ตั้งแต่งานเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่กรุงจาการ์ตากันไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าความกระหายของเพื่อนๆ สื่อมวลชนที่จะทดสอบสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกในราคาต่ำหมื่นที่ให้แรมมากที่สุดถึง 4 GB นั้นไม่น้อยไปกว่าผู้เขียน ทำให้เครื่องเซนโฟน 2 ZE551ML รุ่นรองท็อป แรม 4 GB กับหน่วยความจำภายใน 32 GB กว่าจะเวียนมาถึงมือก็นานเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
แต่เมื่อได้รับมาทดสอบ เป็นเครื่องฝาหลังสีทอง ที่เมื่อปะทะสายตาแล้วทำให้รู้สึก “ดี” กับภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราขึ้นกว่าเซนโฟน 5 และ 6 ที่เคยจับมาเล่นไปก่อนหน้าอยู่พักใหญ่ หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ใช้กระจก Gorilla Corned Glass 3 ที่แข็งแรง กันรอยขีดข่วน และมีการเคลือบสารกันรอยนิ้วมืออยู่บนหน้าจอ แต่มิวายใช้ไปนานๆ ก็ปรากฏคราบไขมันจากนิ้วมือที่สัมผัสทำให้ต้องเช็ดออกอยู่ดี
ที่สำคัญในการออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ทำได้ฉลาดมากคือ การย้ายปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ไปไว้ด้านหลัง ใต้เลนส์กล้องหลัก ที่ทำหน้าที่เป็นปุ่มลั่นชัตเตอร์ได้อีกด้วย ทำให้การถ่ายภาพเซลฟี่ทำได้ง่าย สะดวก ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องก็อยู่ด้านบน ใกล้กับช่องแจ็ค ขนาด 3.5 มม.
การถ่ายภาพด้วยเซนโฟน 2 นั้น ทำได้สนุก ทั้งจากการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัก ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล ที่มีการพัฒนาในส่วนของระบบถ่ายภาพในที่มืด ที่เอซุสใส่ระบบออโต้โฟกัสและเสริมความสามารถในการเก็บรายละเอียดภาพในที่มืดได้ดี แต่มีเงื่อนไขว่าตัวสมาร์ทโฟนจะต้องไม่สั่น ไม่งั้นภาพจะเบลอสุดๆ เรื่องอย่างนี้ก็ต้องอาศัยขาตั้งกันตามระเบียบ
ภาพถ่ายที่ออกมาค่อนข้างคมกว่าเมื่อเทียบกับคุณภาพภาพจากกล้องของเซนโฟน 5 แต่ก็ยังอมสีเหลือง ซึ่งเอซุสยังแก้ไม่หายสักที
ส่วนการทำงานทั่วไปนั้นต้องบอกว่า ประทับใจมาก กับความเร็วของระบบการประมวลผลที่ประกอบไปด้วยชิพ SOC ของอินเทลรุ่น Atom 64-bit Quad-core Z3580 2.3 GHz กับแรม 4GB LPDDR3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop แรมที่ให้มาเยอะมากถึง 4GB ทำให้การเปิดแอพพลิเคชั่นสลับไปสลับมา ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ การเล่นเกมทำได้ราบรื่น แสดงผลภาพสวยงาม แม้จะมีรายละเอียดที่เคลื่อนไหวมาก เช่นเกม asphalt 8 พร้อมกับเปิดแอพพลิเคชั่นอยู่อีก 5 ตัวทำงานเบื้องหลัง ก็ไม่ปรากฏอาการล้าขึ้นมา แต่ก็...
มีอาการที่ปรากฏชัดคือ ความร้อนของตัวเครื่อง ที่รู้สึกจะร้อนเร็ว และ แรงมาก จนบางทีทำให้เกิดเครื่องแฮงก์ หยุดการทำงานไปเฉยๆ ไม่บ่อยครั้งนัก
ที่น่าชื่นชมอีกประการคือ การรับสัญญาณของเซนโฟน 2 นั้นพัฒนาขึ้นกว่าเซนโฟนซีรีส์ก่อนขึ้นมาก จากการเพิ่มเสาสัญญาณ 5 จุด บนตัวเครื่องด้านหลัง ทำให้การรองรับสัญญาณ 4G LTE (Dual SIM, Dual Active) และไวไฟทำได้ดี เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จุดอับสัญญาณที่เคยเป็นปัญหาที่พบในการทดสอบเซนโฟนรุ่นพี่ เจ้าน้องรหัสเล็กแต่ใจใหญ่ตัวนี้ ทำงานได้ผ่านฉลุยเลยทีเดียว
แบตเตอรี่ที่ให้ความจุมามากถึง 3,000 มิลลิแอมป์ ก็ให้ระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานใช้ได้ แม้เล่นวิดีโอสลับกับเล่นเกมหลายๆ ชั่วโมง ก็ยังเหลือพลังงานไว้ให้ใช้โทรศัพท์ เปิดอินเทอร์เน็ต ได้ข้ามวันข้ามคืน เอซุสยังเพิ่มระบบชาร์จเร็วเข้ามาในรุ่นนี้ โดยแบตเตอรี่จะชาร์จถึง 60% ภายในเวลา 40 นาทีอีกด้วย ช่วยให้การทำงานไม่สะดุด
ในภาพรวมแล้วเจ้า Zenfone 2 รุ่น แรม 4GB Rom 32 GB เป็นเครื่องที่น่าใช้ หน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลก็ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังพอดีสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปหรือผู้ที่นิยมเก็บคลิปวิดีโอไว้ในตัวเครื่อง (ถ้าไม่พอก็เพิ่ม SD Card ได้สูงสุด 64 GB) ในราคาไม่เกินหมื่น
ถ้าจะดีกว่านี้ เอซุสควรออก Patch ที่แก้ปัญหายิบย่อยให้เร็วกว่านี้ จะทำให้ผู้ใช้อุ่นใจมากขึ้นครับ ผมเชียร์



